
ไฟเขียว5มาตรการเบรกบาทแข็ง"ดร.โกร่ง"ธปท.หยุดขึ้นดอกเบี้ย
คลังอนุมัติ 5 มาตรการหวังช่วยชะลอบาทแข็ง ผ่อนเกณฑ์ให้เอาเงินไปลงทุนต่างประเทศ ด้าน ดร.โกร่งอัด ธปท. ส่งสัญญาณผิด จี้หยุดขึ้นดอกเบี้ย
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า คลังได้อนุมัติ 5 มาตรการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เสนอขึ้นมาเพื่อลดแรงกดดันอัตราแลกเปลี่ยน โดยทุกมาตรการจะช่วยผ่อนคลายให้นิติบุคคลในประเทศ สามารถไปลงทุนต่างประเทศได้ง่ายขึ้น ซึ่งจังหวะนี้ถือเป็นโอกาสของธุรกิจไทยที่จะกระจายความเสี่ยงการลงทุนในต่างประเทศ เพราะกำลังซื้อที่เป็นเงินบาทสูงขึ้น และราคาสินทรัพย์ในต่างประเทศลดลง
นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดการเงินโลก ซึ่งเม็ดเงินที่ไหลเข้ามานั้น มีทั้งประโยชน์และความเสี่ยง โดยประโยชน์คือ ทำให้สภาพคล่องในประเทศปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งราคาสินทรัพย์ทั้งในส่วนของราคาหุ้นและราคาตราสารหนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วย ส่วนความเสี่ยงก็ทำให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้น และภาคธุรกิจอาจใช้จ่ายมากเกินตัว ที่สำคัญต้องระวังความผันผวนจากการไหลออกของเงิน
"ประเด็นที่ ธปท.ให้ความสำคัญในการดูแลเศรษฐกิจคือ พยายามให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืน และในการดูแลค่าเงินบาท เพื่อไม่ให้มีความผันผวนจนเป็นอุปสรรคต่อการปรับตัวของภาคธุรกิจ ขณะเดียวกันก็เน้นการสร้างสมดุลในเรื่องของทุนที่ไหลเข้าออก" นายบัณฑิตกล่าว
ด้านนายวีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวในงานสัมมนา "โอกาสและความท้าทายต่อการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน" ว่า การที่ภาครัฐส่งสัญญาณเรื่องอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ทำให้ต่างชาติมองว่ามีโอกาสทำกำไร จึงทำให้เงินทุนไหลเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง จึงต้องการให้ ธปท. หยุดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และการผ่อนปรนเงื่อนไขให้นักลงทุนไทยนำเงินออกไปลงทุนต่างประเทศนั้น ก็มองว่าคงไม่มีใครนำเงินออกไปลงทุนแน่นอน
"ผู้บริหารแบงก์ชาติพูดหลอกคนไทยว่าค่าเงินบาทเคลื่อนไหวไปตามภูมิภาค ทั้งที่ควรมองเศรษฐกิจของตัวเองมากกว่าการปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด หรือกำหนดนโยบายเอาใจธนาคารพาณิชย์มากเกินไป" นายวีรพงษ์กล่าว



