
เปิดเวทีปฏิรูปสื่อนักวิชาการเสนอ4ข้อฝ่าวิกฤติ
"เปิดเวทีปฏิรูปสื่อนักวิชาการเสนอ 4 แนวทางฝ่าวิกฤต หวั่นการตลาด-อำนาจรัฐคุกคาม นักสื่อสารมวลชนหนุนเร่งคลอดพ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ฯหวังเป็นกลไกกำกับดูแลสสย.แนะตั้งองค์กรอิสระสร้างองค์ความรู้-เฝ้าระวัง
(25ก.ย.) ที่ห้องประชุมอิศรา อมันตกุล สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย คณะกรรมการพัฒนาส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและความรับผิดชอบสื่อมวลชน(คพส.)ร่วมกับคณะอบรมหลักสูตรผู้บริหารการสื่อสารมวลชนระดับกลาง รุ่นที่ 2(บสก.2) โดยสถาบันอิสรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)จัดสัมมนาสาธารณะเรื่อง"ปฎิรูปสื่อ : ผ่าปัญหา...คว้าทางออก"
โดยดร.สุดารัตน์ ดิษยวรรธนะ จันทราวัฒนากุล คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และคณะกรรมการ คพส. กล่าวว่า การปฏิรูปสื่อ เป็นส่วนประกอบหนึ่งที่จะทำให้เกิดความสมานฉันท์ขึ้นในสังคม โดยสื่อจำเป็นต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้อง ควบคู่ไปกับการมีเสรีภาพ ซึ่งกลไกที่จะทำให้เกิดขึ้น คือ 1.กลไกการตลาดที่สมดุล ไม่ให้การตลาดนำจนเกินไป และไม่ให้รัฐกุมอำนาจได้มากเกินไป 2.กลไกการดูแล ไม่ใช่ควบคุม เพราะเมื่อสื่อดูแลตัวเองได้ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้กลไกทางกฎหมายควบคุมเพราะอาจกระทบต่อเสรีภาพ 3.การมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนหรือกลไกการตรวจสอบโดยประชาชน เช่น มีเดียมอนิเตอร์ และ 4.ความรับผิดชอบของสื่อแบบมืออาชีพ เพราะสื่อเป็นองค์กรที่สังคมคาดหวังสูง ความรับผิดชอบเพื่อให้เกิดสื่อสารอย่างสร้างสรรค์จึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก
“การปฏิรูปสื่อถือเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะสื่อเป็นผู้เชื่อมต่อและส่งความเป็นจริงให้กับประชาชนในวงกว้าง จึงต้องทำหน้าที่ด้วยความยุติธรรม ถูกต้อง สร้างสรรค์ เพื่อให้ผู้รับสารได้รับความจริงที่ถูกต้อง ซึ่งสื่อปัจจุบันไม่ใช่แค่ ทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ แต่รวมถึงเคเบิ้ล ดาวเทียม วิทยุชุมชน ทุกส่วนต้องปรับตัวและสร้างความรับผิดชอบซึ่งจะมีผลกระทบทำให้เกิดสังคมคุณภาพและสร้างสรรค์ในที่สุด” ดร.สุดารัตน์กล่าว
นายก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ คณะกรรมการสื่อสารเพื่อการปฏิรูปสื่อ ในคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป(คสป.) กล่าวว่า การเร่งให้มีกฎหมายพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เกิดกลไกการกำกับดูแล โดยเฉพาะสื่อที่เกิดขึ้นใหม่ เช่น วิทยุชุมชน ดาวเทียม เคเบิ้ลทีวี ซึ่งการมีกฎหมายจุดประสงค์ต้องเป็นไปเพื่อกำกับดูแล ไม่ใช่การควบคุม เพราะจะเป็นอุปสรรคต่อเสรีภาพในการนำเสนอสื่อ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสื่อ เป็นองค์กรที่ได้รับการคาดหวังมาก จึงจำเป็นต้องทำให้กลไกมาดูแลสื่อที่ยังมีปัญหา เพื่อนำไปสู่การนำเสนอที่สร้างสรรค์ ถูกต้อง ตามที่ประชาชนคาดหวังไว้
น.ส.เข็มพร วิรุณราพันธ์ ผู้จัดการแผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน (สสย.) กล่าวว่า กลไกตรวจสอบการทำงานของสื่อปัจจุบัน จะเน้นไปที่การตรวจสอบกันเองหรือการออกกฎหมายคงไม่เพียงพอ แต่ภาคสังคมซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงต้องเป็นพลังสำคัญในการเฝ้าระวัง ซึ่งในต่างประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา มีการจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะขึ้นเพื่อดูแลประเด็นเหล่านี้ แต่ที่ผ่านมาสังคมไทยยังไม่มีการส่งเสียง หรือร้ายกว่านั้นคือส่วนใหญ่ยังไม่รู้ด้วยว่าตนเองได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง สิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยกระบวนการสร้างความรู้ความเข้าใจ
ดังนั้นจึงเสนอว่าควรมีการจัดตั้งองค์กรอิสระที่ได้รับการยอมรับจากสมาคมวิชาชีพ มีแหล่งที่มาของเงินทุนสนับสนุนที่แน่นอน เพื่อทำหน้าที่เชื่อมโยงเครือข่ายต่าง ๆ มีการจัดการความรู้ ศึกษาวิจัย เปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียน ตรวจสอบ เพื่อสร้างกระบวนการรู้เท่าทันสื่อ



