ข่าว

มาร์คเผยไทย-กัมพูชาเล็งจัดคอนเสิร์ตกีฬาสานสัมพันธ์

มาร์คเผยไทย-กัมพูชาเล็งจัดคอนเสิร์ตกีฬาสานสัมพันธ์

26 ก.ย. 2553

วันนี้ (26 ก.ย.) เวลา 09.00 น. ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกับพี่น้องประชาชนในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" เป็นครั้งที่ 87 ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแ

ช่วงที่ 1

สวัสดีครับ รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ วันนี้ ผม สมเกียรติ อ่อนวิมล ทำหน้าที่ต้อนรับท่านนายกรัฐมนตรี  ซึ่งเพิ่งกลับมาจากการไปร่วมกิจกรรมหลากหลายที่นิวยอร์ก วอชิงตัน ดี.ซี และก็บินกลับมาจากนิวยอร์กมาลอนดอน และตรงมาประเทศไทย  เพิ่งถึงเมื่อตอนหกโมงเช้านี้เองนะครับ  เดี๋ยวเราจะคุยกันว่าท่านนายกรัฐมนตรีไปทำอะไรมาบ้าง เกิดประโยชน์กับสังคมไทย ประชาชนไทยอย่างไรบ้าง และก็มีคำถามที่คนไทยยังคงสนใจเรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองไทย  สวัสดีครับท่านนายกรัฐมนตรีครับ 

นายกรัฐมนตรี  สวัสดีครับ

ผู้ดำเนินรายการ  เช้าวันนี้ผู้ดำเนินรายการได้เปรียบนายกรัฐมนตรีนิดหน่อย  เพราะว่าได้พักผ่อน 

นายกรัฐมนตรี  ผมก็ได้นอนในเครื่องบินเป็นหลักครับ

ผู้ดำเนินรายการ  ทราบว่าพอมาถึงหกโมงเช้าก็ไปเยี่ยมคุณพ่อเลย

นายกรัฐมนตรี ใช่ครับ พอดีช่วงที่ผมไม่อยู่ท่านเข้าโรงพยาบาล  ผมกลับมาก็เลยไปเยี่ยมท่านก่อน และก็ต้องรีบกลับไปเปลี่ยนชุดนิดหน่อยครับ

ผู้ดำเนินรายการ  อาบน้ำแล้วนะครับ

นายกรัฐมนตรี  อาบน้ำแล้วครับ  ถ้าไม่อย่างนั้นตั้งแต่ศุกร์เช้าครับ

ผู้ดำเนินรายการ คุณพ่อเป็นอย่างไรบ้างครับ

นายกรัฐมนตรี อาการดีขึ้นครับ ก็ถือโอกาสขอบคุณหลายท่านที่ได้แสดงความห่วงใย และมีที่ทั้งไปเยี่ยม หมอไม่ให้เยี่ยมนะครับ  ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวท่านจะเหนื่อย

ผู้ดำเนินรายการ  อยู่ที่ไหนครับ

นายกรัฐมนตรี อยู่ที่รามาธิบดี

ผู้ดำเนินรายการ  เพราะฉะนั้น นายกรัฐมนตรีเช้าวันนี้ไม่ได้พักเลย  แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมก็ขอทำหน้าที่ทั้ง ๆ ที่ได้เปรียบ  แต่ที่จริงก็เสียเปรียบเพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าของข้อมูล หรือว่าไปทำอะไรมา ผมก็อยากจะรู้นะครับ  ท่านนายกรัฐมนตรีไปที่สหรัฐอเมริกาครั้งนี้วันที่ 22-26 กันยายน มีการประชุมที่สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ 2 เรื่อง  เรื่องแรกเป็นเรื่องเป้าหมายแห่งสหัสวรรษในการพัฒนา 2 วัน และหลังจากนั้นก็เริ่มที่ประชุมสมัชชาทั่วไป  ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้เข้าร่วมประชุมเรื่องการพัฒนาเป้าหมายแห่งสหัสวรรษใช่ไหมครับ

นายกรัฐมนตรี ไม่ได้ไปครับ  เพราะว่าออกจากที่นี่ 22 ไปถึงค่ำ และวันที่ 23 ถือว่าเป็นการเปิดประชุมสมัชชาใหญ่ฯ แล้ว แต่ได้ติดตามและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ไปร่วมด้วย

ผู้ดำเนินรายการ เดี๋ยวผมค่อยถามทีหลัง เพราะเป็นเรื่องของการพัฒนาประเทศไทย  ไม่ว่าเราอยู่จุดไหนของ 180 ,190 ประเทศในโลกนี้ แต่ว่าที่นิวยอร์ก ปกตินายกรัฐมนตรีของทุกชาติ  หรือผู้นำทุกรัฐบาล รวมทั้งท่านนายกรัฐมนตรีด้วย  จะต้องไปกล่าวสุนทรพจน์  เที่ยวนี้ท่านไม่ได้ไปกล่าว


นายกรัฐมนตรี  เที่ยวนี้บังเอิญวิธีการเรียงจะมีประเพณีคือประมุขของรัฐคือประธานาธิบดีจะต้องเรียงกล่าวก่อน  และถึงจะมาเป็นหัวหน้ารัฐบาลคือนายกรัฐมนตรี  ผมเข้าใจว่าในระหว่างนั้นอาจจะมีการจับสลากหรืออะไรกัน ทีนี้ของเราไปลงวันที่ 27 คือวันจันทร์  ผมก็มีความรู้สึกว่าถ้าเกิดผมจะอยู่เพื่อกล่าวปราศรัยต่อ ก็อยู่นาน ก็ปรากฏว่าผู้นำอาเซียนหลายท่านก็เจอปัญหาเดียวกัน  เพราะว่าอาจารย์ก็คงทราบว่าที่ผู้นำอาเซียนไปกันตั้งแต่ 23,24  เพราะวันที่ 24 มีการประชุมผู้นำระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับผู้นำอาเซียน 10 ประเทศ  เพราะฉะนั้น ผู้นำอาเซียนจะไปร่วมงานวันที่ 24 เป็นหลัก และหลายท่านก็คิดเหมือนผมว่าถ้าอยู่ถึงวันที่ 27 มันจะนานเกินไป ทั้งสิงคโปร์ ทั้งกัมพูชา ทั้งผม เลยมอบหมายท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ผู้ดำเนินรายการ  ดูเหมือนว่าระยะหลังผู้นำอาเซียนทำอะไรคล้าย ๆ กันไปเป็นชุดเป็นแผง

นายกรัฐมนตรี ดีครับ เพราะว่าจะทำให้มีความเป็นเอกภาพ มีความใกล้ชิดกันมากขึ้น และเราหลายคนก็จะต้องไปประชุมอาเซมในสัปดาห์ต่อไป  เพราะฉะนั้น ทุกคนก็เป็นห่วงบ้านตัวเองทั้งนั้นครับ

ผู้ดำเนินรายการ  พูดถึงผู้นำอาเซียนที่จริงเรื่องนี้น่าจะมาทีหลัง แต่ว่าคนที่เมืองไทยบางทีก็อยากรู้เรื่องที่ไม่เกี่ยวกับสหประชาชาติโดยตรงเท่าไหร่ เช่น ท่านนายกรัฐมนตรีของเราไปที่นิวยอร์ก ไปวอชิงตัน ได้พบกับบุคคลที่เราคิดว่าควรจะพบ  จะพูดคุยกันแล้วจะเป็นอย่างไร คือผู้นำของกัมพูชาอย่างนี้ครับ

นายกรัฐมนตรี ก็ได้พบกัน  ก็เล่าให้ฟังเลยว่าหลังจากที่ประชุมกับท่านประธานาธิบดีโอบามาเสร็จจากอาเซียน  ก็มีเวลาที่ทั้งสองฝ่ายว่าง ก็บอกว่าคุยกัน 

ผู้ดำเนินรายการ อันนี้แยกเดี่ยวเลยใช่ไหมครับ

นายกรัฐมนตรี  ครับ  ทีนี้เดิมทีท่านนายกฯ ฮุนเซนก็เตรียมรัฐมนตรีมาหลายคนเหมือนกัน  ผมก็บอกท่านว่าเวลามันสั้น อย่าเอาเรื่องราวเป็นทางการอะไรเลย ก็นั่งคุยกัน 2 คนก็แล้วกัน  ท่านก็ตกลง ซึ่งก็ได้คุยกันประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ว่าผ่านล่าม ก็อาจจะถือว่าเหลือ 15 นาที  ก็ได้คุยกันเป็นประเด็นกว้าง ๆ คือพอเริ่มต้นขึ้นมาเราคุยกันก็พูดตรงกัน  คือประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศอาเซียนด้วยกัน  สิ่งสำคัญก็คือทำอย่างไรให้ความสัมพันธ์ดี มีความร่วมมือกัน และก็หลีกเลี่ยงแน่นอนที่สุดก็คือการปะทะกัน การใช้ความรุนแรง ความสูญเสียไม่ควรจะมี  ก็เห็นตรงกัน  เมื่อเห็นตรงกันก็คุยในภาพกว้างลงไป 2 ลักษณะ ลักษณะแรกคือแล้วมีอะไรที่จะทำให้เกิดความเข้าใจที่ดีขึ้น ระหว่าง 2 ประเทศ  ก็เห็นตรงกันว่าต้องแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับรัฐมนตรีกันมากขึ้น ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ แต่ว่ารัฐมนตรีแต่ละกระทรวงก็แลกเปลี่ยนการเยือนกันมากขึ้น 

บังเอิญท่านรัฐมนตรีองอาจเพิ่งเดินทางไปเมื่อเร็ว ๆ นี้  เราก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องการประชาสัมพันธ์ข่าวสารของกัมพูชา น่าจะมาเยือนเราบ้าง  นอกจากรัฐมนตรีแล้ว ทางนายกฯ ฮุนเซนก็บอกกลุ่มอื่น ๆ ด้วย และท่านก็เจาะจงด้วยนะ ท่านเจาะจงบอกทำอย่างไรให้ผู้สื่อข่าวแลกเปลี่ยนกันบ้าง  คงจะเห็นตรงกันว่าหลายครั้งการเสนอข่าวสารก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดความตึงเครียดขึ้นมา ก็ตกลงกันในหลักการตรงนี้ บวกกับการทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น ดนตรี จัดคอนเสิร์ต ท่านบอกทำไมไม่จัดคอนเสิร์ต เอาศิลปินไทยไปร้องเพลงที่กัมพูชา  ศิลปินกัมพูชามาร้องเพลงที่นี่  และก็มีกีฬามีอะไร เราก็เห็นด้วยนะครับ เพราะผมก็คิดว่าถ้าเราทำกิจกรรมทางวัฒนธรรมก็ช่วยได้ และท่านก็ยืนยันว่าขนาดว่ามีข่าวตึงเครียด  แต่ว่าเพิ่งไปมีการจัดนิทรรศการสินค้าไทยที่กัมพูชา ก็ได้รับความนิยมมาก ผมก็ได้บอกว่า และข้อเท็จจริงก็คือปีนี้การค้าชายแดนไทย-กัมพูชาดีมากนะครับ  ตัวเลขก็เพิ่มสูงขึ้น เพราะฉะนั้น อะไรที่เป็นในทางบวกก็อยากให้ทำ  รวมทั้งดูลู่ทางในการที่จะเปิดจุดถาวร ทำถนนเชื่อมโยงกัน ก็พูดคุยกันดี 

ส่วนเรื่องที่เป็นปัญหาก็เห็นตรงกันอีกว่าความจริงมันก็มีกติการ่วมกันอยู่แล้ว ที่เรียกเอ็มโอยูบ้าง อะไรบ้าง เจบีซี เอ็มโอยู  ให้เขาทำงานเถอะ  แต่ว่าขอให้ต่างฝ่ายเข้าใจว่ากระบวนการภายในเขาไม่เหมือนกัน ท่านนายกฯ ฮุนเซนก็เข้าใจ  ก็พูดเลยบอกรู้ว่าขณะนี้ของเราต้องรอสภาฯ เพราะเรามีมาตรา 190 จะไปเจรจาทำข้อตกลงอะไรต้องผ่านสภาฯ ท่านก็บอกก็รอตรงนั้น  ตรงนั้นเรียบร้อยก็คุยกันต่อ  เพราะฉะนั้น ก็อยู่ในบรรยากาศที่ดี

ผู้ดำเนินรายการ  ดูมีท่าทางยิ้มแย้มแจ่มใส หัวเราะเอิ๊กอ๊ากดี

นายกรัฐมนตรี  ใช่ครับ ความจริงระยะหลังต้องถือว่าความสัมพันธ์ก็ปรับขึ้นมา เพราะว่ามีการส่งทูตกลับไปทำหน้าที่ ทูตกัมพูชาก็มาทำหน้าที่แล้ว เพราะฉะนั้น ก็อยู่ในจุดที่ดีขึ้น

ผู้ดำเนินรายการ  ที่จริงทีมสารคดีผมก็เพิ่งได้รับอนุมัติ เดี๋ยว 2 อาทิตย์ข้างหน้าก็จะไปถ่ายทำรายการสักอาทิตย์หนึ่งครับ ปกติทางกระทรวงการต่างประเทศเรามักจะมีโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างสื่อมวลชน

นายกรัฐมนตรี  ทีนี้เราก็ยังพูดกันต่อว่าเวลาเจอกัน ก็ตกลงกันได้ดี  แต่สำคัญว่าจะเป็นไปตามนี้ไหม ก็บอกไม่เป็นไรหรอก เพราะว่าอีก 2 อาทิตย์ต้องไปเจอกันที่บรัสเซลส์ ต้องไปประชุมอาเซมด้วยกัน และหลังจากนั้นอีก 2 อาทิตย์ก็ต้องไปเจอกันที่ฮานอย เพราะมีประชุมอาเซียน และหลังจากนั้นอีก 2 อาทิตย์ก็จะมีการประชุมพนมเปญ การประชุมยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (Ayeyawady Chao Phraya Mekong Economic Cooperation Strategy : ACMECS) เพราะฉะนั้น อย่างน้อยอีก 3 ครั้งต้องเจอกัน ถ้าไม่เป็นไปตามนี้ก็ต้องมานั่งคุยกันอีก

ผู้ดำเนินรายการ และอีกไม่นานกัมพูชาก็จะเป็นประธานอาเซียน อีกสัก 3 ปีมั๊งครับ

นายกรัฐมนตรี พอดีเขามีการสลับคิวกันอยู่นิดหน่อย

ผู้ดำเนินรายการ  อินโดนีเซียขึ้นมาก่อนกัมพูชา  คือพูดถึงกัมพูชาแล้วก็น่าสรุปได้ว่าเริ่มเดินบนเส้นทางที่อบอุ่น

นายกรัฐมนตรี  บรรยากาศดีขึ้น แต่ว่าปัญหาพื้นฐานยังอยู่ เราต้องยอมรับนะครับ เรื่องเขตแดน เรื่องมรดกโลก เรื่องอะไร แต่เราก็ถือว่าต้องใช้กลไกที่เรามีอยู่ในการแก้ปัญหา

ผู้ดำเนินรายการ พักยังไม่ทันหายเหนื่อย ที่จริงไม่เหนื่อยก็พักแล้ว ก็กลับมาคุยกับท่านนายกรัฐมนตรีต่อ เชื่อมั่นประเทศไทย เชื่อมั่นนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์หรือไม่ ก็คุยกันทั้งชั่วโมงแล้วเดี๋ยวก็จะรู้ เรื่องที่อาจจะเป็นเทคโนโลยีหน่อย เมื่อกี้พูดกันถึงเรื่อง 3G หรือว่ารุ่นที่ 3 ของระบบโทรคมนาคมสื่อสาร โทรศัพท์มือถือที่จะทันสมัยมากขึ้น ทั้งภาพและเสียง ทั้งสารพัดสื่อนี้ มันชะงักอยู่ในการประมูล คนทั่วไปก็พอรู้ว่าเป็นประโยชน์เยอะ ถ้าขืนช้า มีสื่อมวลชนของเราก็จะติดตามเพื่อนบ้าน เช่น เวียดนาม ลาว เขาไปแล้วนะครับ ตรงนี้ทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องคอยศาลปกครอง เพราะรู้ในระบบรัฐธรรมนูญใช่ไหมครับ แต่ว่า

นายกรัฐมนตรี คือเราเผื่อไว้อย่างนี้ครับว่า ถ้าชุดนี้เขาประมูลไม่ได้ นั่นหมายความว่าก็คือต้องรอ กสทช. ที่จะมาแทน กทช. ทีนี้การเกิดของ กสทช. นี้ต้องออกกฎหมาย ซึ่งเรากำลังเร่งอยู่ วันพฤหัสฯ หน้า สภาฯ น่าจะตั้งกรรมาธิการร่วม เพื่อมาดูว่าที่วุฒิสภาเขาแก้จากที่สภาผู้แทนฯ ส่งไปนี้ จะเอากันยังไง ถ้าตั้งกรรมาธิการได้นี้ ผมก็คาดว่าภายในสิ้นปีนี้กฎหมายน่าจะออกมาได้ พอกฎหมายออกมาได้ก็ต้องไปตั้ง กสทช. ตามกฎหมาย ก็จะใช้เวลานานเท่าไรคงต้องไปดูด้วยว่ากฎหมายเขียนยังไง

ผู้ดำเนินรายการ คืออันนี้ผมก็ไม่ได้อยากมานั่งแล้วก็เข้าข้างท่านนายกฯ นะครับ ตั้งแต่ผมร่างรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2540 แล้วก็ร่างกฎหมายตั้ง กสช. กทช. ปี 43 สมัยที่คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ เป็นประธานกรรมาธิการ ผมเป็นกรรมาธิการบุคคลภายนอก รู้สึกมาขอที่นั่งจากท่านด้วยซ้ำไปนะครับ เป็นบุคคลภายนอก ก็พบว่า 10 กว่าปีที่ผ่านมานี้ มันมีอุปสรรคขวากหนามในการแทรกแซงทางผลประโยชน์เชิงการเมืองธุรกิจอยู่เป็นระยะ ๆ ท่านต้องรู้แน่นอนนะครับเพราะว่า

นายกรัฐมนตรี เราปฏิเสธไม่ได้เลยนะครับอาจารย์ ว่าธุรกิจโทรคมกับธุรกิจกระจายเสียงนี้เป็นธุรกิจที่มีผลประโยชน์มหาศาล เพราะฉะนั้นพอจะขยับทำอะไรจะมีข้อโต้แย้งอยู่ตลอดเวลา คำว่าผลประโยชน์มันมีทั้งผลประโยชน์ที่ดีและผลประโยชน์ที่ไม่ดี ซึ่งก็ทำให้เกิดความซับซ้อน และมันก็เป็นธุรกิจที่ จุดสำคัญคือการลงทุนตอนเริ่มต้น ใช่ไหมครับ เพราะว่าพอประกอบการไปแล้วนี้ต้นทุนมันก็ไม่ได้เป็นตัวหลัก เพราะฉะนั้นทุกคนก็ต้องมามุ่งว่าทำยังไงตัวเองจะสามารถเข้ามาทำตรงนี้ได้ เพราะฉะนั้นนั่นก็คือเหตุผลว่าทำไมรัฐธรรมนูญถึงต้องเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ ว่าอันนี้เป็นทรัพย์สมบัติของชาติ การจัดสรรต้องมีความโปร่งใส มีความเป็นธรรม เอื้อต่อประโยชน์ของส่วนรวมอะไรต่าง ๆ ก็เลยทำให้ยุ่งยากเป็นพิเศษ

ผู้ดำเนินรายการ พรรคประชาธิปัตย์ของท่านนี้จะรู้ดี เพราะว่าเป็นยุคที่คุณหญิงสุพัตราเป็นประธานกรรมาธิการร่าง พ.ร.บ. ฉบับแรกที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ ก็คือเรื่ององค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ แล้วก็มาเป็น กทช. ปัจจุบัน รวมจะเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และโทรคมนาคมแห่งชาติ กสทช. นี้มันใช้เวลายาวนาน ผมได้ฟังคำให้สัมภาษณ์ของท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช กระทรวงการคลัง พูดถึงว่า คือสมมติถ้าไม่มีการประมูล คือว่าขอใบอนุญาตไปเลย ก็คือการแข่งขันมันเสมอภาคกัน น่าจะให้ทำกันทุกคน สุดแต่กำลังความสามารถ อย่างนั้นไม่ดีกว่า

นายกรัฐมนตรี คือผมเรียนอย่างนี้นะครับว่า เราก็อยากให้ระบบการแข่งขันมันเสรีที่สุด เป็นธรรมที่สุดนะครับ เพราะฉะนั้น รัฐบาลเองก็พูดมาตั้งแต่ต้นว่าต้องการที่แปลงสัมปทานให้เป็นใบอนุญาต แต่การแปลงสัมปทานก็อีกนั่นหละเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะว่าเวลาเจรจากันว่าแปลงเป็นใบอนุญาตนี้ต้องเก็บค่าธรรมเนียมเท่าไรที่จะมาทดแทนสัมปทานอะไรต่าง ๆ นี้ คนทำงานก็เกร็งมาก ไม่รู้ว่าจะถูกเล่นงานว่าไปเอื้อเอกชนหรือเปล่า หรือว่าถ้าพยายามที่จะเข้มงวดกวดขันบ้าง เอกชนเขาไม่ยินยอม ก็แปลงไม่ได้นะครับ ยกเว้นตอนนี้ก็มีช่องตามกฎหมายอยู่ช่องเดียวก็คือ แปลงตามกฎหมาย แต่อายุของใบอนุญาตก็จะต้องสั้นเท่ากับอายุของสัมปทาน

ผู้ดำเนินรายการ คือสัมปทานเดิมแต่ว่าปรับเทคโนโลยีขึ้นไป

นายกรัฐมนตรี ใช่ครับ แต่ว่าสัญญานี้มันเหลือแค่ 3 ปี 5 ปี 8 ปี ซึ่งอย่างที่ผมบอกตั้งแต่ต้นว่าธุรกิจนี้มันต้องลงทุนค่อนข้างที่จะมากในช่วงต้น แล้วก็ต้องรอเก็บเกี่ยวรายได้ยาว เพราะฉะนั้นถ้าแปลงแล้วมีแค่ 3 ปี 5 ปี 8 ปีนี้ ผมไม่แน่ใจว่าจะสามารถทำได้หรือไม่นะครับ ทีนี้ถามว่าทำไมไม่เปิดเสรีไปเลย อีกเรื่องหนึ่งที่เราก็ต้องดูด้วยก็คือว่า ความจริงนี้ผู้ประกอบการ คือผู้ให้บริการ ผมหรืออาจารย์ที่ใช้โทรศัพท์ ใช้คอมพิวเตอร์นี้มีเยอะ ๆ ดี แต่ถ้าทุกคนต้องไปลงทุนสร้างเครือข่าย สร้างเสา ลงทุนต่อสายอะไรต่าง ๆ นี้นะครับ อันนั้นก็จะเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างจะสิ้นเปลืองซ้ำซ้อนค่อนข้างจะมาก เพราะฉะนั้นหลักจริง ๆ ก็คือว่าต้องทำกติกาเรื่องการลงทุนว่าทำอย่างไรใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด ซึ่งอันนี้ทางกระทรวงคลังกับกระทรวงไอซีทีกำลังเดินหน้าในการที่จะวางแนวทางตรงนี้ร่วมกับทาง กทช. และกสทช. ต่อไป ส่วนการประกอบการนี้ผมคิดว่ามันต้องมีจุดที่หาความพอดีครับ ว่าผู้ประกอบการก็ต้องแข่งขันเสรีตามสมควร แต่ไม่เยอะจนกระทั่งเกิดปัญหาการลงทุน และแข่งขันกันจนทุกรายก็ไปไม่รอดอะไรทำนองนั้น

ผู้ดำเนินรายการ ตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 2540 จนถึงฉบับปัจจุบัน 2550 นี้ มีเรื่องหนึ่งซึ่งไม่ใช่เรื่องเงินนะครับ เรื่องการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารโทรคมนาคม 2G 3G ต่อไปจะเป็น 4G ก็ตามนี้ คือประโยชน์สาธารณะ ประโยชน์ที่ได้กับการศึกษา เห็นรัฐบาลท่านก็ประกาศไว้แล้วนี่ครับว่า โรงเรียนสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ควรจะได้รับประโยชน์ ว่าจริง ๆ ฟรีเลยก็ดี เหมือนอย่างที่ฟินแลนด์นี่ ฟินแลนด์เขาบอกว่าระบบการสื่อสารที่ทันสมัยนี้ Hi Speed Innnternet 3G เป็นสิทธิตามกฎหมายของประชาชนที่จะต้องได้รับบริการ คือต้องเข้าถึง เราจะไปถึงนั่นไหมครับ

นายกรัฐมนตรี ผมก็ได้กำหนดแผนเรื่องของไอซีทีไว้นะครับ เรื่องการให้ความสำคัญกับการเข้าถึงอย่างเสมอภาค

ผู้ดำเนินรายการ คือจะจ่ายมากน้อยหรือฟรี

นายกรัฐมนตรี แล้วก็ความจริงก็คือต้นทุนก็จะต้องพยายามให้ต่ำที่สุดนะครับ ทีนี้ไทยเข้มแข็งเองตอนนี้เราก็ทำในเรื่องนี้ด้วยกับโรงเรียน แล้วก็มีศูนย์ของชุมชน เพราะตรงนี้ก็สำคัญนะครับ บางทีเรามุ่งแต่ที่โรงเรียน ความจริงผู้ใหญ่ก็ควรที่จะได้มีโอกาสตรงนี้ด้วยนะครับในพื้นที่ที่ห่างไกล อันนี้ก็เป็นแนวทางที่เดินหน้าอยู่ แล้วก็เรากำลังผลักดันกฎหมายในเรื่องของกองทุนเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ซึ่งจะรับเงินจากทางนี้ครับ เวลาผู้ประกอบการมาเสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาตอะไรต่าง ๆ นี้ จะเอาเงินส่วนหนึ่งมาเป็นกองทุนสำหรับที่จะให้เด็กสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้

ผู้ดำเนินรายการ การศึกษาเป็นเรื่องใหญ่ของเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษนะครับ หรือที่เรียกว่า Millemium Goals คือทุกคนต้องเข้าถึงการศึกษา พูดถึงภาพรวมแล้วกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ซึ่งหลายประเทศบ่นที่นิวยอร์กนะครับ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาบอกว่ามันไม่เป็นตามเป้า คือปี 2015 ปีเดียวกับที่จะเกิดประชาคมอาเซียน อาเซียนต้องการให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน โดยมีคุณภาพด้วย ผมขอถามท่านนายกรัฐมนตรีโดยภาพรวมนะครับว่า การพัฒนาประเทศไทยตามเป้าหมายที่ตกลงกันไว้ ที่สหประชาชาติ 10 ปีที่แล้วนะครับ ตอนนี้เราได้มาตรฐาน ไม่ต้องมีอะไรบ่น หรือยังไง คือมันมีหลายเรื่องนะครับ เช่น ความยากจนอย่างสุด ๆ นะครับ เรื่องผู้หญิง เรื่องสิทธิสตรี เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องที่อยู่อาศัย เรื่องคุณภาพชีวิต การมีงานทำที่เป็นประโยชน์ นี่ผมก็ท่องมา 8 - 9 หัวข้อนะครับ ความหิวโหยอะไรนี่นะครับ

นายกรัฐมนตรี ในภาพรวมของเขานี้ถือว่าบรรลุเป้าหมายไปส่วนใหญ่หรือเกือบหมดนะครับ ทั้ง ๆ ที่ยังมีเวลาเหลืออยู่อีกพอสมควรนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าถามว่าสถานะของประเทศไทย ก็จะคล้าย ๆ กับประเทศที่เขาเรียกว่ารายได้อยู่ในระดับกลาง ๆ นะครับ คือไม่ถึงกับร่ำรวยและก็อาจจะหลุดพ้นมาจากการเป็นประเทศด้อยพัฒนา ก็ถือว่าทำได้ และก็ของเรานี้ผมว่าพื้นฐานเดิมเราดีนะครับในเรื่องของโครงสร้างที่ไป เช่น การเข้าถึงไฟฟ้า อย่างนี้ครับ ของเรานี้ค่อนข้างที่จะทั่วถึงเกือบจะหมดแล้ว ยกเว้นพื้นที่ห่างไกลจริง ๆ อย่างนี้เป็นต้นนะครับ แล้วเราก็มีการผลักดันนโยบายเรื่องกระจายทางด้านการศึกษา ทางด้านบริการสาธารณสุขมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นเราก็อยู่ในภาพรวมนี้ทำได้ดี มีบางตัวที่เขาบอกว่าเรายังมีปัญหาอยู่ เช่น การมีส่วนร่วมของสตรีในการเมือง เขาดูจากตัวเลขว่า นักการเมืองผู้หญิงของเรายังค่อนข้างจะอยู่ในสัดส่วนที่ต่ำ หรือต่ำมาก อย่างนี้เป็นต้นนะครับ เรื่องน้ำ ก็ยังเป็นปัญหามากกว่า เพราะว่าการเข้าถึงเรื่องของน้ำดื่ม น้ำสะอาด และแหล่งน้ำสำหรับการเกษตรก็ยังต้องมีการลงทุนอีกมาก เพราะฉะนั้นที่ถ้าดูเร็ว ๆ ว่ามีอะไรนี้ มีสองอันนี้ที่เห็นว่ายังจะต้องมีการทำมากขึ้น แต่ว่าถ้าจะเอามาตรฐานที่สูงขึ้นไปอีก เดี๋ยวนี้เขาก็จะมี MDG : Millenium Development Goals ก็มี MDG+ นี้ ถ้าอันนั้นยังมีอีกหลายตัว

ผู้ดำเนินรายการ คืออย่างความยากจนนี้เขามักจะวัดโดยสัดส่วน เรียกว่าสัดส่วนเปรียบเทียบ ความยากจนมีหลายแบบ ก็คือถ้าเป็นประเทศที่ด้อยพัฒนา สหประชาชาติเขาบอกว่าวันหนึ่งประมาณ 1 ดอลลาร์ บางประเทศก็ให้ 2 / 2.5 ของเรานี่ไม่ต้องพูดเรื่องนี้แล้วใช่ไหมครับ

นายกรัฐมนตรี ของเรา...