
"ฟุตบอล"นำร่อง 4กีฬาอาชีพแจ่ม
ประเมินผลกีฬาอาชีพ 2 ปีแรก ชู 4 กีฬายอดเยี่ยม "ฟุตบอล จักรยานยนต์ ราชยานยนต์ และกอล์ฟ" ส่วนที่เหลือยังต้องปรับปรุงอีกเยอะ กกท.ขู่อีก 3 ปียังไม่พัฒนา ถูกหั่นออกจากโครงการแน่นอน
"บิ๊กหนุ่ม" นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการศูนย์พัฒนากีฬาอาชีพ ที่ห้องประชุมอาคาร 5 ที่พักนักกีฬา 300 เตียง กกท.หัวหมาก เมื่อวันที่ 22 กันยายน โดยฝ่ายกีฬาอาชีพได้รับงบประมาณ ประจำปี 2554 จำนวน 220,800,000 บาท และถูกปรับลดลงจากเมื่อปีที่แล้ว 30,000,000 บาท ซึ่งจะต้องหาวิธีหางบประมาณจากส่วนอื่นเข้ามาทดแทน
พร้อมกันนี้ นายพีระ ฟองดาวิรัตน์ รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์ ได้เชิญ 12 สมาคมกีฬาที่อยู่ในโครงการพัฒนาสู่อาชีพ มาหารือและแจ้งผลการประเมิน จาก ดร.พิสันห์ นุ่มเกลี้ยง ผู้แทนบริษัทบีเอสคิวเอ็ม ที่รับหน้าที่ประเมิน ซึ่งปรากฏว่า มีกีฬา 4 ชนิดที่อยู่ในระดับเกรด เอ ได้แก่ ฟุตบอล จักรยานยนต์ ราชยานยนต์ กอล์ฟ
ระดับเกรด บี 5 ชนิด ได้แก่ ตะกร้อ เทนนิส บิลเลียด-สนุกเกอร์ วอลเลย์บอล มวยไทย ส่วนระดับเกรด ซี ได้แก่ แบดมินตัน โบว์ลิ่ง เทเบิลเทนนิส ซึ่งกีฬาชนิดใดที่อยู่ในเกรด ซี จะต้องแก้ไขข้อบกพร่อง อาทิ การจัดการแข่งขัน การหาแฟนคลับ การหารายได้ สนามแข่งขัน ผู้ตัดสิน นักกีฬา ฯลฯ เพื่อพัฒนากีฬาอาชีพให้ยั่งยืนตามเป้าที่กำหนดไว้
ด้านผู้แทน 12 สมาคมกีฬา เสนอว่า การประเมินดังกล่าวยังไม่รอบคอบนักเนื่องจากผู้แทนการประเมินนำเอาหลักการประเมินของ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) มาประเมินกีฬาอื่นๆ ด้วย ซึ่งกีฬาแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน จะต้องมีวิธีการประเมินที่แตกต่างกันออกไป ซึ่ง ดร.พิสันห์ ชี้แจงว่า ผลการประเมินครั้งแรกดังกล่าวนั้น จะช่วยให้แต่ละสมาคมกีฬาดูว่ามีสิ่งที่บกพร่องตรงไหนจะได้แก้ไข จากนั้นเมื่อมีการปรับปรุงแล้วจะมีการประเมินอีกครั้งก่อนจะส่งให้ กกท.ตรวจสอบ และสรุปผลออกมาอย่างเป็นทางการ
ขณะที่ นายพีระ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี มีมติให้การสนับสนุนกีฬาอาชีพ 12 ชนิด เป็นเวลา 5 ปี จากนั้นจะให้ กกท.สรุปว่ากีฬาอาชีพชนิดใดประสบผลสำเร็จ และควรให้การสนับสนุนต่อไป ตอนนี้ กกท.ได้สนับสนุนกีฬา 12 ชนิดมาเป็นปีที่ 2 แล้ว ต้องยอมรับว่ามีไม่เกิน 5 ชนิดที่ดูแล้วจะเป็นกีฬาอาชีพได้ ดังนั้นกีฬาที่อยู่ในเกรดบีและซี หากไม่มีการพัฒนา เมื่อครบ 5 ปี ก็จะไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐอีกต่อไป



