
ปตท.ยันไม่มีใบสั่งพับแผนซื้อคาร์ฟูร์
"ประเสริฐ" ยันรัฐไม่ได้สั่งถอนซื้อกิจการคาร์ฟูร์ แจงฟังเสียงผู้ถือหุ้นไม่เห็นด้วยก็พับแผน ยันไม่กระทบรายได้ คลังชี้การลงทุนอาจขัดรัฐธรรมนูญ
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ตัดสินที่จะถอนการประมูลซื้อกิจการห้างคาร์ฟูร์ประเทศไทยเอง ซึ่งเป็นการฟังความเห็นจากผู้ถือหุ้นของบริษัทในหลายฝ่ายอย่างรอบด้าน และยังไม่แน่ใจว่าจะชนะการประมูลหรือไม่ โดยไม่ได้รับแรงกดดันจากรัฐบาลแต่อย่างใด และยืนยันว่าการไม่ซื้อกิจการของคาร์ฟูร์ก็ไม่ได้กระทบกับแผนธุรกิจ หรือรายได้ของบริษัทในส่วนของการขยายกิจการค้าปลีก โดยจะใช้วิธีขยายอย่างค่อยเป็นค่อยไป
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. ออกเอกสารเผยแพร่ ระบุว่า สาเหตุที่บริษัท ปตท.บริหารธุรกิจค้าปลีก (พีทีทีอาร์เอ็ม) สนใจเข้าร่วมประมูลกิจการห้างคาร์ฟูร์ เพราะถือเป็นโอกาสในการขยายเครือข่ายสถานีบริการให้ครอบคลุมมากขึ้น และเป็นช่องทางขยายการจำหน่ายสินค้า และยังใช้เครือข่ายไฮเปอร์มาร์เก็ตสนับสนุนสินค้าของคนไทยแและชุมชน รวมทั้งการศึกษาแนวโน้มการทำธุรกิจค้าปลีกน้ำมันในต่างประเทศ พบว่าเริ่มมีการจัดตั้งสถานีบริการน้ำมันควบคู่ไปกับธุรกิจไฮเปอร์มาร์เก็ตมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญของ ปตท.หลายราย เห็นว่า ปตท.ไม่ควรเข้าไปประมูลแข่งขันในครั้งนี้ ดังนั้น ปตท.จึงจะแจ้งให้บริษัทพีทีทีอาร์เอ็มไม่เข้าร่วมในการประมูลดังกล่าว
ด้าน นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า เข้าใจคณะกรรมการ ปตท.ไม่เห็นด้วยในหลักการ เพราะ ปตท.มีสถานภาพเป็นรัฐวิสาหกิจ แม้จะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น แต่มีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ 51.36% ดังนั้น จึงต้องส่งสัญญาณให้ชัดว่า ภารกิจหลักของ ปตท.คือการดูแลเรื่องความมั่นคงด้านพลังงาน มากกว่าการดำเนินธุรกิจค้าปลีก ซึ่งเป็นภารกิจรอง
นายกุลิศ สมบัติศิริ โฆษกสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ในมาตรา 84 วรรคหนึ่ง ระบุไว้ว่า ห้ามไม่ให้รัฐวิสาหกิจเข้าไปดำเนินการที่แข่งขันกับเอกชนในกิจการใดๆ ที่ไม่ใช่มีผลกระทบต่อความมั่นคง หรือการจัดให้มีสาธารณูปโภค เพราะจะเป็นการเข้าไปแทรกแซงตลาด และก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจได้ ซึ่งกรณีการลงทุนของ ปตท.ในกิจการดีพาร์ทเมนท์สโตร์ อาจจะเข้าข่ายข้อห้ามดังกล่าวได้



