ข่าว

กระตุ้นรัฐรับมือตลาดเอเชียผงาด"สมคิด"จี้ปั้นเอสเอ็มอีแกร่ง-หาช่องทางลงทุน

กระตุ้นรัฐรับมือตลาดเอเชียผงาด"สมคิด"จี้ปั้นเอสเอ็มอีแกร่ง-หาช่องทางลงทุน

24 ก.ย. 2553

"สมคิด" จี้รัฐสร้างความเข้มแข็งให้เอสเอ็มอีรับมือตลาดเอเชียขยายตัว ฉวยจังหวะหาช่องลงทุน เลิกแบ่งสีแบ่งฝ่ายสร้างเอกภาพให้เป็นประเทศน่าลงทุน ด้านเอกชนแนะเตรียมรับมือใช้ประโยชน์จากเออีซี

 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายกสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวในการสัมมนา เอเชียผงาด : นัยต่อประเทศไทย จัดโดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ว่า การทะยานขึ้นของเอเชียจะก่อให้มีการไหลไปมาของการค้าและการลงทุน หากไทยไม่พัฒนาตั้งแต่ตอนนี้ การค้าและการลงทุนจะมีแต่ไหลออกไป การจะใช้ประโยชน์จากการทะยานขึ้นของเอเชียมี 2 แนวทางคือ 1.การได้รับความเคารพจากต่างประเทศ เพราะประเทศไม่มีเอกภาพ ไม่มีใครสนใจ ฉะนั้นต้องหยุดเล่นกีฬาสี และ 2.โอกาสต้องสร้างเอง ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ ต้องรู้จักลงทุนและสร้างโอกาส ถ้าไม่ทำจะไม่ได้เป็นผู้ชนะ

 ทั้งนี้ รัฐบาลต้องสร้างความเข้มแข็งให้แก่ธุรกิจขนาดกลางและเล็ก หรือเอสเอ็มอี ซึ่งขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนจากการแข็งค่าของเงินบาท สะท้อนว่าเอสเอ็มอียังมีความอ่อนแอ และปัจจุบันธนาคารพาณิชย์หลายแห่งไม่ปล่อยสินเชื่อให้แก่เอสเอ็มอี เพราะใช้มาตรฐานเดียวกับบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งการปฏิบัติต่อเอสเอ็มอีต้องเป็นคนละมาตรฐานกับบริษัทใหญ่ๆ รัฐบาลต้องมองจุดนี้ ต้องสร้างการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ แม้ว่าไทยจะมีหลายหน่วยงานดูแลเอสเอ็มอี แต่ก็ทำงานแบบต่างคนต่างทำ

 “ภาครัฐต้องช่วยเหลือให้กำลังใจเอกชน เอเชียกำลังทะยาน ความแตกต่างในเอเชียจะมีมากขึ้น ประเทศที่ว่องไวจะทะยานไปกับการเติบโต ซึ่งจะมีทั้งประเทศที่เป็นผู้ชนะและผู้สูญเสีย ประเทศที่เป็นผู้ถูกละทิ้ง ถ้าไม่ทำอะไร เล่นการเมืองแบบสมัยไหนก็ไม่รู้ การบริหารแบบเอาจริงเอาจัง ไม่ใช่บริหารแบบไม่ได้บริหาร จะตามการทะยานของภูมิภาคนี้ไม่ทัน” นายสมคิด กล่าว

 นายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า การเปิดตลาดการค้าถือว่ามีการสร้างโอกาสให้แก่เอกชนแล้ว แต่จะใช้ประโยชน์ได้จริงเอกชนต้องเร่งศึกษาแล้วว่าตลาดนั้นๆ มีความต้องการอย่างไร มีระบบการค้า กฎระเบียบอย่างไร หากไม่มีข้อมูลเหล่านี้เตรียมไว้ เมื่อถึงเวลาที่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2558 แล้ว โอกาสการค้าระหว่างกันโดยเสรีจะไม่เป็นประโยชน์ใดเลย เพราะแม้จะเข้าไปในตลาดนั้นๆ ได้ แต่สินค้าไม่ถูกต้องตรงความต้องการก็ยากจะประสบความสำเร็จ

 “วันนี้เราใหญ่กว่าประเทศแล้ว ไม่แน่ว่าในปี 2558 จะมีธุรกิจที่ใหญ่กว่าเข้ามาแย่งตลาด เช่นเดียวกัน หากเราเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ ในปีนั้น เราอาจไปใหญ่ในต่างประเทศเพิ่มขึ้นอีกก็ได้” นายดุสิต กล่าว

 นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เอเชียจะเป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถแต่ละประเทศที่จะตื่นตัวและรู้จักใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 เอกชนควรใช้โอกาสนี้ลดต้นทุนการผลิต ผ่านการนำเข้าสินค้าจากแหล่งวัตถุดิบใหม่ๆ ในอาเซียน รวมถึงการใช้เป็นโอกาสผลักดันสินค้าบริการไปสู่ตลาดใหม่ๆ