
"ปปท.-ปปส."ลุยตรวจสถานบันเทิงย่านฝั่งธนฯ
ปปท.ร่วมปปส.ลุยตรวจสถานบันเทิงในย่านฝั่งธนบุรี
(24ก.ย.) เวลา 02.00 น.นายประยงค์ ปรียาจิตต์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นำกำลังเจ้าหน้าที่ป.ป.ท.สนธิ กำลังเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ปปส.) และเจ้าหน้าที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.)กว่า 100 นาย เข้าตรวจค้นร้านเอ็กซ์ไซต์ เลขที่ 3609/43 ถ.เจริญราษฏร์ แขวงบางโคล่ เขตยานนาวา กทม.หลังสืบทราบว่าร้านดังกล่าวเปิดสถานบริการเกินเวลา และปล่อยให้เยาวชนอายุไม่ถึง 20 ปี เข้ามาใช้บริการ จึงนำกำลังเข้าตรวจค้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเข้าไปถึงเจ้าหน้าที่พบกลุ่มนักท่องราตรีชายหญิงกว่า 300 คน กำลังดื่มกินเต้นรำอย่างเมามัน จึงสั่งให้เปิดไฟและเครื่องเสียงและจัดการแยกกลุ่มชายหญิง ออกเพื่อทำการตรวจบัตรประจำตัวประชาชน และพบว่ามีเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้ามาใช้บริการ 90 คน ก่อนตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด นักเที่ยวทั้งหมด รวมถึงพนักงานของร้าน โดยจากการตรวจปัสสาวะสามารถตรวจพบผู้ปัสสาวะเป็นสีม่วง 5 ราย เป็นเยาวชนอายุไม่เกิน 20 คน 3 ราย เป็นผู้ใหญ่ 2 ราย จึงส่งดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
จากการตรวจค้นยังพบยาเสพติดเป็นยาอีและยาเคอีกจำนวนหนึ่งที่ถูกทิ้งไว้ตามพื้นทางเดินและในห้องน้ำจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ขณะเดียวกันพบนายสุธน เทียมหงษ์ อายุ 45 ปี อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ปปส.เจ้าหน้าที่จึงคุมตัว จากการตรวจค้นภายในรถ พบอาวุธปืนสั้น .32 และ9 มม. 2 กระบอก เครื่องกระสุนปืนกว่า 50 นัด เงินสดกว่า 4 แสนบาท มีดพับ 3 เล่ม บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่สายข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนนายสุธน ให้การว่า ทำงานอยู่โรงงานกระดาษ จ.สมุทรปราการ กลางคืนมาทำงานเป็นช่างไฟร้านดังกล่าว ส่วนเงินสดที่พบเป็นเงินเก็บของตน ไม่อยากเก็บไว้ที่บ้าน ทั้งนี้ที่ผ่านมาตนไม่เคยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ปปส. ส่วนเสื้อที่ใส่และบัตรประจำตัวสายข่าวเพื่อนที่รู้จักให้มา อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร ดำเนินคดีข้อหาพกพอวุธปืนไปในเมือง ที่สาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร และจะสืบสวนขยายผลว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนกรค้ายาเสพติดในสถานบันเทิงดังกล่าวหรือไม่ต่อไป
นายประยงค์ กล่าวว่า การเข้าตรวจค้นครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่กำชับให้มีการลดพื้นที่เสี่ยงในพื้นที่กทม.ซึ่งมีสถานบริกรลักษณะนี้อยู่หลายแห่งที่มีการเปิดให้บริการเกินเวลากำหนด ปล่อยให้เยาวชนเข้าใช้บริการและปล่อยปละละเลยให้มีการจำหน่ายยาเสพติดในสถานบริการ สำนักงานป.ป.ท.จึงได้ร่วมกับป.ป.ส.และตำรวจบช.ปส. เข้าการตรวจค้น ซึ่งในส่วนของป.ป.ท.จะตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่รัฐ มีการปล่อยปละละเลยหรือไม่ ขณะที่บช.ปส.จะทำการสืบสวนขยายผลเกี่ยวกับเครือข่ายยาเสพติด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีกับผู้ประกอบการตามกฎหมายให้ครบทุกข้อหาคือข้อหาเปิดสถานบริการเกินเวลา ปล่อยให้เยาวชนเข้ามาใช้บริการ จำหน่ายสุราให้กับเยาวชน และจะเสนอให้ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล สั่งปิดสถานบริการแห่งนี้ต่อไป



