
คำถามที่บางคนไม่อยากรับรู้ ?
คงจะมีคำถามมากมายต่อสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เริ่มปะทุรอบใหม่นับตั้งแต่ต้นปี 2547 เป็นต้นมา ทำให้ที่นั่นกลายเป็นพื้นที่ภายใต้ความมั่นคงของชาติที่สำคัญมาก การควบคุมกลไกการแก้ปัญหาในรูปแบบการใช้อำนาจภายใต้กฎเหล็กคือกฎอัยการศึก
ตั้งแต่นั้นมา มีคำถามอะไรบ้างที่คนพลเมืองไทยต้องช่วยกันถามดังๆ เพื่อให้เข้าหูของผู้มีอำนาจและมีจิตมุ่งมั่นจะแก้ไขปัญหาของชาติอย่างสุจริตใจ เพราะระยะเวลาเกือบจะ 7 ปี ความสูญเสียในชีวิตกว่า 4,000 คน บาดเจ็บพิการอีกกว่า 1 หมื่นคน ครอบครัวที่เดือดร้อนขาดเสาหลักอีกนับพันครอบครัว ทรัพย์สินมหาศาลและงบประมาณที่เป็นภาษีของพลเมืองไทยทั้งประเทศกว่า 1 แสนล้านบาท นี่ไม่นับเงินเดือนค่าตอบแทนต่างๆ ของกลไกรัฐปกติในทุกกระทรวง ทบวง กรม ที่อยู่ในส่วนภูมิภาคและในท้องถิ่นหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัดอีกมากมายเฉกเช่นเดียวกัน อย่างนี้ที่ท่านผู้นำหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับภาคใต้พยายามจะสื่อกับสาธารณชนเจ้าของประเทศว่า นี่ฉันเดินมาถูกทางแล้ว คำถามว่าถูกทางของประชาชนหรือถูกทางผู้มีอำนาจเพียงไม่กี่คน ที่กระจุกหลักในกรุงเทพฯ
เจ้าหน้าที่หลักที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้คือทหารและตำรวจ พลเมืองไทยเคยทราบไหมว่าขณะนี้อยู่ปฏิบัติงานจริงๆ ในพื้นที่มีจำนวนเท่าใด มีเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง เบี้ยตำแหน่ง เบี้ยตอบแทนพิเศษ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ อาทิ ค่ารถ ค่าน้ำมัน ค่าอาวุธยุทโธปกรณ์ ทั้งบนบก บนฟ้า ค่ากระสุน ค่าดูแลรักษาครุภัณฑ์สนาม ค่ารักษาพยาบาล ค่าเยียวยาดูแลครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ แต่ละคนแต่ละเดือนรัฐต้องจ่ายเป็นจำนวนเท่าไหร่ ?
พูดถึงในสถานการณ์สงครามเช่นนี้กลไกของรัฐโดยเฉพาะทหาร (รวมทั้งอาสาสมัครทหารพรานด้วย) และตำรวจ มีการดูแลอย่างไรบ้าง เหมือนกัน เสมอภาค มีความเป็นธรรมและเท่าเทียมเหมือนกันทุกคนทุกฝ่าย ทุกสังกัดไหม ? ทหารเรือ ทหารอากาศ ทหารบก หรือทหารทุกคน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกฝ่ายสังกัดที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ห่างไกลมีการดูแลความอบอุ่น ความเข้าใจ การระวังรักษาชีวิตกันอย่างไรแบบไหน มีเสื้อเกราะกันกระสุนทุกคนและมีมาตรฐานเดียวกันทั้งหมดจริงไหม ? ที่เห็นๆ อยู่พี่น้องอาสาสมัครทหารพรานใส่เสื้อเกราะกันกระสุนน้อยคนจริงไหม ? ถ้าจริงทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ถ้าไม่จริงเพราะความละเลยของเขาเองใช่ไหม? หรือไม่มีให้จริงๆ ?
เมื่อเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนมีการเตรียมการเรื่องการรักษาการบาดเจ็บ เมื่อมีการปะทะกันอย่างไร มีหน่วยพยาบาลเคลื่อนที่บ้างไหม ถ้ามีมีกี่หน่วยเพียงพอกับจำนวนทหารและเจ้าหน้าที่ไหม มีโรงพยาบาลในพื้นที่ใกล้เคียงสามารถนำส่งเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บได้มาตรฐานตามเวลาขั้นต่ำคือเดินทางไม่เกิน 10 นาทีมีไหม ? และมีจริงไหม ? เคยมีบ้างไหมที่เจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บต้องทนพิษบาดแผลไม่ไหวเพราะการลำเลียงที่ช้ามากๆ จนเจ้าหน้าที่คนนั้นต้องสังเวยชีวิตมีมากน้อยอย่างไร ? เคยมีการศึกษาวิจัยเรื่องเช่นนี้อย่างจริงจังกันบ้างไหม ถ้ามีผู้บังคับบัญชารับรู้และหาทางแก้ไขอย่างรีบด่วนบ้างไหม ? มีกระบวนการสร้างความพร้อมด้านการแพทย์ เครื่องมือ เจ้าหน้าที่ ความปลอดภัยทั้งก่อนและหลังการรักษาชีวิตทหารแล้ว แก่เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลในพื้นที่มากน้อยเพียงใดเหมือนกันทุกที่บ้างไหม ?
ในสถานการณ์ความสูญเสียของเจ้าหน้าที่ฝ่ายอื่นๆ นอกจากทหาร ตำรวจแล้วมีเจ้าหน้าที่รัฐอีกหลายต่อหลายรายที่เขาเหล่านั้นไปทำงานเกินหน้าที่ประจำของตนเอง ไปเกี่ยวข้องการการสืบเสาะหาข่าวหรือร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับทหารหรือตำรวจหรือหน่วยข่าวกรอง ต้องประสบเคราะห์กรรม พิกลพิการหรือสูญเสียชีวิตจากการทำหน้าที่เสริมเช่นนี้ มีบ้างไหม มีกี่ราย และเจ้าสังกัดที่ใช้งานเขาได้มาดูแลเยียวยาให้ความรัก ความอบอุ่นกันมากน้อยเพียงใด อย่างไร เพียงพอ พอเพียง ยุติธรรมมากน้อยอย่างไร ?
คำถามที่พรั่งพรูเหล่านี้อาจจะเป็นเพียงส่วนน้อยนิดที่ฉุกขึ้นมาในมโนสำนึกของความเป็นพลเมืองไทยคนหนึ่ง ที่ไม่อยากจะเห็นพลเมืองไทยมีโอกาสเป็นเหยื่อในสนามรบมากมายเช่นนี้อีกเลย จึงขอปวารณาให้ผู้มีอำนาจทั้งปวงใช้ปัญญา ความจริง ความรัก ให้มากกว่าการใช้อาวุธ การสร้างภาพหลอน ความเกลียดชัง เพราะความจริงของพื้นที่คนส่วนใหญ่เขาต้องการสันติสุขด้วยยุทธศาสตร์แห่งสันติวิธีที่เข้มข้นและจริงจังเป็นสำคัญ มากกว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยและกำลังรบมากมายอย่างที่เป็นอยู่...
อัฮหมัด สมบูรณ์ บัวหลวง [email protected]



