ข่าว

เตือนชดเชยสูงจูงใจชาวนาไม่ซื่อห่วงแจ้งข้อมูลเท็จ-รัฐตุนงบประกันรายได้5หมื่นล.

เตือนชดเชยสูงจูงใจชาวนาไม่ซื่อห่วงแจ้งข้อมูลเท็จ-รัฐตุนงบประกันรายได้5หมื่นล.

23 ก.ย. 2553

รัฐเตรียมงบประกันรายได้เกษตรกร 5 หมื่นล้าน สำหรับข้าว มัน ข้าวโพด "ไตรรงค์" จี้หน่วยงานเกี่ยวข้องทำงานให้รัดกุมกำจัดจุดอ่อน เลขาฯ สศช. เตือนชดเชยส่วนต่างสูงจูงใจเกษตรกรแจ้งข้อมูลเท็จ พบยอดขึ้นทะเบียนพุ่งพรวด

 นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงโครงการประกันรายได้เกษตรกรปี 2553/2554 ว่า ในปีนี้รัฐบาลได้เตรียมงบประมาณไว้วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท สำหรับการชดเชยส่วนต่างราคาประกันและราคาอ้างอิงในโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตร 3 ชนิด ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง และข้าวโพด ซึ่งต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับการตรวจสอบกระบวนการทำงานให้มีความรัดกุมและมีข้อบกพร่องน้อยที่สุด เพื่อแก้จุดอ่อนของโครงการที่เกิดขึ้นโดยเจตนาและไม่เจตนา

 นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ในปีนี้คาดว่าจะมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการประกันรายได้มากขึ้น แต่สิ่งที่ต้องระมัดระวังคือ การชดเชยส่วนต่างราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าวที่มีการชดเชยส่วนต่างสูงถึง 1,300 บาทต่อตัน ทำให้การชดเชยส่วนต่างอยู่ที่ 3.25 หมื่นบาทต่อครัวเรือน ถือเป็นรายได้ที่สูงมากและจูงใจให้เกษตรกรแจ้งข้อมูลเท็จ เพื่อขอรับสิทธิการชดเชยส่วนต่างในโครงการ ดังนั้น เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบการขึ้นทะเบียนอย่างเข้มข้น

 "บางพื้นที่ผมได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าสามารถขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้ 300 รายภายในวันเดียว ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ไม่แน่ใจว่าใช้เทียนทำงานไปกี่เล่ม เจ้าหน้าที่ต้องไม่ใจอ่อน หากสามารถเชือดไก่ให้ลิงดูก็ทำไป ไม่เช่นนั้นเกษตรกรจะแห่ทำตามกันหมด กลายเป็นว่ามีแจ้งข้อมูลเท็จทั้งหมู่บ้าน ซึ่งอาจทำให้โครงการประกันรายได้ล้มลงได้ เพราะรัฐบาลมีภาระงบประมาณสูงเกินความเป็นจริง" นายอำพนกล่าว

 นายไตรรงค์ยังกล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวในวงการค้าข้าวว่าบริษัท เม้งไต๋ อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท เอ็มที เซ็นเตอร์เทรด ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้ซื้อข้าวในสต็อกของรัฐบาล 1.1 ล้านตัน แต่กลับติดต่อขายข้าวดังกล่าวให้ผู้ส่งออกโรงสี โดยระบุว่า เป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ต้องเข้าไปตรวจสอบว่าเอกชนรายนี้ มีพฤติกรรมในลักษณะนี้หรือไม่ เพราะตามเงื่อนไขการประมูลข้าวในสต็อกของรัฐบาลกำหนดให้ข้าวที่ประมูลได้ ต้องใช้เพื่อการส่งออกเท่านั้น ไม่สามารถขายหรือระบายภายในประเทศได้ หากทำจริงก็ถือว่าผิดเงื่อนไขและต้องรับผิดชอบ

 ด้านนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กรณีที่บริษัท เอ็ม ที เซ็นเตอร์เทรด จำกัด นำข้าวเร่ขายให้กับผู้ส่งออกข้าวและโรงสีข้าวในประเทศนั้น กรณีดังกล่าวไม่น่าจะถือว่าเป็นการกระทำความผิด หากบริษัทสามารถส่งออกข้าวได้ตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญาซื้อขาย และตามปริมาณคำสั่งซื้อจากต่างประเทศที่บริษัทนำมาแสดงต่อกระทรวงพาณิชย์ในช่วงการขอซื้อข้าวสต็อกรัฐ