
การประสานเสียงเรื่องชายชุดดำ !
ไม่ว่าข่าวนักรบชุดดำจ้องสังหารผู้นำประเทศ จะเป็นจริงมากน้อยเพียงใด วันนี้สังคมไทยก็ได้ยินจนชินหูไปแล้ว
ชินหูจนเริ่มจะหูชา
ด้วยคนที่ดาหน้าออกมาพูด ล้วนแต่เป็นระดับแกนนำผู้บริหารประเทศ และบิ๊กตำรวจด้านการข่าวแทบทั้งสิ้น
ไล่ตั้งแต่ตำรวจ 191 สันติบาล หรือแม้แต่แม่ทัพนครบาลก็เอามาพูดเหมือนเป็นเทรนด์ใหม่
ไม่รวมบรรดา ส.ส.ซีกรัฐบาล ที่ประสานเสียงสอดรับเป็นปี่พาทย์วงใหญ่
เหมือนกับถ้าไม่พูดเดี๋ยวจะตกยุค ?!!
ต่างจากก่อนหน้านี้ มีข่าวลึกลับเท่าไรยิ่งปิดยิ่งป้อง ไม่ให้ข่าวรั่ว ตำรวจและหน่วยงานความมั่นคงจะได้ทำงานกันสะดวก แต่แปลกที่คราวนี้ออกมาส่งสัญญาณปล่อยกระแสจนผิดวิสัย
ที่ติงนี่ไม่ได้จับผิดใคร แต่ในใจมันอดคิดไม่ได้ รู้ตัวกันขนาดนั้นทำไมถึงยังตามจับไม่ได้เสียที
รู้ถึงขั้นว่าเช่าคอนโดใกล้บ้านนายกฯ แล้วก็ไม่ใช่ศัตรูใหม่ ไล่บี้เป็นเกลอเก่ากันมาตั้งแต่ก่อนยุคเผาบ้านเผาเมืองโน้น
ตอนนั้นก็มีข่าวออกมาทำนองนี้แหละ แต่ช่วงนั้นดีหน่อยนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปนอนอยู่ในค่ายทหาร มีทหารทั้งกรมคอยดูแลพึ่บพั่บ
ถึงวันนี้กลับมาอยู่บ้านแล้ว ยังมีข่าวทำนองนี้อยู่อีก สร้างความหวาดวิตกให้ผู้นำประเทศ ต้องคอยเสริมกำลังคุ้มกันอย่างแน่นหนา
ส่วนจะเป็นข่าวใหม่ หรือเอาข่าวเก่ามาเล่าใหม่ไม่มีใครรู้ ที่แน่ๆ ถ้าปล่อยให้ผู้นำประเทศตกอยู่ในอันตรายอย่างนี้ไปเรื่อยๆ คงไม่ดีแน่
ลองคิดดูขนาดนายกฯ ยังไม่ปลอดภัย แล้วตาสียายสาไม่นอนอกสั่นขวัญผวา ต้องมีชีวิตอยู่ท่ามกลางดงระเบิดป่วนเมือง โจรผู้ร้ายชุกชุมยิ่งกว่ายุงลาย ความตายจะเยือนเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ คนคุ้มกันก็ไม่มี ตำรวจก็แทบจะพึ่งไม่ได้ คงมีชะตากรรมเหมือนนังชบาหวาดกลัวไอ้เรืองนักเลงหัวไม้ท้ายบ้านฉุดหรือ ?!!
เอาเถอะครับ ไหนๆ ก็รู้แล้วว่ามีคนกลุ่มหนึ่งปองร้ายบุคคลสำคัญอยู่ การตั้งรับอย่างเดียวคงไม่ดีแน่ น่าจะเดินเกมรุกสืบสวนเสาะหาลากตัวกลุ่มบุรุษนิรนามสวมชุดดำที่คอยลอบจ้องสังหารผู้นำประเทศมาลงโทษลงทัณฑ์ ก็ทำๆ กันเสียมั้ง อาจช่วยสยบความหวาดหวั่นถึงความปลอดภัยในชีวิตคนไทย ในยุคสงครามแบ่งสีแบ่งขั้วได้บ้าง
ลำพังพูดอย่างเดียวปัญญาไม่เกิดหรอกครับ !?!
อนลัส
[email protected]



