ข่าว

ก้าวต่อไป “ผู้นำท้องถิ่น”
ปรับตัวรับเปลี่ยนผ่าน

ก้าวต่อไป “ผู้นำท้องถิ่น” ปรับตัวรับเปลี่ยนผ่าน

23 ก.ย. 2553

ในงานเวทีท้องถิ่นไทย ซึ่งจัดโดยสถาบันพระปกเกล้า ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้ ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ก้าวต่อไปของการกระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่นไทย” โดยแนะให้สังคมไทยทบทวน

 ศ.ดร.บวรศักดิ์ อธิบายว่า ก้าวแรกของการปกครองท้องถิ่นไทย เป็นช่วงเดียวกันกับก้าวแรกของระบอบประชาธิปไตยระดับชาติ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในช่วงนั้นมีความพยายามใช้การปกครองท้องถิ่นเป็นเครื่องปลูกฝังและทดลองประชาธิปไตยระดับชาติ

 ก้าวต่อมาระหว่างปี 2501-2532 เป็นก้าวย่างขององค์กรปกครองท้องถิ่นไทยในกระแสสงครามเย็น เป็นการก้าวถอยหลังเนื่องจากความกลัวภัยคอมมิวนิสต์ ส่งผลให้รัฐบาลทหารอาศัยคำสั่งของคณะปฏิวัติระงับการเลือกตั้งท้องถิ่น

  ตลอดช่วงเวลา 60 ปี ของการก้าวเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยของประเทศ ระบบการบริหารรวมศูนย์อำนาจการตัดสินใจไว้ที่ส่วนกลาง ไม่มีโอกาสกระจายอำนาจไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชนท้องถิ่น และประชาชนอย่างแท้จริง แม้เศรษฐกิจจะเจริญเติบโตแต่ก็ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจและสังคมตามมาอย่างมหาศาล สถานการณ์ดังกล่าวเป็นที่มาของความขัดแย้งทางการเมืองและความสูญเสียในเดือนเมษายน และพฤษภาคมที่ผ่านมา วิกฤติวันนี้จึงเกิดจากระบบการบริหารประเทศแบบรวมศูนย์ ขาดการมีส่วนร่วมที่แท้จริงตามหลักธรรมาภิบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชนท้องถิ่น

 แต่ก้าวที่สำคัญยิ่งของการปกครองท้องถิ่นไทย คือก้าวใหญ่ในปี 2540 ซึ่งรัฐธรรมนูญ 2540 ได้บังคับให้มีการกระจายอำนาจอย่างแท้จริงให้องค์กรส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีบทบัญญัติเรื่องท้องถิ่นมากเป็นประวัติการณ์ถึง 11 มาตรา 2 ปี หลังการตรารัฐธรรมนูญ 2540 ขึ้นใช้บังคับ มีการตรากฎหมายใหม่ และแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่เกี่ยวกับท้องถิ่นถึง 12 ฉบับ อันเป็นรากฐานการปกครองท้องถิ่นไทยในวันนี้

 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 ได้สานต่อสิ่งที่รัฐธรรมนูญ 2540 วางไว้ให้ชัดเจนขึ้น อาทิ การกำหนดให้มีการจัดทำประมวลกฎหมายท้องถิ่น การให้มีกฎหมายรายได้ท้องถิ่น การให้ท้องถิ่นร่วมกันจัดตั้งองค์การเพื่อการจัดการบริการสาธารณะร่วมกัน การเพิ่มส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารกิจการของท้องถิ่น และการบังคับให้บุคลากรท้องถิ่นปรับเป็นระบบข้าราชการแบบเดียวกันทุกประเภท

 ศ.ดร.บวรศักดิ์ กล่าวว่า จำเป็นจะต้องทำความเข้าใจโลกและสถานการณ์ในภูมิภาคและในประเทศวันนี้แตกต่างไปจากเมื่อสิบปีที่แล้วเป็นอันมาก ในระดับโลก โลกาภิวัตน์เป็นทั้งสิ่งที่ท้าทาย และโอกาส วิกฤติเศรษฐกิจโลก ส่วนในระดับภูมิภาคอาเซียน กำลังพัฒนาไปเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (หรือ Asean Economic Community หรือ AEC) ในปี 2558 หรือ ค.ศ.2015 ซึ่งจะทำให้มีการเปิดเสรีการค้าสินค้า การค้าบริการ และการเคลื่อนย้ายการลงทุนระหว่างกัน
ในสภาพความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ การรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง การกำหนดยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมในการบริหารความเปลี่ยนแปลง และการเตรียมความพร้อมให้บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองและประชาชนในท้องถิ่น เพื่อให้พ้นจากความเสี่ยงและได้ประโยชน์สูงสุดจึงเป็นสิ่งสำคัญ

 ดังนั้นก้าวแรกที่จะเดินต่อไปก็คือ การมีองค์ความรู้ที่ครบถ้วน ถูกต้อง ทันการณ์ มีทักษะและเทคโนโลยีการบริหารและการจัดการที่เหมาะสมและทันสมัย มียุทธศาสตร์นโยบายและทางเลือกที่ดี  การก่อตั้ง “สถาบันส่งเสริมการกระจายอำนาจและพัฒนาท้องถิ่นไทย” เพื่อให้มีหน้าที่หลักในการศึกษาวิจัยนโยบายสาธารณะในการกระจายอำนาจและในการบริหารท้องถิ่น จึงเป็นสิ่งที่ต้องรีบทำโดยด่วน

 ก้าวต่อไปของการกระจายอำนาจในประเทศก็คือ การก้าวย่างไปสู่ความสัมพันธ์ใหม่ในบริบทสังคมโลก ภูมิภาค และสังคมไทยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3 ระดับคือ

 ในระดับแรก ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ ภูมิภาค และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องก้าวพ้นการควบคุม กำกับไปสู่ความร่วมมือที่เท่าเทียมกันแทน

 ความสัมพันธ์ที่ต้องปรับในระดับที่ 2 ก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกันเอง ควรจะรวมตัวกันให้เหนียวแน่นเป็นหนึ่งเดียว หรืออาจรวมตัวองค์ปกครองส่วนท้องถิ่นในลักษณะที่เป็น “ภาค” และอาจร่วมกันจัดตั้งเป็นสหการ หรือร่วมกันจัดตั้งเป็นองค์การมหาชน

 การปรับความสัมพันธ์ในระดับที่ 3 คือ ความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรปกครองท้องถิ่น ชุมชนท้องถิ่น และประชาชน โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชนและประชาชนในการบริหารทั้งระดับชาติและท้องถิ่น ตามหลักธรรมาภิบาล เพราะจะนำมาซึ่งความยั่งยืนของการพัฒนาและการป้องกันปัญหาความขัดแย้งในอนาคต รวมทั้งยังเป็นการสร้างความไว้วางใจ ให้เกิดขึ้นในชุมชนและหมู่ประชาชนด้วย

 เวลานี้จึงเป็นเวลาสำคัญยิ่งที่ผู้นำท้องถิ่นจะปรับสถานะของตน เพื่อสร้างศรัทธาและแก้ปัญหาของบ้านเมือง และของการกระจายอำนาจ ทั้งในฐานะผู้ส่งเสริมการปรองดอง ผู้ร่วมคิดและร่วมเสนอการปฏิรูปทั้งด้านความเป็นธรรมในทางเศรษฐกิจและสังคม และการจัดสรรอำนาจเสียใหม่ในสังคมไทย

"ทีมข่าวภูมิภาค"