ข่าว

ตีนแมวใจเด็ดย่องขึ้นบ้านสวญ.ถูกยิงดับคาที่

ตีนแมวใจเด็ดย่องขึ้นบ้านสวญ.ถูกยิงดับคาที่

25 ก.ย. 2553

หนุ่มใหญ่ ประวัติก่ออาชญากรรมโชกโชน อาศัยช่วงงานเลี้ยงเกษียณอายุ บุกบ้านพักตำรวจ ย่องขึ้นบ้าน สวญ.พลูตาหลวง ส.ต.ท.มือปราบผ่านมาประสบเหตุ ถูกคนร้ายยิงได้รับบาดเจ็บ ฮึดสู้ชักปืนยิงสวนเข้ากลางหน้าอก เอว และแขน รวม 3 นัด ดับคาที่

(25ก.ย.) เวลา 00.30 น. พ.ต.ท.ฒศพล สมนึก พนักงานสอบสวนประจำวัน สภ.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ รับแจ้งเหตุจาก พ.ต.ท.เชาว์ศิริ บุญศิริโยธิน สารวัตรใหญ่ สภ.พลูตาหลวง ว่าได้วิสามัญคนร้ายบุกขึ้นบ้านพักข้าราชการตำรวจเสียชีวิต 1 ราย และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกยิงได้รับบาดเจ็บที่ห้องพักเลขที่ 35/60 ม.1 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ขอให้มาตรวจสอบหลังรับแจ้งได้รายงานให้ พ.ต.อ.ธีระพงษ์ จินดาหลวง รอง.ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ทราบพร้อมนำกำลังเจ้าหน้าที่วิทยาการเดินทางไปตรวจสอบ

 ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณหลังบ้านพักสารวัตรใหญ่ สภ.พลูตาหลวง พบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อนายองอาจ ผลสมบัตร อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20/4 ม.7 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ เสียชีวิตในสภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืน 9 มม. เข้าที่หน้าอก 1 นัด เอวซ้าย 1 นัด และ ที่ต้นแขนด้านขวา 1 นัด ใกล้กันนั้นพบอาวุธปืนพกสั้นตกอยู่ 2 กระบอก ซึ่งเป็นของ ส.ต.ท. สุชาติ นวลศรี อายุ 30 ปี ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.พลูตาหลวง และของคนร้าย โดย ส.ต.ท.สุชาติ ได้ถูกคนร้ายยิงเข้าที่บริเวณต้นแขนซ้ายจำนวน 1 นัด ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งรักษายังห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลสมเด็จพระนาง เจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ไปก่อนหน้า

 จากการสอบสวน พ.ต.ท. เชาว์ศิริ บุญศิริโยธิน สวญ.สภ.พลูตาหลวง ให้การณ์ว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่สภ.พลูตาลหลวง ได้จัดให้มีงานเลี้ยงสังสรรค์อำลาข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุราชการอยู่นั้น ขณะนั้นตนร่วมอยู่ในงานโดยลืมปิดประตูบ้านไว้ กระทั่งได้รับแจ้งว่า มีชายสวมไอ้โม่งเข้ามาโจรกรรมทรัพย์สินภายในบ้าน และเป็นจังหวะเดียวกับที่ ส.ต.ท.สุชาติ ซึ่งออกมาจากงานเลี้ยงเพื่อเข้าห้องน้ำและพบเหตุเข้า ทำให้เกิดปะทะกับคนร้าย โดยคนร้ายได้หยิบอาวุธปืนสั้น สมิทแอนด์เวสสัน ชนิดลูกโม่ ขนาด .357 มม. ที่วางอยู่ในบ้านของสารวัตรใหญ่ ยิงใส่ ส.ต.ท.สุชาติ จำนวน 1 นัด จนได้รับบาดเจ็บ ในเวลานั้น ส.ต.ท.สุชาติ ได้ชักอาวุธปืนพกสั้นที่พกติดตัวมายิงต่อสู้กับคนร้ายจนคนร้ายเสียชีวิตดังกล่าว

 เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้เจ้าหน้าที่กองวิทยาการเข้าตรวจสอบและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุไว้ พร้อมทั้งให้นำร่างของผู้เสียส่งชันสูตรยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กรมตำรวจ เพื่อหาสาเหตุของการสีชีวิตที่แท้จริงต่อไป