ข่าว

เชื่อหรือไม่"เจมส์ บอนด์"ไม่เคยฆ่าคน

เชื่อหรือไม่"เจมส์ บอนด์"ไม่เคยฆ่าคน

25 ก.ย. 2553

ถ้าเอ่ยถึง เจมส์ บอนด์ หลายคนคงนึกถึงภาพของสายลับชาวอังกฤษสังกัดหน่วยเอ็มไอ 6 ใส่สูทชุดเนี้ยบ จิบมาร์ตินีแบบเขย่า ควงปืนวอลเทอร์พีพีเค ไล่ล่าเหล่าวายร้าย พร้อมกับโปรยเสน่ห์สาวๆ รอบข้าง และมีวลีเด็ดประจำตัว "ผมชื่อเจมส์ บอนด์" เวลาแนะนำตัว

 ภาพลักษณ์ของเจมส์ บอนด์ ในหนังสือของเอียน เฟลมมิ่ง ที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์นั้น ตรงกันข้ามกับการทำงานของสายลับอังกฤษสังกัดหน่วยเอ็มไอ 6 ตัวจริงอย่างสิ้นเชิง เพราะในความเป็นจริงคงไม่มีสายลับคนไหนเปิดเผยตัวกับฝ่ายตรงข้ามอย่างโจ่งแจ้ง และถือปืนไล่ยิงกัน แม้เรื่องหนึ่งที่เกือบจะคล้ายกันก็คือ สายลับตัวจริงมีอาวุธและเครื่องมือที่ใช้งานในการจารกรรมแบบที่คาดไม่ถึงเหมือนกัน แต่คงไม่มีความร้ายแรงหรือเหนือชั้นดังในจินตนาการของนักเขียนเลื่องชื่อผู้นี้

 เรื่องดังกล่าวได้รับการยืนยันจาก ศ.คีธ เจฟฟรีย์ แห่งมหาวิทยาลัยควีน ในกรุงเบลฟาสต์ ไอร์แลนด์เหนือ ว่า "ในความเป็นจริงการทำงานของสายลับนั้น ยากกว่าที่ปรากฏในนิยาย เพราะสายลับเหล่านั้นต้องทำงานกับบุคคลที่มีชีวิตมีเลือดเนื้อจริงๆ ที่มีทั้งความอ่อนแอและเข้มแข็งต่างกันไป" และยอมรับว่า ไม่ว่าจะค้นคว้าหาข้อมูลหลักฐานการทำฆาตกรรมทั่วคลังเก็บเอกสารของเอ็มไอ 6 แล้ว ก็ยังไม่พบร่องรอยการ "ฆ่า" ฝ่ายตรงข้ามแม้แต่ครั้งเดียว

 ศ.เจฟฟรีย์เป็นผู้เขียนหนังสือ "เอ็มไอ 6 : ประวัติหน่วยงานสืบราชการลับ ปี 2452-2492" ที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานเอ็มไอ 6 ค้นคว้าข้อมูลในหอจดหมายเหตุของหน่วยงานด้านการสืบราชการลับในต่างประเทศ โดยมีเงื่อนไขเพียงประการเดียวว่า ห้ามเผยแพร่ชื่อ และเปิดเผยตัวตนของสายลับที่ยังไม่ได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณะ

 นั่นทำให้ ศ.เจฟฟรีย์ ได้รับทราบว่า ในความเป็นจริงแล้วนั้น สมาชิกหน่วยงานจารกรรมของอังกฤษมีส่วนเกี่ยวข้องในการสังหารชีวิตฝ่ายตรงข้ามเพียง 2 คน ในช่วง 40 ปีที่หน่วยได้ปฏิบัติการระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 แต่เคยปฏิบัติการวางระเบิดเรือที่นำผู้อพยพชาวยิวที่มีจุดหมายที่ปาเลสไตน์ ซึ่งเคยอยู่ภายใต้อาณัติของอังกฤษ 

 ทั้งยังทราบด้วยว่า เอ็มไอ 6 จารกรรมข้อมูลจากพันธมิตรสำคัญอย่าง สหรัฐอเมริกา และกลุ่ม "ฟรี เฟรนช์" ของนายพลชาร์ลส์ เดอ โกล ที่ปฏิบัติการกอบกู้เอกราชฝรั่งเศสจากการยึดครองโดยกองทัพนาซีเยอรมันระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2

 นอกจากนั้นสายลับอังกฤษยังมีความสามารถในการปกปิดร่องรอยของตนเองต่อสาธารณชนสูง เพราะหลังจากที่ได้ค้นคว้าข้อมูลในคลังเอกสารของหน่วยงานเอ็มไอ 6 จึงพบว่า นักเขียนชื่อดังของแดนผู้ดี เช่น อาเธอร์ แรนซัม เกรแฮม กรีน และซอมเมอร์เซท มอห์ม เป็นสมาชิกของหน่วยงานเอ็มไอ 6

 สองสายลับเอ็มไอ 6 ทั้งเกรแฮม กรีน และซอมเมอร์เซท มอห์ม ยังเคยเดินทางมาเยือนไทย และเข้าพักที่โรงแรมโอเรียนเต็ล โรงแรมชั้นหนึ่งของไทยและอันดับต้นของโลก ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น แมนดาริน โอเรียนเต็ล โรงแรมแห่งนี้ยังตั้งชื่อห้องหรูที่ทั้งสองเคยเข้าพักเป็นชื่อของแขกคนสำคัญทั้งสองอีกด้วย
 
 รู้แล้วอึ้งจริงๆ