ข่าว

"โอบาม่า"โต้ผู้นำอิหร่าน"พูดน่ารังเกียจ"

"โอบาม่า"โต้ผู้นำอิหร่าน"พูดน่ารังเกียจ"

25 ก.ย. 2553

"โอบาม่า" ตอบโต้ผู้นำอิหร่านว่า พูดน่าขยะแขยง และน่ารังเกียจ

(25ก.ย.) ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ของสหรัฐออกมาตอบโต้คำพูดของประธานาธิบดีมาหมุด อาหมัดดิเนจ๊าด ของอิหร่าน ที่บอกว่าสหรัฐเองเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีในเหตุการณ์การก่อการร้ายครั้งใหญ่ต่อสหรัฐเมื่อ 11 กันยายน 2544

 ระหว่างการขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์ต่อสมัชชาใหญ่สหประชาชาติเมื่อบ่ายวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น ผู้นำอิหร่านบอกว่า บางหน่วยงานในรัฐบาลสหรัฐอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุวินาศกรรม 11 กันยายนเพียงเพื่อพาหาทางรอดจากเศรษฐกิจที่ชะลอลงและยึดครองดินแดนตะวันออกกลางเพื่อปกป้องอิสราเอล

 เรื่องนี้เป็นเหตุให้ตัวแทนนักการทูตสหรัฐที่ไปร่วมฟังการกล่าวสุนทรพจน์ พากันประท้วงด้วยการเดินออกจากที่ประชุม ตามมาด้วยการเดินออกจากที่ประชุมของตัวแทนจากทั้ง 27 ชาติกลุ่มสหภาพยุโรป รวมถึงออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา และคอสตาริก้า

 ในการให้สัมภาษณ์กับทางบีบีซีภาคภาษาเปอร์เซีย โอบาม่า พูดถึงการพูดของผู้นำอิหร่านว่า น่าขยะแขยง และน่ารังเกียจ  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับการที่อาหมัดดิเนจ๊าดมาพูดที่แมนฮัตตัน ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่กราวนด์ซีโร่ ซึ่งถูกโจมตีหนักที่สุดไม่มากนัก

 เขาบอกว่า ครอบครัวญาติมิตรของผู้เคราะห์ร้าย ผู้คนทุกเชื้อชาติศาสนา มองว่าการก่อการร้าย 11 กันยายน เป็นโศกนาฏกรรมของคนรุ่นนี้ การที่อาหมัดดิเนจ๊าดออกมาพูดเช่นนี้ จึงเป็นสิ่งที่ให้อภัยไม่ได้

 เขาบอกด้วยว่า การออกมาพูดของผู้นำอิหร่าน ยิ่งทำให้ชาวอเมริกันไม่ไว้ใจรัฐบาลอิหร่านมากขึ้น
 
 แต่ทางด้านผู้นำอิหร่านได้ออกมาปกป้องคำพูดเมื่อวันก่อนของตัวเอง โดยบอกว่า สมควรที่สหประชาชาติจะต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาค้นหาความจริงในเรื่องดังกล่าว

 ก่อนหน้านั้น ผู้นำอิหร่านก็มักออกมาพูดถึงเรื่องที่ขัดแย้งกับความเข้าใจของชาวโลกอยู่หลายเรื่อง รวมถึงเรื่องที่ไม่มีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยนักวิเคราะห์มองกันว่า ทีเขาทำเช่นนั้น ก็เพื่อพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของชาวโลกที่มีต่อโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน

 ซึ่งในประเด็นนี้ โอบาม่าก็บอกด้วยว่าอิหร่านควรเลือกเดินในแนวทางที่แตกต่างออกไป หากอิหร่านเลือกที่จะทำในอีกแบบ สหรัฐก็จะตอบสนองในอีกแบบเช่นกัน เมื่อนั้นอิหร่าน ก็จะมีสิทธิดำเนินโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติได้ การคว่ำบาตรต่างๆก็จะยุติ
และอิหร่านก็จะกลับเข้าสู่ประชาคมโลกได้