ข่าว

ค่าเงินบาทกับเจ้าสัวหลายค่าย

ค่าเงินบาทกับเจ้าสัวหลายค่าย

25 ก.ย. 2553

หลายฝ่ายคาดการณ์กันว่าเงินบาทคงจะแข็งต่อเนื่องและอาจจะหลุด 30 บาทก็ได้ ความเห็นเช่นนี้คุณธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานซีพี ก็ดูเหมือนจะเห็นพ้องต้องกัน

 คุณธนินท์ บอกว่า ปลายปีนี้โอกาสสูงที่เงินบาทจะหลุด 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เพราะมีเงินลงทุนไหลเข้าในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

 คุณธนินท์ บอกว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ควรจะเข้าไปต่อสู้กับการแข็งค่าเงินบาท เพราะมีโอกาสที่จะหยุดยั้งไม่ได้ แต่อาจจะเข้าไปแทรกแซงบ้างเป็นบางจังหวะ

 สิ่งที่ คุณธนินท์ พูดนั้นตรงกันข้ามกับคนสำคัญของวงการธุรกิจโดยเฉพาะสภาอุตสาหกรรม และสภาหอการค้าที่ออกมาวิจารณ์ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ทำอะไร ไม่ทำอย่างธนาคารกลางของญี่ปุ่นที่เข้าไปแทรกแซง เพื่อให้เงินสกุลตัวเองนั้นไม่แข็งเกินไป

 แต่ถ้าฟังคุณธนินท์ ก็จะบอกว่า สิ่งที่ทางการควรทำควรจะแทรกแซงบ้างบางจังหวะ แต่อย่าเข้าไปสู้ เพราะว่าถ้าสู้มีโอกาสจะแพ้ และประวัติศาสตร์ก็สอนเราแล้วว่าถ้าแบงก์ชาติเอาเงินของเราไปป้องกันเงินบาทก็จะช่วยคนเพียงบางกลุ่มเท่านั้น แต่จะทำให้เสียหายในภาพรวม ถ้าหากการต่อสู้พ่ายแพ้เสียเงินเสียทองและความเชื่อมั่นมากมาย 

 คุณธนินท์ บอกว่า สิ่งที่ทางการควรดำเนินการในขณะนี้ คือการส่งเสริมให้เอกชนไปลงทุนในต่างประเทศ หรือลงทุนซื้อเครื่องจักรเข้ามา นอกจากนี้ภาครัฐก็ควรจะให้ธนาคารพาณิย์ผ่อนคลายสินเชื่อให้ธุรกิจเอสเอ็มอีที่เป็นฐานของอุตสาหกรรมในอนาคต พูดอย่างนี้แปลว่าสามารถสร้างความแข็งแกร่งให้เอสเอ็มอีในช่วงจังหวะที่เงินบาทแข็ง เพราะว่าวิกฤติ สำหรับการส่งออกเป็นโอกาสสำหรับการนำเข้า

 คุณธนินท์ พูดน่าสนใจ ว่าในอาเซียนนั้นต่างประเทศมองว่าไทยดีที่สุด แต่การเมืองเราไม่ดีถ้าการเมืองเราดีเงินบาทอาจจะแข็งค่ามากกว่านี้

 คุณธนินท์ บอกว่า ผมไม่กลัวเงินเฟ้อ ผมกลัวเงินฟืด ผมมองว่าวันนี้เป็นโอกาสของประเทศไทยที่ควรจะคว้าโอกาสผลักดันประเทศช่วงที่เศรษฐกิจถือได้ว่าเติบโตมากในเอเชีย มีจีน อินเดียเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ

 จังหวะนี้รัฐบาลไทยควรจะหันมาลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบชลประทานเพื่อรองรับการเติบโต เพราะจะช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร นับวันไทยจะด้อยกว่าเวียดนามและอินโดนีเซีย

 ฟังดูแล้วอาจจะแปลกๆ เพราะว่าถ้าหากบอกว่าการเมืองถ้าดีเงินบาทจะแข็งกว่านี้ ก็แปลว่าคนที่ต้องการให้เงินบาทอ่อนนั้นต้องการให้การเมืองวุ่นๆ ต่อไปหรืออย่างไร

 ถ้าจังหวะที่ผู้ส่งออกเห็นว่าเป็นวิกฤติแต่สามารถสร้างความแข็งแกร่งในโครงสร้างพื้นฐานให้เกษตรกรของไทยต้องถือว่าเราใช้วิกฤตินี้เป็นโอกาสได้

 ฉะนั้นสิ่งที่คุณธนินท์เสนอจึงน่าสนใจ และจำเป็นที่เอกชนผู้ส่งออก และผู้นำเข้า รวมไปถึงเอกชนทุกๆ ด้านจะนั่งจับเข่าคุยกันเพื่อวิเคราะห์ ว่าเงินบาทแข็งเราได้เปรียบเสียเปรียบอย่างไร คนกลุ่มเดียวออกมาวิพากษ์วิจารณ์โวยวาย ขณะที่คนอีกกลุ่มหนึ่งยังไม่สามารถใช้โอกาสนี้เพื่อประโยชน์ของตน น่าเสียดายอย่างยิ่ง

สุทธิชัย หยุ่น