ข่าว

ดันรถไฟฟ้าสายสีชมพู-สายสีส้มเกิดปี59

ดันรถไฟฟ้าสายสีชมพู-สายสีส้มเกิดปี59

25 ก.ย. 2553

คมนาคมเดินหน้าผลักดันโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู-สายสีส้มต่อคาดได้ข้อสรุปรูปแบบภายใน 1 ปี ตั้งเป้าเปิดให้บริการได้ไม่เกินปี 2559 หวังช่วยลดการเจรจาติดขัดได้ พร้อมจี้สายอื่นเร่งก่อสร้างตามเป้าหมาย

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงอยู่ระหว่างเร่งดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-ปากเกร็ด-มีนบุรี วงเงิน 33,212 ล้านบาท และโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี วงเงิน 137,750 ล้านบาท เนื่องจากเห็นว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนแจ้งวัฒนะและถนนรามคำแหงได้อย่างดี

 ทั้งนี้ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) อยู่ระหว่างทบทวนความเหมาะสม และออกแบบโครงการรถไฟฟ้าทั้ง 2 สายคาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 1 ปี ก่อนจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติและเปิดประกวดราคา โดยตั้งเป้าเปิดบริการได้เร็วสุดภายในปี 2558-2559

 "คมนาคมจะเดินหน้าโครงการรถไฟฟ้าให้ได้ตามแผนที่กำหนดไว้ เพื่อพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของประเทศ และทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด โดยจะไม่ใช้การเมืองชี้วัดในการพัฒนาโครงข่ายคมนาคม เพราะบ้านเมืองจะไม่มีการพัฒนา" นายโสภณ กล่าวและว่า การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มนั้น จะแบ่งเป็น 3 ระยะ โดยระยะแรกช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางกะปิ ระยะที่ 2 ช่วงบางกะปิ-มีนบุรี และระยะที่ 3 ช่วงตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม โดยจะประกวดราคาและคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางกะปิ-มีนบุรี ก่อน เพราะมีแบบอยู่แล้วคาดเริ่มก่อสร้างงานโยธาได้ในปี 2556

 นอกจากนั้น กระทรวงคมนาคมยังติดตามเร่งดำเนินโครงการรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ทั้งโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน วงเงินประมาณ 9,308 ล้านบาท ปัจจุบันงานก่อสร้างคืบหน้า 36% ล่าช้ากว่าแผน 8.68% จึงต้องเร่งรัดต่อไปรวมทั้งเร่งก่อสร้างช่วงบางซื่อ-รังสิต ซึ่งเป็นส่วนเชื่อมต่อโครงข่ายกันด้วย 

 สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ วงเงิน 60,185 ล้านบาท ปัจจุบันงานก่อสร้างคืบหน้า 4.93% เป็นไปตามแผน แต่ต้องจัดหาเอกชนร่วมลงทุนในส่วนของระบบรถไฟฟ้า ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค วงเงิน 83,123 ล้านบาท อยู่ระหว่างเตรียมเซ็นสัญญาว่าจ้างก่อสร้าง

 ส่วนความคืบหน้าโครงการรถไฟไทย-จีนนั้น หากรัฐสภาเห็นชอบกรอบเจรจาในการประชุมวันที่ 27 กันยายนนี้ ไทยก็สามารถนำข้อมูลไปหารือกับทางการจีนได้เต็มที่ว่าไทยต้องการลงทุนพัฒนาระบบรางอย่างจริงจัง