ข่าว

จับทหาร1พลเรือน3ลักอาร์พีจีคลังแสง

จับทหาร1พลเรือน3ลักอาร์พีจีคลังแสง

23 ก.ย. 2553

ตำรวจเมืองละโว้ โชว์ผลงานชิ้นโบว์แดงจับทหารยศสิบเอกกับเพื่อนพลเรือนร่วมแก๊ง 3 คน ขนอุปกรณ์งัดแงะฉกอาวุธจากคลังแสงลพบุรี 2 ครั้ง แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ “สุเทพ”อ้างจับมือขโมยอาวุธคลังแสงจากการพิสูจน์DNA ด้าน“ประวิตร ” รับขโมยอาวุธขบวน

(23ก.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.ธวัฒชัย เกิดโภคทรัพย์ ผกก.สภ.เมืองลพบุรี รายงานเหตุการณ์อุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญมายังพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. และผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่เกี่ยวข้อง เหตุการณ์จับกุมคนร้ายลักอาร์พีจีและเครื่องกระสุนปืนในคลังที่ 69 แผนก 2 กองคลังแสง กรมสรรพาวุธทหารบก ต.เขาพระงาม อ.เมือง จ.ลพบุรี โดยสามารถจับกุมคนร้ายได้ 4 ราย ประกอบด้วยนายนพพร สุริวงค์ อายุ 41 ปี,ส.อ.เสมา คชเพต อายุ 30 ปี นายสมเกียรติ เลื่อนลอย อายุ 27 ปีและนายเอกชัย หล่ำชุ่ม อายุ 38 ปี ส่วนนายถาวร รักบุญ อายุ 33 ปี อยู่ระหว่างการหลบหนี โดยตำรวจได้ขอศาลออกหมายจับมาดำเนินคดีแล้ว พร้อมของกลางรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ สีเขียว ทะบียน บต 2794 ลพบุรีของ ส.อ.เสมาที่ใช้ก่อเหตุ

รายงานระบุว่า พ.อ.อนุรักษ์ ชั้นโรจน์ อายุ 43 ปี เข้าแจ้งความกับ สภ.เมืองลพบุรีว่า วันที่ 2 ก.ย. เวลาประมาณ 9.30 น. ที่คลัง 69 ประตูคลังดังกล่าว เปิดแง้ม ปิดไม่สนิท เมื่อตรวจสอบภายในมีกระสุนปืนเล็ก ขนาด 7.62 มม. หายไปประมาณ 9,000 นัด ลูกยิงพีจี 2 จำนวน 10 ลูกหายไป ไม่พบรอยงัดแงะหรือทำลายประตู แต่มีรอยที่ประตูคล้ายใช้ไม้ง้างให้ประตูเปิดอ้าออกพอคนลอดเข้าไปได้

หลังจากตรวจสอบแล้ว พ.อ.อนุรักษ์จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่นำกุญแจมาคล้องเพิ่ม ต่อมา วันที่ 5 เวลาประมาณ 10.00 น. คลัง 69 ถูกตัดโซ่คล้องประตูเปิดออก และพบประตูถูกตัดโซ่ล็อคเปิดออก 2 ประตู ตรวจดูมีลูกยิงพีจี 2 ถูกลักไปอีก 60 ลูก มีรอยเท้าคนร้าย อุปกรณ์งัดแงะ คีมตัดโลหะ กรรไกร ไขควง คีมจับโลหะ และลูกยิงพีจี 2 ใส่กระเป๋าผ้า รวม 31 ลูกตกอยู่ในที่เกิดเหตุ เมื่อนำไปตรวจหลักฐานทางวิทยาศาสตร์พบว่ามีดีเอ็นเอตรงกับนายนพพร สุริวงค์ ลูกจ้างประจำของแผนก 2 กองคลังแสง เมื่อเรียกตัวนายนพพรมาสอบก็ให้การรับสารภาพว่าร่วมกับผู้ต้องหาทั้งหมดโขมยอาวุธดังกล่าวทั้ง 2 ครั้งและส่งมอบให้ ส.อ. เสมา คชเพต และรับเงินค่าตอบแทนไป เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ ในเวลากลางคืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลงานของชุดสืบสวนของพล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผช.ผบ.ตร. โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม เตรียมนำตัวผู้ต้องหาและของกลางแถลงข่าวต่อไป

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบอาวุธคลังแสง จ.ลพบุรี ว่า ยังไม่ได้รับรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรเพราะกำลังดำเนินการกันอยู่ ซึ่งกองทัพก็ต้องมีระเบียบ ระบบและวิธีการในการจัดการกับปัญหาอยู่ ส่วนที่ตนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปช่วยสืบสวนสอบสวนนั้น ก็ต้องการให้เกิดความชัดเจนว่าอาวุธเหล่านี้ถูกนำไปใช้ที่ไหน อย่างไร ส่วนที่มีการจับผู้ต้องสงสัยได้นั้น เป็นการดำเนินการตามหลักฐานการพิสูจน์ดีเอ็นเอของคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์

ด้านพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า อาวุธที่หายไปจากกองสรรพาวุธกลางที่ 2 กรมสรรพาวุธทหารบก จ.ลพบุรี เกี่ยวข้องกับขบวนการค้าอาวุธขนาดใหญ่ และขณะนี้ถูกส่งออกนอกประเทศ ว่า ทางกองทัพบกกำลังตั้งคณะกรรมการสอบสวนอยู่ และรู้ตัวคนที่ดำเนินการแล้ว ขณะนี้ขอให้เขาใช้เวลาในการดำเนินการสอบสวนตามกระบวนการต่างๆ ซึ่งน่าจะเป็นไปตามที่นายกฯระบุว่า อาวุธที่สูญหายดังกล่าวได้ถูกนำออกนอกประเทศไปแล้ว เพราะเป็นรูปขบวนการค่อนข้างใหญ่โต แต่ตนไม่อยากพูดในเรื่องรายละเอียด ซึ่งอาวุธที่หายไปไม่ได้มีจำนวนมากมายอะไร ส่วนที่นายกฯพูด ท่านคงมีข้อมูลระดับสูงของท่าน

 เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาเคยมีอาวุธสูญหายแต่ไม่ได้เป็นข่าว พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ใช่ ถ้าหายเราจะต้องรู้ แต่อาจเกิดขึ้นเมื่อไร เราก็ไม่สามารถบอกได้ เรื่องนี้ขอให้เกิดความชัดเจนก่อน และให้กองทัพบกเป็นผู้ชี้แจงในเรื่องนี้ดีกว่า คิดว่า คงใช้เวลาในการสอบสวนไม่นาน

 เมื่อถามว่า กลุ่มคนที่ขโมยอาวุธเป็นกลุ่มทหารแตงโม พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ใช่ แต่คิดว่า คงมีคนในเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เมื่อถามว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพาวุธเป็นลูกจ้าง ไม่ใช่ข้าราชการ ต่อไปจะมีการสกรีนคนหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่เป็นไร เรามีระเบียบ และมีผู้รับผิดชอบอยู่ รวมถึงกองทัพมีขั้นตอนและกฎ ข้อบังคับชัดเจนในการดูแลอาวุธยุทโธปกรณ์ ความรับผิดชอบในทุกขั้นตอน

 เมื่อถามว่า อาวุธที่หายเชื่อมโยงกับขบวนการการค้าอาวุธข้ามชาติหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ในขณะนี้ที่ยังไม่มีความชัดเจน ตนยังตอบไม่ได้ ต้องเป็นเรื่องของกระบวนการในการสอบสวนให้เกิดความชัดเจนก่อนจึงจะตอบได้