
มาร์คเชื่อกระแสเปลี่ยนนายกฯมาจากคดียุบพรรค
"อภิสิทธิ์"นิ่งกระแสข่าวเปลี่ยนตัวนายกฯ เชื่อสาเหตุมาน่าจากคดียุบพรรค ชี้จะไปห้ามไม่คนคิดไม่ได้ ยันไม่เคยกังวลขอทำงานให้ดีที่สุด ระบุปชป.จะถูกยุบหรือไม่ขอให้เป็นดุลพินิจของศาล สมศักดิ์ยันชพน.ไม่เปลี่ยนขั้วกม.ชี้ไม่ควรฝันกลางวันเพราะกม.ไทยทำนายยาก เชื่อท
(26ก.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองค่อนข้างมากในช่วงที่นายกฯไปต่างประเทศ ทั้งเรื่องการปรองดองและการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ว่า เป็นธรรมดาที่ต้องมีการคาดการณ์เนื่องจากมีคดียุบพรรค ซึ่งเป็นธรรมดาที่นักการเมือง และคนที่เกี่ยวข้อง จะมองว่าถ้าเกิดอย่างนั้น อย่างนี้จะทำอย่างไร
เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวถึงขั้นว่าเตรียมนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ปชป. และนายกรณ์ จาติกวนิช รมว.คลัง เป็นนายกฯ สำรอง นายอภิสิทธิ์ หัวเราะ พร้อมกับ กล่าวว่า ไม่ทราบ เมื่อถามต่อว่า มีกระแสข่าวจะให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ลงสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สุราษฎร์ธานีเขต 1 นายอภิสิทธิ์ กล่าวพร้อมยิ้มว่า ได้อ่านข่าวอยู่ แล้วจะให้เป็นนายก ฯ สำรองอีกคนเหรอ
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า นายก ฯ รู้สึกว่าเก้าอี้ตัวเองสั่นครอนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ครับ ทุกอย่างเป็นไปตามระบบ เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่กับการเคลื่อนไหวการเมือง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องนี้ ตนให้ความสำคัญกับตัวงานมากกว่า เพราะมีงานหลายอย่างที่อยากจะเร่ง ซึ่งเดือน ต.ค.นี้มีนโยบายใหม่ ๆ ที่เราจะทำเพิ่มเติมซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเชิงโครงสร้างก็คิดว่าอยากจะทำตรงนั้นให้ดีที่สุด
เมื่อถามว่าตอนนี้เหมือนกับว่ามีคนหวังให้เกิดสูญญากาศทางการเมือง และมีคนจ้องฉวยโอกาสนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้ามีคนคิดอย่างนั้นก็ต้องปล่อยไป ตราบเท่าที่ทุกอย่างจะเคลื่อนไหวในระบบ เมื่อถามว่า คิดว่าสูญญากาศทางการเมืองจะเกิดขึ้นแล้วจะดูแลได้หรือไม่.นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีหรอกครับ ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามระบบซึ่งเรามีระบบสภาอยู่ ทุกอย่างรัฐธรรรมนูญ รัฐบาลหรือใครที่จะพ้นจากตำแหน่งมีเงื่อนไขตามกฎหมาย ดังนั้นอย่าไปกังวลกับสิ่งเหล่านี้มากไป
เมื่อถามว่า การคาดการณ์ทางการเมืองที่เชื่อมโยงกับคดียุบพรรค จะเป็นบทสะท้อนของการชี้นำหรือกดดันศาลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราต้องการให้ศาลตัดสินไปตามข้อเท็จจริง ไม่ควรจะอยู่ภายใต้แรงกดดันใด ๆ เมื่อถามว่า มั่นใจเหมือนกับที่นายสุเทพมั่นใจหรือไม่ว่าพรรคปชป.จะไม่ถูกยุบ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะที่คณะทำงานคดียุบพรรค ได้ทำงานเต็มที่ ส่วนจะชนะหรือแพ้คดี ก็ต้องเคารพศาล
สมศักดิ์ยันชพน.ไม่เปลี่ยนขั้วหนุนทุกเเนวทางสร้างสมานฉันท์
นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “เอ็กซ์คลูซีฟ” ทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 100.5 เมกะเฮริทซ์ กรณีที่มีกระเเสข่าวว่าพรรคจะเปลี่ยนขั้วทางการเมืองในช่วงนี้ว่า ยืนยัน พรรคชาติไทยพัฒนายังไม่เคยพูดเรื่องการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง และการหนุนพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป มีแต่คนอื่นที่ออกมาพูดแทนพรรคชาติไทยพัฒนา เพราะประเด็นยุบพรรคประชาธิปัตย์ ยังต้องน่าจะใช้เวลาอีกพอสมควร เพราะยังอยู่ระหว่างการสืบพยาน ยืนยันที่ผ่านมาพรรคชาติไทยพัฒนาคุยเฉพาะเรื่องแผนปรองดอง ไม่ได้คิดอะไรไปไกลอย่างที่เป็นข่าว
เมื่อถามว่า เหตุใดจึงมีประเด็นเหล่านี้ออกมาในช่วงนี้ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า คนก็วิพากษ์วิจารณ์กันไปเอง โดยดูจากรูปการณ์และสถานการณ์ข่าว ยอมรับว่า พล.ต.สนั่น ได้เข้าพบนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาจริง เพื่อรายงานสิ่งที่ได้ไปดำเนินการ ซึ่งนายบรรหารก็แค่เห็นชอบและสนับสนุนแนวทางนั้น เมื่อถามว่าแสดงว่านายบรรหารไม่เคยคิดที่จะสนับสนุน พล.ต.สนั่น เป็นนายกรัฐมนตรี นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ยังไม่เกิด จะไปพูดอย่างนั้นสังคมก็ยอมรับไม่ได้ เพราะเราก็ยังเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังเป็นนายกรัฐมนตรี ยืนยันไม่มีการคิดและวางแผนในเรื่องนี้ เพราะจะฝันกลางวันไปคงไม่ได้ ส่วนประเด็นการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลที่ออกมานั้น คงเป็นการโยงประเด็นกันไปเองมากกว่า ทั้งเรื่องการตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทย และร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม
เมื่อถามว่าคิดว่ารัฐบาลจะมีเอกภาพอยู่จนครบเทอมหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เราก็พยายามทำงานจนกว่าจะครบวาระ ส่วนจะอยู่ได้จนครบเทอมหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ ไม่มีใครคาดเดาหรือฟันธงได้ เพราะอย่างที่รู้ว่าการเมืองไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น เมื่อถามว่าถ้ารัฐบาลจะอยู่ไม่ครบเทอม คิดว่าจะเป็นเพราะอะไร นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องยังไม่เกิดคงพูดยาก อย่าไปฝันอะไรโดยที่ยังไม่ได้หลับ แต่ส่วนตัวก็มั่นใจว่าพรรคการเมืองต่างๆก็พร้อมที่จะรับทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นอยู่แล้ว
“การประเมิน วิเคราะห์ เตรียมการล่วงหน้า ถือเป็นเรื่องปกติของพรรคการเมืองอยู่แล้ว แต่ก็เป็นแค่การพูดคุยกันเฉพาะในพรรคเท่านั้น ไม่ได้คิดออกมาดังๆให้สังคมรับรู้ มั่นใจเรื่องนี้จะไม่มีผลกับการร่วมรัฐบาล เพราะพรรคร่วมรัฐบาลก็มีการพูดคุย สื่อสาร กันตลอดเวลาอยู่แล้ว คงไม่มาสงสัยหรือคลางแคลงใจกันเพราะเรื่องแค่นี้ ส่วนข่าวที่ออกมานั้นก็เป็นไปได้ว่าเป็นการปล่อยข่าวจากพรรคฝ่ายค้าน หรือคนในรัฐบาลที่ไม่ได้รู้จริง ทุกอย่างก็เป็นแค่คลื่นกระทบฝั่ง พอชี้แจงแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร” นายสมศักดิ์ กล่าว
เมื่อถามว่าสาเหตุที่พรรคชาติไทยพัฒนาออกมาสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่พรรคภูมิใจไทยเสนอคืออะไร นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ปัญหานี้เป็นเรื่องใหญ่ ทุกคนอยากเห็นประเทศกลับสู่ภาวะปกติ ไม่มีความอาฆาตแค้น ซึ่งสังคมไทยก็เคยเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งนี้มันบาดลึกมากกว่า จึงจำเป็นต้องใช้ความร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคม โดยเฉพาะกลไกระบบรัฐสภา ที่เคยทำสำเร็จมาแล้วในการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ครั้งนี้ตนก็เชื่อว่าถ้ากลไกรัฐสภาร่วมมือกันผลักดัน ก็น่าจะสำเร็จได้อีกครั้ง จึงได้ตัดสินใจสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในการดำเนินการ โดยเฉพาะกรณี พล.ต.สนั่น ที่ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวในการพยายามประสานรอยร้าวต่างๆ ก็น่าจะทำให้การปรองดองเป็นรูปธรรมขึ้นมาได้
“พรรคชาติไทยพัฒนาหนุนทุกเรื่อง ทั้งการเคลื่อนไหวของ พล.ต.สนั่น การดำเนินการของพรรคภูมิใจไทย และแผนปรองดองของนายกรัฐมนตรี ที่จะสามารถนำไปสู่ความปรองดองได้ เพราะทุกแนวทางล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน และเรามีเจตนาบริสุทธิ์ว่าเราไม่ได้ทำเพื่อคนสีอะไร แต่ทำเพื่อคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมทุกๆคน” นายสมศักดิ์ กล่าว
ประชาชนเชื่อสนั่นเดินสายไม่มีผลเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
สวนดุสิตโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนในกรุงเทพฯ ปริมณฑล จำนวน 1,264 คน ระหว่างวันที่ 23-25 กันยายน 2553 ในประเด็น กระแสข่าว การสร้างความปรองดอง ในขณะนี้ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 35.16 เห็นว่า กรณีที่พรรคภูมิใจไทยเปิดประเด็นเรื่องการสร้างความปรองดอง เป็นการกระทำที่หวังสร้างกระแสทางการเมือง เพื่อดูการตอบสนองจากสังคมว่าจะออกมาเป็นอย่างไร
ส่วนการที่ พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางไปพบบุคคลฝ่ายต่างๆ เช่น นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยอ้างว่าเพื่อหวังสร้างความปรองดองนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 46.17 เห็นว่า อาจเป็นการเดินเกมทางการเมืองของ พลตรีสนั่น เพื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในอนาคต ขณะที่ ร้อยละ 34.07 ระบุว่า เป็นการหวังสร้างภาพลักษณ์ให้กับตัวเองเพื่อหวังคะแนนนิยมจากประชาชน อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 47.06 เชื่อว่า การดำเนินการของ พลตรีสนั่น จะไม่มีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
ผลสำรวจยังพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 41.18 คิดว่าโอกาสที่จะเกิดความปรองดองในปัจจุบันไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะการเมืองเป็นเรื่องของอำนาจและผลประโยชน์ที่จะต้องตกลงกันให้ได้ ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน ขณะเดียวกันหากพรรคประชาธิปัตย์ถูกยุบ ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 30.36 ยังมองไม่เห็นบุคคลที่เหมาะสมที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี



