ข่าว

คุณปู่จำเป็น

คุณปู่จำเป็น

26 ก.ย. 2553

ระยะนี้ กระแสฟิล์มฟีเวอร์ ฮิตติดจอ ติดหน้าสื่อกันซะจริงๆ เรียกว่ากลบกระแสข่าวการบ้านการเมืองแบบเบียดชิดติดขอบ ทำเอามีเสียงแซวจากบรรดากระจิบกระจอกข่าวว่า สงสัยรัฐบาลต้องออกหนังสือขอบคุณไปยัง "ฟิลม์ รัฐภูมิ - แอนนี่ บรู๊ค" ที่ทำให้คนทุกสีหันมาตั้งวงชงประเด

 แต่เมื่อหันไปถาม “มังกรเฒ่าการเมือง” อย่าง “บรรหาร ศิลปอาชา” ว่าต้องให้รัฐบาลออกมาขอบคุณฟิล์มหรือไม่ ? กลับได้รับคำถามย้อนกลับว่า “ฟิลม์ รัฐภูมิ” เป็นใคร แถมทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก ทำเอาขุนพลใหญ่ “เฮียตือ” สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ต้องอธิบายเสียยกใหญ่

 งานนี้ไม่รู้ว่าต้องยกความดีให้ “เฮียตือ” ที่อธิบายเสียเข้าใจ จนทำให้ “มังกรเฒ่า” ขำกลิ้ง แถมบอกว่าต้องยกความดีความชอบให้ฟิล์ม แต่สุดท้ายกลายเป็นงานเข้า “เฮียตือ” เสียเองเพราะบรรดากระจิบกระจอกข่าวรีบหันขวับกระแซะถามทันที ในฐานะคุณพ่อ ที่มีลูกชายเป็นส.ส.สุดหล่อ-หน้าใสว่า “ส.ส.ภราดร หน้าใสๆ แบบนี้ ไม่กลัวเป็นข่าวแบบฟิล์มหรือ ?"

 ทำเอา “เฮียตือ” หัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจ แถมสำทับว่า “ก็ต้องยอมรับว่าดารากับนักการเมืองถือว่าเป็นบุคคลสาธารณะเหมือนกัน ถ้าทำอะไรผิดพลาดไป ข่าวมันก็ใหญ่แบบนี้แหละ”
 
 แถมต่อท้ายด้วยว่า “แหมๆๆ ถ้าลูกผมเป็นแบบฟิล์ม แบบนี้ ผมก็เป็นปู่โดยไม่ตั้งใจนะสิ” 

“ไม่แน่จริง”

 เข้มข้นขึ้นทุกที กับการพิจารณาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ พรรคการเมืองเก่าแก่ของประวัติศาสตร์การเมืองประเทศไทย และก็เป็นเรื่องธรรมดาที่คนของพรรคประชาธิปัตย์จะต้องแถลงข่าวเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจให้ประชาชนทราบว่าพรรคไม่ได้ทำความผิดอย่างที่ถูกกล่าวหา

 ขณะที่ฝ่ายค้านเองก็ต้องออกมาให้ข่าวชี้ปมข้อสงสัยต่างๆ เพื่อหาช่องที่จะยุบพรรคประชาธิปัตย์ให้ได้ เพื่อหวังที่จะล้างไพ่การเมืองกันใหม่ โดย “โฆษกเสด็จพี่” พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ รับหน้าที่กระบอกเสียงของฝ่ายค้าน โจมตี จับผิด พูดให้ประชาชนสงสัย เพื่อหวังผลล้มรัฐบาล

 จึงไม่แปลกที่คนของพรรคประชาธิปัตย์หลายต่อหลายคนจะถูกนายพร้อมพงศ์แถลงข่าวพาดพิง ทั้งที่จริงบ้างและก็ไม่จริงบ้าง

 ไล่มาตั้งแต่แกนนำระดับสูงอย่าง นายหัวชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ "บัญญัติ บรรทัดฐาน" กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ จนถึงทีมกฎหมายของพรรค

 วันก่อน “น้าหยัด” มีคิวไปศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อร่วมสังเกตการณ์ในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีเงินกองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมือง 29 ล้านบาท บังเอิญเจอะกับเสด็จพี่เข้าพอดี “น้าหยัด” ไม่รอช้ากวักมือเรียกทันทีว่า “คุณสาดของสกปรกใส่ผม อย่าเพิ่งไป มานี่เลย” กระจอกข่าวรีบหยิบปากกาทันทีกะว่าได้ข่าวเด็ดแน่ แต่ "เด็จพี่" กลับชิ่งหนีไปให้สัมภาษณ์นักข่าวหน้าตาเฉย ทำเป็นหูทวนลม เหมือนไม่ได้ยินเสียงเรียกของ "น้าหยัด" ซะอย่างนั้น

 แหม ! เห็นแถลงว่าเขาอยู่หยอยๆ พอเจอหน้ากลับหนีซะนี่

 โธ่ ! ไอ้เราก็นึกว่าจะแน่ !!!

ปาล์มไม่ได้ช่วยอะไร
 
 2 สัปดาห์ที่แล้ว ทำเนียบรัฐบาลปรับภูมิทัศน์และ “เสริมฮวงจุ้ย” ครั้งใหญ่ด้วยการนำ “ต้นปาล์มยะวาและไทรอังกฤษ” จำนวนมากปลูกรอบตึกไทยคู่ฟ้า เพียงเพราะหวังตามความเชื่อที่ว่าลักษณะใบของปาล์มยะวาที่เป็นใบพัด จะช่วยพัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกจากทำเนียบ

 แต่ปรากฏว่าหลังจากนั้นก็ดันมีข่าวว่า “กลุ่มคนชุดดำ” ซุ่มลอบสังหารนายกฯ มาร์ค จากมุมสูงโดยเช่าคอนโดมิเนียมเพื่อปฏิบัติการ จนทำให้หน่วยงานความมั่นคงวุ่นวายพักใหญ่แล้วข่าวก็เงียบไป

 ถัดมาก็มีประเด็นระหองระแหงกับพรรคร่วมฯ อย่างภูมิใจไทยที่อาจารย์ใหญ่ “เนวิน ชิดชอบ” สั่งเดินหน้าออกกฎหมาย “นิรโทษกรรม” สุดท้ายก็ได้จับมือกับ “บรรหาร ศิลปอาชา” แห่งพรรคชาติไทยพัฒนาเพิ่มแรงหนุนในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ยังค้านไม่เลิก

 ล่าสุดกับข่าวความเคลื่อนไหวของเสธ.หนั่นเมืองชาละวัน “พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์” เดินสายเจรจากับแกนนำเหลือง-แดง จนลือหนาหูว่าจะถูกดันให้เป็น “นายกฯ” คนต่อไป จนเป็นกระแส 2 พรรคร่วมฯ รวมหัว “เลื่อยขาเก้าอี้หนุ่มมาร์ค”

 นี่ยังไม่รวม "คนใน" จ้องเลื่อยกันเอง ด้วยการปูดชื่อ "หนุ่มกรณ์ จาติกวณิช" ในฐานะหนึ่งในแคนดิเดตที่เตรียมแต่งตัวคอยมาพักใหญ่

 งานนี้เลยสงสัยว่า “ใบพัดปาล์มยะวา” คงไม่ได้พัดปัดเป่าปัญหาให้พ้นไปจากทำเนียบจริงๆ เพราะดูเหมือนว่าปัญหา "เลื่อยขาเก้าอี้" จะตกกับเจ้าชะตาที่ชื่อ "นายกฯ มาร์ค" เข้าเต็มๆ ...ฮา