ข่าว

ปชป.ลั่นหนุนข้อสรุปกก."อานันท์-ประเวศ-คณิต"

ปชป.ลั่นหนุนข้อสรุปกก."อานันท์-ประเวศ-คณิต"

26 ก.ย. 2553

ปชป.หนุนข้อสรุปคณะกรรมการชุด"อานันท์-ประเวศ-คณิต" "ภท."ลองของ เล็งตั้งโต๊ะล่าชื่อหนุนนิรโทษกรรมที่ราชประสงค์ ซัด ‘ เหลือง - แดง ’ ออกตัวค้านกม.พ้นผิด "ศุภชัย"ปฎิเสธเสียงลั่น"ภท."ไม่เคยคิดดึง"สมคิด"นั่งหน."ชวรัตน์"แทงสลับขั้วร่วมงาน"พท." ตั้งรบ. ชี้ช่องหาก

 (26ก.ย.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะที่เป็นแกนนำรัฐบาล ได้พิจารณาข้อสรุปเบื้องต้นของคณะกรรมการและสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งนำโดยนายอานันท์ ปัญยารชุน และนายเเพทย์ประเวศ วะศี ซึ่งมีความเห็นสอดคล้องว่าการปฏิรูปประเทศ ทั้ง 10 ด้าน ผ่าน 3 ยุทธศาตร์ที่ได้มีการแถลงโดยประธานคณะสมัชชาปฏิรูปประเทศไทยต่อวุฒิสภาเมื่อวันที่25ก.ย. ถือว่าเป็นก้าวสำคัญในการที่จะแก้ไขปัญหาความเลื่อมล้ำ และปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคมที่ถูกกระบวนการทางการเมืองดึงเข้ามาสู่ความขัดแย้งโดยสร้างความเชื่อมั่นว่า ความเลื่อมล้ำเป็นปัญหาและความขัดแย้งระหว่างชนชั้นในสังคม ซึ่งสิ่งนี้สร้างความแตกแยกร้าวลึกในประเทศไทย และนำมาซึ่งความรุนแรงและความสูญเสียแก่สังคมและประชาชนทุกฝ่าย

 นพ.บุรณัชย์ กล่าวต่อว่า พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะแกนนำขอยืนยันว่าแนวทางทั้ง 10 ข้อ และ 3 ยุทธศาสตร์ พรรคให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อที่สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อปฏิรูปประเทศ โดยยุทธศาสตร์หลักของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศนั้น ได้ให้ความสำคัญกับกระบวนการการเมืองที่สนับสนุนกระบวนการภาคประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ในฐานะที่พรรคเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันทางการเมืองภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ก็อยากมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วนในสังคมเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาตร์ดังกล่าวโดยเร็ว โดยหลายส่วนที่รัฐบาลมีส่วนรับผิดชอบโดยตรงและสอดรับกันกับข้อเสนอของคณะสมัชชาฯเช่น เรื่องการปฏิรูปโครงสร้างระบบภาษี ซึ่งขณะนี้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงระบบภาษีจากเดิมที่อยู่บน 2 ขา คือภาษีที่อยู่บนรายได้ และภาษีที่อยู่บนพื้นฐานของค่าใช้จ่าย ขณะนี้จะมีขยายไปสู่ฐานของภาษีที่อยู่บนพื้นฐานของทัพย์สิน โดยการเคลื่อนเข้าสู่ระบบภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งจะช่วยลดความเลื่อมล้ำในเรื่องในการถือครองที่ดินโดยไม่ใช้ประโยชน์

 โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดระบบสวัสดิการสังคม ที่ได้ให้ความสำคัญว่าจะต้องเป็นหลักประกันความมั่นคงในด้านต่างๆนั้น ถือว่าเป็นการสอดรับการขับเคลื่อนนโยบายการสร้างสังคมสวัสดิการ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มมีความมั่นคงในทุกช่วงชีวิต  ตั้งแต่ก่อนเกิดจนเสียชีวิตภายใต้โครงการต่างๆ ซึ่งการสร้างสังคมสวัสดิการนี้ ก็อาศัยยุทธศาสตร์เดียวกับคณะกรรมการปฏิรูปเสนอ นั้นคือการให้การขับเคลื่อนการเมืองภาคประชาชนเป็นฐานสำคัญเพราะระบบสังคมสวัสดิการแตกต่างจากระบบรัฐสวัสดิการในประเทศอื่น กล่าวคือ การให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทในการสร้างฐานการออมเพื่อการจัดการ และการสร้างระบบสวัสดิการที่พอเพียงต่อความจำเป็นในการที่จะให้ประชาชนทุกคนมีความมั่นคง และมีโอกาสในการทำมาหากิน และมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์สมบูรณ์

 นพ.บุรณัชย์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่มีการเสนอนั้น พรรคให้การสนับสนุนเพราะเชื่อวิกฤติการเมืองปัจจุบันนี้ สิ่งที่ทำให้เกิดความแตกแยกคือการออกมาสร้างความไม่ยอมรับในกระบวนการยุติธรรม และสร้างเงื่อนไขในการสร้างความเชื่อว่าระบบยุติธรรมมี 2 มาตรฐาน ซึ่งส่วนนี้พรรคก็สนับสนุนทั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ อาทิ คณะกรรมการพิจารณาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นประธาน ซึ่งมีภาระกิจในการปฏิรูปการเมืองและพิจารณาถึงแนวทางในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ และสร้างความมั่นใจให้กับสังคมว่า ความแตกแยกทางการเมืองจะเป็นอย่างไร ทุกฝ่ายมีหน้าที่ในการรักษาหลักนิติธรรม ระบบนิติรัฐ และกฎหมายของบ้านเมืองอย่างเท่าเทียมกันด้วยมาตรฐานเดียว

 นพ.บุรณัชย์ กล่าวด้วยว่า พรรคขอสนับสนุนการเดินหน้าทำงานของคณะกรรมการอิสระของนายคณิต ณ นคร ในการที่จะนำข้อที่เป็นข้อถกเถียงในเรื่องของความสูญเสีย และข้อเท็จจริง โดยเฉพาะประชาชนที่เสียชีวิตระหว่างการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมา เข้าสู่กระบวนการที่โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ เพื่อสร้างบรรทัดฐานทางความรับผิดชอบและรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง โดยการให้บุคคลที่เกี่ยวข้องกับความสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐ ฝ่ายผู้ชุมนุมใด จะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ได้รับความสูญเสียจากการเคลื่อนไหวทางการเมือง

 "ซึ่งพรรคขอสนับสนุนรัฐบาลในการที่จะใช้ระยะเวลา 2-3 เดือน ในการที่ทบทวนข้อเสนอของคณะกรรมการทั้ง 3 กลุ่ม มาประกอบกับการประเมินสถานการณ์ของรัฐบาลต่อเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในปัจจุบัน เพื่อจะเดินหน้าให้กระบวนการส่วนนี้ตอบโจทย์ในเรื่องของการส่ร้างความปรองดอง และทำให้สังคมกลับมาอยู่บนพื้นฐานของความมีเหตุผล ทำให้การเมืองกลับมาอยู่ภายใต้กติกาประชาธิปไตย และทำให้ประเทศกลับมาอยู่บนความสงบอีกครั้ง อย่างไรก็ตามกระบวนการเหล่านี้ยังขาดองค์ประกอบที่สำคัญมาก หนึ่งส่วน นั้นคือการมีส่วนร่วมของพรรคเพื่อไทยในกระบวนการปรองดองที่ได้มีการแถลงการณ์แสดงความตั้งใจไว้แล้ว แต่ขณะนี้สิ่งสังคมรอคอยคือ การเข้าร่วมโดยการร่วมปฏิเสธความรุนแรง ประนามกระบวนการดึงสถาบันอยู่นอกความขัดแย้งความขัดแย้งทางการเมืองเข้ามาสู่ความขัดแย้ง และปลุกระดมเพื่อสร้างความแตกแยกในบ้านเมือง ซึ่งพรรคมีความคาดหวังว่าได้เห็นรูปธรรมของการมีส่วนร่วมของการสร้างความปรองดองในชาติของพรรคเพื่อไทยในเร็วนี้"นพ.บุรณัชย์กล่าว

"ภท."เล็งตั้งโต๊ะล่าชื่อหนุนนิรโทษกรรมที่ราชประสงค์

 ที่โรงแรมฮอล์ลิเดย์อินน์ ชะอำ นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย ( ภท. ) กล่าวถึงการล่ารายชื่อประชาชนเพื่อเสนอร่าง พ.รบ.นิรโทษกรรมว่า ยืนยันแนวคิดการเสนอพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพื่อลดเงื่อนไขความขัดแย้ง เพราะอย่างน้อยการรับฟังความคิดเห็นจะสะท้อนกลับมาสู่สังคมว่า ตอนนี้ประชาชนคิดอะไร และจะสะท้อนว่ามีคนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ร่างดังกล่าวจะไม่เสนอโดยพรรค แต่จะเป็นกฎหมายเสนอโดยประชาชน ซึ่งในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนานั้นก็จะพยายามให้ได้รายชื่อ 1 พันคนต่อจำนวนส.ส. 1 คน ทั้งนี้ อย่างน้อยต้องได้รายชื่อไม่น้อยกว่า 6 แสนคน เพื่อแสดงให้เห็นว่า ประชาชนสนใจ

 เมื่อถามว่า ผลการรวบรวมรายชื่อขณะนี้จำนวนเท่าไหร่ นายศุภชัย กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับแจ้งเฉพาะในส่วนของกทม.มีจำนวนหลักพัน เมื่อถามว่า กลุ่มเสื้อเหลือง และกลุ่มคนเสื้อแดงที่ได้รับผลจากพ.ร.บ.ฉบับนี้ แต่กลับไม่เห็นด้วย นายศุภชัย กล่าวว่า กระบวนการที่พรรค ภท.และพรรคชาติไทยพัฒนากำลังดำเนินการอยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ ถ้าแสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยต้องแสดงความคิดเห็นภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เอะอะจะมาชุมนุมคัดค้าน หรือเอาอารมณ์ส่วนตัวมาเป็นตัวตั้ง หรือแสดงความคิดเห็นว่าพรรคภท.มีเจตนาซ่อนเร้น เพราะจริงๆมีเจตนาเพื่อความปรองดองสังคม

 ด้านนางสาว ศุภมาศ อิศรภักดี รองโฆษกพรรค ภท. กล่าวถึงความคืบหน้า ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ว่า ที่ผ่านมามีข้าราชการทหาร และตำรวจ ประสานมายังพรรค ภท.ว่า ต้องการให้มีการจัดตั้งโต๊ะที่สถานตำรวจ หรือตามแฟลตของทหาร ตำรวจ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มเสื้อแดงจำนวนมาก ที่ต้องการให้มีการตั้งโต๊ะลงชื่อสนับสนุนบริเวณแยกราชประสงค์ ซึ่งพรรคกำลังพิจารณาถึงความเป็นไปได้และความเหมาะสม ว่าหากไปตั้งโต๊ะจุดดังกล่าว จะทำให้เพิ่มความขัดแย้งขึ้นหรือไม่ รวมทั้ง มีญาติของคนเสื้อแดงที่ติดร่างแหถูกจับกุม ต้องการให้พรรคช่วยจัดเวทีเสวนา ให้กลุ่มคนเสื้อแดงที่สนับสนุนร่างดังกล่าวมีโอกาสได้พูดให้ประชาชนเข้าใจว่า ทำไมจึงต้องสนับสนุนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดย ในวันที่ 2-3 ต.ค. จะมีการจัดตั้งโต๊ะตามห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา เพื่ออำนวยความสะดวกกับประชาชน

ศุภชัยปฎิเสธเสียงลั่นภท.ไม่เคยคิดดึง"สมคิด"นั่งหน.
 
 นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภท. กล่าวถึงกรณีกระแสผลักดัน ให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มาเป็นหัวหน้าพรรคภท.ว่า วันนี้มีหัวหน้าพรรคอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นจะต้องไปเอา 111 หรือไปเอาคนที่กระบวนการอย่างที่พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ์ ประธานพรรคเพื่อไทย ออกมาให้สัมภาษณ์ ส่วนที่ชื่อของนายสมคิด ถูกหยิบยกมาเป็นหัวหน้าพรรคภท.ตลอดนั้น พรรคก็ปฏิเสธมาตลอดว่าไม่เป็นความจริง ต่อให้พูดถึง 10 ครั้ง 100 ครั้ง เพราะวันนี้นายสมคิดเป็นโฆษะบุรุษ ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ไม่สามารถดำรงตำแหน่งอะไรได้ และตอนนี้ พรรภท.ก็มีนายชวรัตน์ เป็นหัวหน้าพรรค และการเลือกตั้งครั้งแต่ไป พรรคภท.ก็จะสนับสนุนให้นายชวรัตน์เป็นหัวหน้าพรรค

"ชวรัตน์"แทงสลับขั้วร่วมงาน"พท."ตั้งรัฐบาล 

 นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ( ภท. ) กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกพรรค ภท.พร้อมสนับสนุนเป็นนายกรัฐมนตรี หากมีอุบัติเหตุทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ( ปชป. ) ว่า ตนยังไม่ได้เป็นส.ส. ไม่มีคุณสมบัติ ยังพูดไม่ได้ ส่วนเลือกตั้งครั้งหน้ามีคุณสมบัติพอที่จะเป็นนายกฯ จะรับตำแหน่งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าพรรคจะได้รับเลือกตั้งหรือไม่

 เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่พรรคชาติไทยพัฒนา ( ชทพ. ) พร้อมจับมือกับพรรค ภท.ร่วมกับพรรคเพื่อไทย ( พท. ) จัดตั้งรัฐบาล นายชวรัตน์ กล่าวว่า การทำอะไรก็แล้วแต่ต้องมีแนวร่วม ธุรกิจยังมีจอยเวนเจอร์ ฉะนั้นด้านการเมือง ต้องมีแนวร่วมเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง ซึ่งประกอบด้วยพรรคต่างๆ และอะไรๆ เป็นไปได้ทั้งนั้น ถ้าเป็นเรื่องที่จำเป็น 

 เมื่อถามว่า พรรคชทพ.ถือเป็นแนวร่วมที่ดีหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า หากไม่ดี ก็ไม่ชวนอยู่แล้ว เมื่อถามต่อว่า กลัวหรือไม่ว่าพรรคปชป.จะน้อยใจ หรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ไม่ได้หมายความว่าไปไหนไปด้วยกัน บางแห่งไปด้วยกัน บางแห่งคงไม่ไปด้วยกัน ทำอะไรอย่าไปใช้คำว่ากลัว ต่างคนต่างมีเหตุผล จะพิสูจน์ได้หรือไม่ว่าไประรานใครหรือไม่ เหมือนกับการตั้งบริษัทขึ้นมา ซึ่งพรรคปชป.ก็สามารถหาแนวร่วมได้ เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสชู พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรค ชทพ.เป็นนายกฯ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ต้องพูดว่า ประธานาธิบดีคนหนึ่งตายไปแล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะหาประธานาธิบดีคนใหม่ไม่ได้ เป็นได้ทุกคน ใครได้ทั้งนั้นถ้าจำเป็น

พท.จวกนายกฯปาฐกถาสร้างภาพปรองดองอ้างไม่จริงใจ

 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวสุนทรพจน์กับต่อนักลงทุนในสหรัฐอเมริกา โดยอ้างถึงความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนปรองดองแห่งชาติว่า  รัฐบาลพยายามตีปี๊บสร้างภาพให้เห็นว่า ต้องการสมานฉันท์กับทุกกลุ่ม แต่ข้อเท็จจริงแล้วไม่มีจริงใจในการปรองดองและสมานฉันท์  ไม่เคยลงมือกระทำเหมือนที่ปากพูด หลังเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เม.ย.และ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา   ผ่านมากว่า 4 เดือน รัฐบาลยังมองฝ่ายตรงข้ามว่าเป็นตัวป่วนสร้างปัญหา ยังกล่าวหาคนเสื้อแดงและตั้งแง่ยัดข้อหาก่อการร้าย โดยไม่ได้มองว่าฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลและคนเสื้อแดงก็เป็นคนไทยเหมือนกับรัฐบาล

 นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ถือเป็นแนวคิดที่เป็นอคติ ขัดกับหลักของการปรองดอง สำหรับการปรองดองที่แท้จริงนั้นผู้นำประเทศต้องเป็นผู้ริเริ่มก่อน แต่กลายเป็นว่าพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ออกเดินสายพบปะคู่ขัดแย้งทั้งเสื้อเหลืองและเสื้อแดง และยังมีความเคลื่อนไหวเสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมของพรรคภูมิใจไทย แต่พรรคก็มองปรากฏการณ์เหล่านี้ว่า เป็นการแย่งบทผู้นำทางการเมือง สร้างกระแสเพื่อหาเสียงทางการเมืองมากกว่า

 นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเห็นว่านายอภิสิทธิ์ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล จะต้องเป็นผู้แสดงบทบาทผู้นำสร้างความปรองดองอย่างแท้จริง ด้วยการแสดงความจริงใจ โดยยกเลิกพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อ สร้างบรรยากาศที่ดีในการปรองดองสมานฉันท์ ก่อนเดินหน้าตามแผนปรองดองอย่างจริงจัง เเละชวนทุกฝ่ายมาพูดคุยกันเพื่อหาแนวทางและข้อสรุปให้ได้ผลเชิงปฏิบัติ