
นิสิตจุฬาฯจวกรัฐไม่จริงใจแก้ปัญหาขัดแย้ง
เวทีเสวนานิสิตจุฬาฯ วิพาษ์รัฐบาล ไม่จริงใจแก้ปัญหาความขัดแย้ง ใช้การสร้างภาพกลบปัญหา ระบุ เนวิน เป็นเจ้าพ่อท้องถิ่น อำนาจรัฐแก้ไขไม่ได้
(22ก.ย.) เวลา 09.00 น. ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนาวิชาการรัฐไทยกับการจัดการความขัดแย้ง โดยนิสิต ชั้นปีที่ 3 ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ ร่วมเสวนา โดย น.ส.ณัฎฐา ทั้วสุภาพ กล่าวว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นปัจจุบัน เป็นเพราะรัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไม่สามารถแก้เรื่องกลุ่มทุนเดิมที่ขยายตัวมาตั้งแต่สมัยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรเป็นนายกรัฐมนตรี เช่น ในท้องถิ่น มีกลุ่มคนของนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย เป็นผู้ที่ทรงอิทธิพลในพื้นที่ การเมืองปัจจุบันจึงความเป็นเจ้าพ่อสูง ทำให้กลไกของรัฐ เช่น ตำรวจ และทหาร ทำงานได้ไม่เต็มที่ ไม่สามารถเข้าไปขจัดความรุนแรงในท้องถิ่นได้ ทั้งนี้สมัยรัฐบาลไทยรักไทยใช้วิธีการจัดการกับเจ้าพ่อ ด้วยการประณีประนอมจนถึงการปราบปรามรุนแรง
“ สุดท้ายรัฐบาลสมัยนั้นก็ตั้งตนเป็นเจ้าพ่อ มีอิทธิพลที่สุด และใช้ความกลัว ความรุนแรงเป็นวิธีประณีประนอมและใช้ความชอบธรรมที่มีไปจัดการกลุ่มต่างๆ” น.ส.ณัฏฐา กล่าว
ด้านนายฤชากร ไตรรัตนานุสรณ์ กล่าวว่าปัญหาการเมืองไทยต้นตอมาจากความเลื่อมล้ำที่คงอยู่และมีพัฒนาการขึ้นมาเรื่อยๆ สังคมไทยปัจจุบันยังคงเป็นระบบไพร่แบบสมัยใหม่ มีชนชั้นนำ มีชนชั้นไพร่ ใครจะเป็นใหญ่ได้ต้องพึ่งพากำลังคน เช่น การเลือกตั้ง ก็ต้องพึ่งพากำลังคนเพื่อมาลงเสียงให้ การเลือกตั้งเป็นสิ่งที่ดี แต่ทุกวันนี้คนเมืองที่มีการศึกษาสูง ไม่มีจิตสำนึก พร้อมที่จะสนับสนุนใครก็ได้เพื่อความอยู่รอดของตนเอง โดยไม่คำนึงถึงคนในพื้นที่อื่นๆ เช่น คนชนบท ทั้งนี้ความขัดแย้งวิกฤตการชุมนุมที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเหลือง หรือแดง ขณะนี้ถูกยึดเป็นโมเดลเพื่อสร้างขบวนการทางสังคมกดดันรัฐบาล ซึ่งการเคลื่อนไหวต่างๆ นั้นถือว่าเป็นอุดมการณ์ตามความเชื่อ ซึ่งเป็นมาตรวัดแต่ละฝ่ายทำให้ไม่มีการรับฟังจึง ยากที่จะแก้ไขปัญหาได้
“ ผมมองว่าควรเรียกทุกฝ่ายมาคุย และแก้ไขปัญหา เช่น พรรคการเมือง ทหาร ประชาชน ไม่ใช่แค่ตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ นอกจากนี้ความจริงใจพร้อมทบทวนย้อนหลังเพื่อดูว่าสิ่งที่ผ่านมานั้นถูกหรือผิดอย่างไร เช่น การรัฐประหาร การใช้กำลัง เหมือนอย่างที่ประเทศเกาหลีใต้ทำ เพื่อสร้างมาตรฐานร่วมกัน ไม่ใช่สมานฉันท์ชั่วคราว แล้วก็เก็มปมความขัดแย้งไว้ในใจ” นายฤชากร กล่าว
ส่วนนายนพพล ผลอำนวย กล่าวว่า รัฐไทยมีตรรกะจัดการความขัดแย้ง 3 วิธี คือ 1. สร้างความขัดแย้งที่ควบคุมได้ คือ สร้างความขัดแย้งอีกชุดขึ้นมาแทนความขัดแย้งของบ้านเมืองเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ 2.ทำให้ลืม โดยใ ช้ความบันเทิงเข้ามากลบเกลื่อน เช่น หลังจากการสลายการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ได้จัดงานทำความสะอาด ฉายสปอตโฆษณาที่เป็นภาพคนสมานฉันท์ เพื่อให้ลืม หรือเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 3.ใช้รัฐธรรมนูญฉบับวัฒนธรรม หรือ ใช้จารีต จัดการความขัดแย้ง เช่น ข่าวการปรับฮวงจุ้ยทำเนียบรัฐบาลล่าสุด เป็นต้น
“ รัฐไทยจัดการความขัดแย้งไม่ได้ เพราะรัฐไทยไม่ได้จัดการความขัดแย้งใดๆ ใช้การตลาดเพื่อสร้างภาพให้เห็นว่าความขัดแย้งได้หายไป ผมขอเสนอรัฐไทยคำอธิบายการแก้ไขปัญหา คือ ตอแหล ไม่ว่ายุคใดรัฐไทยใช้ความตอแหลเพื่อลดความน่าเชื่อ เหตุผล ทำให้ข่าวลือมีเสียงดัง ทำให้คนไทยขาดวิจารณญาณในการคิดวิเคราะห์” นายนพพล กล่าว



