
การศึกษาไทยกับสินค้าจีน
ประเทศที่เจริญแล้วทั้งหลายล้วนแต่ให้ความสำคัญกับการศึกษาของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง แต่การให้ความสำคัญของประเทศเหล่านั้น แตกต่างไปจากการให้ความสำคัญของประเทศไทยเราอยู่ไม่น้อย เพราะประเทศไทยเราเน้นที่ปริมาณของผู้สำเร็จการศึกษาในระดับสูง โดยไม่ได้คำนึงถึงคุณภา
เราจึงมีคนที่ความรู้ระดับปริญญาตรีมากมาย ที่ไม่สามารถทำงานตามที่ได้รับการว่าจ้างได้ หรือแม้แต่นักการเมืองที่ถูกกำหนดให้มีการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ก็ยังทำให้ประชาธิปไตยของประเทศล้าหลังมากกว่านักการเมืองสมัยเก่า ที่จบการศึกษาเพียงแค่ระดับมัธยมต้นเท่านั้น
ผมเริ่มเรียนวิชาชีพด้านช่างในสาขาช่างไฟฟ้า เพราะยุคที่ผมเรียนประเทศไทยกำลังเปลี่ยนการแพร่ภาพโทรทัศน์จากขาวดำให้เป็นแบบสี ร้านรับซ่อมวิทยุและโทรทัศน์ทั่วประเทศจึงขึ้นป้าย “รับเปลี่ยนโทรทัศน์จากระบบ 525 เส้น เป็น 625 เส้น” หมายความว่าทำโทรทัศน์ขาวดำให้เป็นโทรทัศน์สีนั่นเอง ช่างซ่อมวิทยุโทรทัศน์ในยุคผมจึงเป็นอาชีพที่ทำเงินทำทองร่ำรวยง่าย โรงเรียนสอนซ่อมวิทยุโทรทัศน์จึงเกิดขึ้นทั่วไปในสมัยนั้น
แต่ปัจจุบันนี้อาชีพซ่อมวิทยุโทรทัศน์ล้มหายตายจากไปจนหมดสิ้น เพราะคนยุคนี้ไม่ต้องรอให้โทรทัศน์เสียจึงเปลี่ยนเครื่องใหม่อีกต่อไป เพียงแค่เครื่องรับโทรทัศน์ที่ใช้อยู่ตกรุ่นหรือมีเครื่องรุ่นใหม่ที่โฆษณาว่าดีกว่า ผู้ใช้ก็พร้อมที่จะหาเงินมาเปลี่ยนเป็นเครื่องใหม่ ทั้งที่เครื่องเก่ายังสามารถดูละครเรื่องเดียวกันได้อยู่เลย
สี่สิบปีมาแล้วที่ผมท่องตำราวิชาช่างยนต์ว่า เครื่องยนต์สันดาปภายในแบ่งออกเป็นเครื่องยนต์สองจังหวะและเครื่องยนต์สี่จังหวะ และมีการทำงานที่ต่างกันดังต่อไปนี้ ฯลฯ ท่านผู้อ่านเชื่อไหมครับว่า นักเรียนวิชาช่างยนต์ในปัจจุบันนี้ ก็ยังต้องเรียนเหมือนกับที่ผมเรียนเมื่อสี่สิบกว่าปีที่แล้วไม่ผิดเพี้ยน ทั้งที่เครื่องยนต์กลไกมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปมาก วิถีชีวิตของผู้ใช้รถก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วยเช่นกัน
วิธีคิดของคนในสังคมไทยที่คิดเพียงว่า การศึกษาในระดับที่สูงขึ้นจะทำให้คนฉลาดมากขึ้น จึงไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ถูกต้องนัก เพราะการศึกษาที่สูงขึ้นแต่ขาดคุณภาพ หรือการศึกษาในระดับที่สูงขึ้นแต่ผิดทิศทาง และการศึกษาที่สูงขึ้นแต่คนขาดความรับผิดชอบต่อสังคมและมีวุฒิภาวะต่ำลง กลับจะยิ่งทำให้สังคมและประเทศชาติต้องประสบกับปัญหามากขึ้น
นักวิชาการด้านการศึกษาและภาครัฐ คิดกันเพียงแค่ให้มีการขยายระดับการศึกษา และให้มีการขยายสถานศึกษาให้มากขึ้น เพราะต้องการให้พวกของตนเองมีตำแหน่งขยายอัตราได้มากขึ้น ได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้นมากกว่าจะคิดถึงว่าคุณภาพของการศึกษาจะดีขึ้น หรือหลักสูตรการเรียนการสอน จะตรงกับความต้องการของตลาด และการพัฒนาของบ้านเมืองและสังคมหรือไม่
เราจึงพบเห็นคนจบปริญญาตรีจากสถาบันต่างๆ จำนวนมาก มาเดินแบกเครื่องใช้ไฟฟ้าขายตามบ้าน หรือไปทำงานที่ไม่ตรงกับสาขาวิชาที่ตนเองร่ำเรียนมา เพราะเขาเหล่านั้นไปสมัครงานที่ไหน ก็ไม่ผ่านการทดลองงานหรือไม่ผ่านการสอบสัมภาษณ์ทดสอบความรู้เบื้องต้น
การศึกษาที่รัฐบาลไทยกำลังภาคภูมิใจว่า ทำให้คนไทยมีระดับการศึกษาสูงขึ้น มีจำนวนผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรีมากขึ้น เปิดโอกาสให้คนที่มีทุนทรัพย์น้อยได้เรียนระดับสูงขึ้นจากการกู้เงินไปเรียน มีการจัดการเรียนการสอนฟรีถึง 15 ปีให้แก่ประชาชน
จึงไม่ต่างอะไรกับสินค้าจากจีนที่มีคุณภาพต่ำ, ลอกเลียนแบบจากผู้ผลิตชั้นนำในโลก, ขาดคุณภาพ, ขาดความสวยงามด้านการออกแบบ และขาดความทนทานในการใช้งาน กลายเป็นสินค้าโหลที่ผู้ซื้อชอบ เพราะสนุกสนานกับการต่อรองราคาได้ต่ำกว่าราคาบอกเอาไว้จริง มากกว่าหวังจะเอามาใช้งานจริงครับ
พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ



