ข่าว

ถ้าจะเอาฟืนออกจากไฟจริงๆ

ถ้าจะเอาฟืนออกจากไฟจริงๆ

23 ก.ย. 2553

เนวิน ชิดชอบ ออกเอกสารยาว 24 หน้า เนื้อหาตอนแรกใช้หัวข้อว่า "ถอนฟืนออกจากไฟ" พูดถึงข้อเสนอนิรโทษกรรมคุณเนวินบอก ว่าในฐานะที่ได้ทำงานมวลชนคลุกคลีกับประชาชนมากกว่า 30 ปี เห็นว่าทางออกทางเดียวที่จะนำประเทศไทยออกจากวิกฤติได้ คือต้องนิรโทษกรรมให้ประชาชนผู้บริ

 คำว่า "ฟืน" นี้คุณเนวินอธิบายว่าหมายถึงมวลชน หรือประชาชนที่ถูกปลุกระดมขึ้นมา แล้วถูกผลักเข้าใส่ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น จากการไม่สมประโยชน์ทางการเมืองของนักการเมือง

 "ไฟ" หมายถึงความโกรธแค้น และความต้องการเอาชนะ การผูกใจเจ็บและไม่ให้อภัย ซึ่งนักการเมืองบางคน และผู้ไม่สมประโยชน์ทางการเมืองบางคนร่วมกันก่อขึ้น

 คุณเนวินเขียนต่อ ว่าการที่นิรโทษกรรมที่คุณเนวินเสนอนั้นครอบคลุมและเป็นประโยชน์เฉพาะประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมโดยสุจริตและบริสุทธิ์ใจเท่านั้น ส่วนผู้สั่งการและนักการเมืองที่บงการอยู่ทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง หากทำให้บ้านเมืองเสียหายยังต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ได้รับสิทธิ์ยกเว้น รวมถึงคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพด้วย

 ถ้าคุณเนวินบอกว่านี่เป็นการนิรโทษกรรมผู้บริสุทธิ์ ผู้สุจริต ก็ฟังดูแปลกๆ เพราะว่าถ้าเป็นผู้บริสุทธิ์แล้วก็ไม่น่าจะมีโทษ และก็ไม่ควรจะมีข้อเสนอนิรโทษกรรมแต่ประการใด

 และความจริงถ้าหากกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ขั้นสอบสวนของตำรวจมีประสิทธิภาพ ไม่มีสองมาตรฐาน และสามารถเป็นที่พึ่งพิงของประชาชนได้ คนที่คุณเนวินเรียกว่าผู้บริสุทธิ์ก็ควรจะได้รับอิสระแล้วตั้งแต่ขั้นตอนของการสอบสวน

 ฉะนั้นสิ่งที่นักการเมืองควรจะทำก็คือไปเร่งรัดให้กระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ขั้นตำรวจทำหน้าที่ของตนเองอย่างสุจริตใจ โดยไม่มีสองมาตรฐาน นั่นแหละคือการทำหน้าที่ของนักการเมือง และการเอาฟืนออกจากไฟที่แท้จริง

 มิใช่มาเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมแล้วไม่ชัดเจนว่า จริงๆ แล้วผลประโยชน์ของการเสนอกฎหมายเช่นนี้ตกอยู่ที่นักการเมือง ประชาชนทั่วไปไม่ได้ประโยชน์อะไร เพราะว่าเอาเข้าจริงๆ แล้ว นี่เป็นเรื่องของนักการเมือง พรรคการเมือง

 และยิ่งใกล้เลือกตั้งเช่นนี้ ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทั้งพรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนาที่ออกมาแสดงจุดยืนว่าจะผลักดันกฎหมายนี้ มองเห็นว่าการเลือกตั้งที่กำลังมาถึงนั้นจะทำให้คนที่อยู่แถวอีสาน แถวภาคเหนือ มองสถานการณ์ของสองพรรคนี้อย่างไร หรือว่านี่เป็นการยื่นมือแสดงมิตรจิตมิตรใจจากพรรคภูมิใจไทยให้กับพรรคเพื่อไทยกันแน่

 หนีไม่พ้นว่าคนมองว่านี่เป็นเกมการเมืองมากกว่าการจะให้อภัยกับผู้บริสุทธิ์ เพราะผู้บริสุทธิ์จริงๆ ประชาชนที่ใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญในการประท้วงการเดินขบวนนั้น เขาไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้าตำรวจสอบสวนตามความเป็นจริงพวกเขาควรจะได้อิสรภาพ ไม่จำเป็นต้องเป็นหนี้บุญคุณนักการเมืองคนใดที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมด้วยซ้ำไป

สุทธิชัย หยุ่น