
"อนุพงษ์"ลั่นอาวุธหายจากคลังต้องมีผู้รับผิดชอบ
"อนุพงษ์"ลั่นอาวุธสงครามหายจากคลังแสงลพบุรี ต้องมีคนรับผิดชอบ เผยการสอบเริ่มคืบหน้าแล้ว
(22ก.ย.) โรงเรียนนายร้อย จปร. จ.นครนายกฯ เมื่อเวลา 09.30 น. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบอาวุธที่คลังแสง จ.ลพบุรี หาย ว่า มีความคืบหน้าไปมากเราได้ตัวจากหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งนับเป็นขั้นที่ 1แล้ว และจะข้ามไปขั้นที่ 2 ว่าใครที่เกี่ยวข้อง ก็จะต้องสาวต่อไปเรื่อย ๆ ทั้งนี้ขั้นต้นคือเจ้าหน้าที่ข้างใน ส่วนขั้นที่ 2 คือคนข้างนอก ซึ่งตนอยากพูดแค่นั้น เพราะตนอยากให้เรื่องนี้มีการสืบสวนสอบสวนต่อไป ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรจะต้องรอคณะกรรมการก่อน ซึ่งตนไม่ได้เข้าไปสอบด้วย ตนจึงไม่รู้และตอบไม่ได้ ว่าอาวุธที่หายไป มีการลักลอบไปอย่างไร และคนที่สอบเองขณะนี้ก็ยังไม่รู้ อย่าให้ตนสรุปเลย ถ้าผมสรุปเดี๋ยวจะกลายเป็นประเด็นไปอีก
เมื่อถามว่า ทางกองทัพ มีมาตรการป้องกันอย่างไร เพราะอาวุธที่หายไปอาจจะไปทำร้ายผู้นำ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เมื่อวานนี้ ที่ประชุม ศอฉ. ได้มีการพูดถึงอาวุธ ที่หายไป ว่า อาวุธดังกล่าวไปที่ไหน ยังไม่มีใครรู้ แต่การทำงานจะต้องสืบสวนสอบสวนก่อน ส่วนการป้องกันก็ดำเนินการไป ซึ่งสถานีตำรวจ 88 สถานี ต้องมีการเฝ้าระวังและเจ้าหน้าที่ส่วนต่างๆ ที่เป็นเจ้าหน้าที่พนักงานจะต้องช่วยกันดูแล และเครือข่ายภาคประชาชนก็จะต้องช่วยกันดูแล ทั้งนี้โทษของผู้ที่กระทำความผิดหนักอยู่แล้ว ถ้าทุจริตจะต้องโดนทั้งวินัยและอาญา แต่ถ้าผิดโดยไม่เกี่ยวข้องการทุจริต แต่เป็นการประมาทเลินเล่อ ก็จะมีบทลงโทษอีก สรุปแล้วเรื่องนี้จะต้องมีคนรับผิดชอบ ทั้งนี้ ตนได้มีการสั่งทุกเดือนในการเข้มงวดเกี่ยวกับคลังอาวุธ รวมถึงการปกครองดูแลหน่วย แต่เราตรวจสอบก็ไม่มีอาวุธภายในหน่วยหาย แต่กลับเป็นหน่วยคลัง ซึ่งมันไม่ใช่เป็นหน่วยใช้ ซึ่งถือเป็นลูกจ้างไม่ใช่หน่วยทหารซึ่งจะต้องไปดูระบบการดูตรงนี้ ว่ามีประสิทธิภาพอย่างไรในการให้ลูกจ้างมาดำเนินการดังกล่าว สำหรับอาวุธที่หายไป มีอาร์พีจีและลูกกระสุนปืนกลเอ็ม 60 ทั้งนี้การสืบสวนสอบสวนมันต่างกัน การที่จะนำอาวุธไปก่อการร้าย อย่างกระสุนอาร์พีจีเป็นเหตุสามารถทำได้ แต่กระสุน M 60 ทำไม่ได้
เมื่อถามว่า ยังเชื่อมั่นหรือไม่ว่าอาวุธที่หายไป ยังอยู่ในพื้นที่ลพบุรี พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า จะให้ตนพูด 50 เที่ยวว่า ตนไม่ได้ไปนั่งสอบสวนด้วย จะให้ผมเดาหรืออย่างไร ซึ่งตนไม่รู้จะตอบอย่างไร จะให้ตอบตอบว่า อยู่หรือไม่อยู่ ตนไม่รู้จะเอาอะไรไปคิด นอกจากคำว่าเดา ดั้งนั้น มันไม่มีประโยชน์หากไปเดา ต้องรอการสืบสวนสอบสวนเท่านั้น
เมื่อถามว่า จะมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีกหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ให้ไปถาม ศอฉ.ดีกว่า ตอนนี้อยู่คนละเวที ตอนนี้อยู่เวทีอำลาชีวิตราชการ



