ข่าว

 ความจริงของ“สังคมนิยมตัวพ่อ”

ความจริงของ“สังคมนิยมตัวพ่อ”

24 ก.ย. 2553

ความเสี่ยงจากการลงทุนอสังหาฯใน “จีน”

 สัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้ฉายภาพให้เห็น “ความจริงวันนี้” ของ “ทุนนิยมตัวพ่อ” คือ สหรัฐอเมริกา คงจะทำให้เกิดความรู้ ความเข้าใจในสถานการณ์โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ ของ “ทุนนิยมตัวพ่อ” ขึ้นมาบ้าง เผื่อว่าจะได้เตรียมตัวเตรียมใจรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ในสัปดาห์นี้มาลองดู ความจริงวันนี้ ของ “สังคมนิยมตัวพ่อ” คือ จีน กันดูบ้างครับ หากจะว่ากันตามจริงแล้วในภาพรวมวันนี้ใครๆ ทั่วโลกต่างจับตามองการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของ จีน ที่กำลังพัฒนาไปแบบก้าวกระโดด ที่หลายประเทศต่างพากันอิจฉาเป็นผลให้ประชากร จีน หลายร้อยล้านคนกลายเป็น “เศรษฐีใหม่” ที่มีอำนาจซื้อในตลาดโลกเพิ่มขึ้น บรรดาสินค้าฟุ่มเฟือย “แบรนด์เนม” ต่างๆ ก็เข้าไปเปิดกิจการใน จีน กันอย่างคึกคักในช่วงระยะเวลาอันสั้น   

 จะว่าไปแล้วก็คล้ายๆ กับเมื่อตอนที่เศรษฐกิจ ญี่ปุ่น เฟื่องฟูขึ้นใหม่ๆ ในตอนนั้นประชาชนชาว ญี่ปุ่น และ ประเทศญี่ปุ่น เคยได้รับความสำคัญในสายตาชาวโลกอย่างใด ประชาชนชาว จีน และ ประเทศจีน ก็กำลังได้รับความสำคัญเช่นเดียวกันอย่างนั้น พอเศรษฐกิจ ญี่ปุ่น เข้าสู่ภาวะถดถอยมาตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดวิกฤติ “ต้มยำกุ้ง” ทำให้เศรษฐกิจในภาพรวมออกอาการชะลอตัว พอ สหรัฐอเมริกา ได้รับผลกระทบจากวิกฤติ “แฮมเบอร์เกอร์” ก็มีอาการที่ละม้ายคล้ายกัน โดยสามารถเห็นได้จาก ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกปั่นให้พุ่งสูงขึ้นโดยมาจากการเก็งกำไรระยะสั้นมีราคาตกลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบแบบลูกโซ่ทำให้ภาระหนี้ภาคธุรกิจและภาคประชาชนสูงขึ้นตามไปด้วย จนกระทั่งถึงวันที่ฟองสบู่แตกราคาอสังหาริมทรัพย์ก็ตกต่ำหัวทิ่มดิ่งลง ตามมาด้วยการผิดนัดชำระหนี้ ส่งผลให้เกิดการล่มสลายลงของสถาบันการเงินจำนวนมากที่ไม่สามารถประคับประคองตัวเองให้ดำเนินธุรกิจธุรกรรมต่อไปได้

 จะว่ากันไปแล้ว จีน เองหากประคองกันไว้ไม่ดีก็อาจจะกำลังก้าวเข้าสู่สภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจละม้ายคล้ายกับที่กล่าวมา ทำให้นักวิเคราะห์ทางการเงินทั่วโลกกำลังต่างหันมาจับตาดู จีน กันอย่างใกล้ชิด จากข้อมูลของ ธนาคารกลางจีน เพียงแค่สองไตรมาสแรก ยอดสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ที่ธนาคารน้อยใหญ่ใน จีน ปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์  มีตัวเลขวงเงินกู้รวมกันสูงถึง 8.71 ล้านล้านหยวน นับเป็นประมาณ 18% ของยอดสินเชื่อรวมทั้งหมดทุกประเภท เป็นอาการบ่งชี้ที่ทำให้เริ่มความกังวลกันในสินเชื่อยอดนี้ว่าอาจจะก่อให้เกิดเป็นปัญหาและส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจ จีน และเศรษฐกิจของโลกโดยรวม 

 นอกจากนี้ ตัวเลขของราคาอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มตกลงในช่วงเดือนที่ผ่านมา จากราคาที่เคยพุ่งขึ้นไปสูงสุดในช่วงปี 2009 จนถึงต้นปี 2010 ราคาอสังหาริมทรัพย์เคยเพิ่มขึ้นสูงถึง 13% ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่ได้มีความพยายามของ รัฐบาลจีน ในการประกาศเพิ่มอัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์และกำหนดให้เพิ่มสัดส่วนเงินดาวน์สำหรับลูกค้า ซึ่งมาตรการดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายเริ่มกังวลว่านี่คืออาการ “ฟองสบู่” ที่ได้ก่อตัวขึ้นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ จีน แล้ว  สิ่งที่คาดการณ์ก็ทำท่าจะออกอาการอย่างที่กลัวกันเอาไว้ใน “ความจริงวันนี้” ราคาอสังหาริมทรัพย์ของ จีน เริ่มลดต่ำลง  

 สถานการณ์ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ใน จีน ปัจจุบันนี้ในภาพรวมน่าจะสุ่มเสี่ยงต่อการที่ผลประกอบการจะไม่สามารถเป็นไปตามที่ได้ตั้งเป้ากันไว้ นักลงทุนควรจะหลีกเลี่ยงการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ใน จีน ในช่วงนี้   

 เอาไว้ต่อในสัปดาห์หน้าผมจะมาพูดถึง “ความจริงวันนี้” ของ “สังคมนิยมตัวพ่อ”  คือ จีน กันต่อเพื่อจะได้รู้เขารู้เรา และจะได้เตรียมการรับมือหาทางหนีทีไล่กันเอาไว้เพื่อที่จะรบร้อยครั้งก็จะมีชัยร้อยครั้งครับ

ภัทรพล เวทยสุภรณ์