
อย่าให้พ.ร.บ.ทวงหนี้ฯทำตัวเองเสีย
ผมดีใจแทนคนไทยที่ครม.ให้ไฟเขียวอนุมัติร่างพ.ร.บ.การติดตามทวงถามหนี้อย่างเป็นธรรม เพื่อแก้ปัญหาข้อร้องเรียนจากชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนขณะนี้
ก็อย่างที่รู้กัน มีเสียงหนาหูขึ้นเรื่อยๆ ถึงการทวงหนี้ที่ไม่สุภาพ หยาบคาย ใช้คำพูดข่มขู่สารพัด ลามไปถึงการสร้างความรำคาญให้บุคคลที่สามที่ไม่ใช่ลูกหนี้ด้วย
เท่าที่ได้ติดตามข่าว สาระสำคัญของร่างอยู่ที่ได้กำหนดให้บริษัทที่ทวงถามที่สถาบันการเงินต่างๆ ว่าจ้างอีกที ต้องจดทะเบียนเป็นเรื่องเป็นราว และเข้ามาอยู่ในการดูแลมากขึ้น
พูดง่ายๆ ก็คือ ขณะนี้ยังเอาผิดไม่ได้ เพราะกฎแบงก์ชาติไม่ครอบคลุม แต่หากต่อไปขืนทำผิดจะได้ตักเตือนหรือลงโทษได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ถึงขั้นเพิกถอนสิทธิ์ด้วย
ประเด็นที่น่าสนใจอื่นๆ ก็หนีไม่พ้นข้อกำหนด หรือวิธีปฏิบัติต่อลูกหนี้ และคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกหนี้ และข้อห้ามต่างๆ ที่เป็นการคุกคาม ข่มขู่ ดูหมิ่น ประจาน เสียดสี ที่ไม่เป็นธรรมต่างๆ
ในสายตาผม เรื่องนี้ไม่ได้เซอร์ไพรส์ ผมเชื่อว่าบรรดาเจ้าหนี้ทั้งหลายต่างก็มองการณ์ไกล พยากรณ์ได้อยู่แล้วว่าสักวันกฎหมายแบบนี้น่าจะออกมาใช้ อีกอย่าง ผมคิดว่าคนดียังไงก็มีมากกว่าคนไม่ดี คนที่เข้าอกเข้าใจในหลักมนุษยธรรม ยึด “ใจเขา ใจเรา” และปฏิบัติได้ถูกต้อง ก็ยังมีอยู่ กลุ่มนี้ไม่น่าต้องปรับตัวอะไรกันมากมาย
ดีเสียอีก กฎหมายใหม่จะได้ทำให้ทุกสถาบันมีกรอบการทำงาน เป็นมาตรฐานเดียวกัน ใครที่เคยทวงถามไม่ถูกต้อง ไม่มีจริยธรรม จะได้คิดใหม่ ทำใหม่
เกิดอานิสงส์ส่งต่อ ช่วยล้างภาพ “ปลาเน่าไม่กี่ตัว ทำให้เหม็นทั่วไปหมด” ด้วย
จะห่วงนิดหน่อย ก็ตรงที่เมื่อประกาศใช้ กลไกการทำงานทั้งระบบต้องปรับตัว คดีความที่ขึ้นโรงขึ้นศาลอาจมีจำนวนมากขึ้น กระทบต่องบประมาณภาครัฐโดยตรง
ในฟากสถาบันการเงิน หากเกิดผลกระทบทำให้การทวงหนี้ยากขึ้น เกิดปัญหาไม่คุ้มทุน มาตรการปล่อยสินเชื่อก็จะเข้มขึ้น ถึงกับอาจทำให้คนต้องไหลออกไปกู้นอกระบบเหมือนเดิม
ผมคนหนึ่งล่ะครับที่ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ เพราะนอกจากจะไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ที่รัฐพึงให้กฎหมายฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาหนี้ภาคประชาชนแล้ว ยังเท่ากับทำร้ายคนไทยทางอ้อมโดยไม่รู้ตัว
เรื่องสุดท้ายครับ ผมไม่อยากให้คนไทยมองกฎหมายฉบับนี้ในลักษณะของการให้ท้ายด้วย
วันก่อน เผอิญหูไปได้ยินบางคนจับกลุ่มคุยกัน พาลตีความเรื่องที่ว่าให้เข้าข้างตัวเอง ชนิดสุดขั้ว ว่ากันไปถึงขนาดอีกหน่อยก็กู้หนี้ยืมสินสบายๆ แบบไม่ต้องเกรงกลัวอะไรกันเลย
ขอวิงวอนให้เปลี่ยนความคิดนะครับ
มองในมุมกลับ ถ้าเราไม่อยากให้เจ้าหนี้ทำกับเราอย่างไม่เป็นธรรม เจ้าหนี้ก็ไม่อยากให้หนี้ที่ปล่อยสูญเปล่าไปดื้อๆ หรอกครับ
ผมย้ำเสมอ วินัยในการชำระเงิน เป็นเรื่องที่ต้องมีในจิตสำนึก คิดจะกู้ต้องเชื่อว่า เป็นการเอาเงิน ในอนาคตมาใช้ และสามารถชำระคืนด้วยความสามารถที่มี
ไม่ใช่กู้หรือใช้เกินกำลัง และปล่อยไปตายเอาดาบหน้า เพราะสุ่มเสี่ยงเกินไป
พ.ร.บ. ฉบับนี้มีเจตนาดี ฉะนั้นอย่าตีความและไปใช้ในทางที่ผิด เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น มันจะไม่เกิดประโยชน์กับใครเลยครับ...
ชัยพล กฤตยาวาณิชย์
[email protected]



