ข่าว

"อานันท์"ภารกิจ"ผ่าตัดประเทศไทย"

"อานันท์"ภารกิจ"ผ่าตัดประเทศไทย"

22 ก.ย. 2553

"อานันท์ ปันยารชุน" ประธานคณะปฏิรูป เปิดบ้านพิษณุโลกให้ผู้สื่อข่าวจากหลายสำนัก สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้างานปฏิรูปและทัศนะอื่นๆ ต่อสถานการณ์บ้านเมือง

@ คนที่ไม่ชอบรัฐบาลจะวิจารณ์ว่าคณะกรรมการปฏิรูปเป็นเครื่องมือซื้อเวลาของรัฐบาล
 ทุกสังคมไม่ว่าจะทำอะไรก็จะมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ ถ้าความชอบไม่ชอบอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ข้อมูลถูกต้องก็สบายใจ แต่ถ้าอยู่บนพื้นฐานอคติ หรือการคาดคะเน ก็มีปัญหา แต่ผมไม่เคยมีปัญหาเรื่องนี้ไม่ว่าจะทำธุรกิจ ข้าราชการ การเมือง ภาคประชาชน เพราะถือว่าการทำงานของผมตั้งอยู่บนความบริสุทธิ์ใจ ความคิดที่แตกต่างกันส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับอคติของแต่ละคนที่มีต่อรัฐบาล ไม่แน่ใจว่าได้ข้อมูลข้อเท็จจริงที่สมบูรณ์หรือไม่ ผมไม่มีปัญหากับคนที่มองเห็นไม่ตรงกัน ผมไม่ชอบการโต้ตอบด้วย ขอให้ดูการทำงานดีกว่า กรรมการชุดนี้เป็นอิสระ ผมเลือกมาเอง ระหว่างทำงานไม่มีการปรึกษาหารือรัฐบาล ส่วนคนจะคิดไปเองมันช่วยไม่ได้

@ คณะกรรมการได้ทำงานไปแล้ว 2-3 เดือนมีมาตรการอะไรบ้างที่เป็นรูปธรรม
 ถ้าถามถึงรูปธรรมคงยาก การปฏิรูปไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงระดับผิวเผินแต่เปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่จากขาวเป็นดำ แต่เปลี่ยนแปลงมโหฬาร ไม่ใช่แก้วันสองวัน แต่ต้องช่วยกันคิด ทั้งหมดเป็นกระบวนการที่ไม่มีการกำหนดเวลา ยกตัวอย่างสหรัฐ ปัญหาผิวดำขาว ใช้เวลา 50 ปีกว่าจะได้พ.ร.บ.ปกป้องสิทธิคนผิวดำ แต่ปัญหาก็ยังไม่หมด ใครคิดว่ามีประธานาธิบดีผิวดำบารัก โอบามา แล้วจบ แต่ความจริงทุกวันนี้ก็ยังมีคลื่นใต้น้ำอยู่

@ การปฏิรูปใช้เวลานาน ชาวบ้านที่มีปัญหาเฉพาะหน้าจะทำอย่างไรให้เขารู้สึกว่าการปฏิรูปจะช่วยเขาได้
 จริงๆ แล้วปัจจุบันหน่วยงานต่างๆ แม้แต่ภาคประชาชน ก็ทำงานปฏิรูปอยู่แล้ว เช่นกระทรวงศึกษา กระทรวงยุติธรรม เราก็หาข้อมูลว่าเขาทำอะไรอยู่แล้วเราสู่จุดนั้นได้หรือไม่ ที่ผ่านมาสังคมไทยมีการปฏิรูปอยู่เรื่อยๆ เป็นการทานแอสไพริน พาราเซตามอล ทายาแดง แต่ของเราหนักไปในทางของการผ่าตัด เพราะฉะนั้นการผ่าตัดต้องเตรียมทุกอย่างให้ครบสมบูรณ์ และผลก็ไม่เห็นทันตา มันต้องใช้เวลา เราไม่ได้ปฏิรูปเฉพาะเรื่องแต่ทำพร้อมกันหลายเรื่องมันต้องใช้เวลา

@ การแก้ความเหลื่อมล้ำในสังคมตามแนวทางของกรรมการจะเริ่มต้นจากจุดไหน
 การปฏิรูปเรามองหลายมิติ เช่น ความเหลื่อมล้ำเรื่องรายได้ ความเหลื่อมล้ำในด้านสิทธิ แม้จะมีบัญญัติในรัฐธรรมนูญแต่ถามว่ามันเป็นจริงหรือไม่ ยกตัวอย่างเห็นชัดเจนในกรณีมาบตาพุด และความเหลื่อมล้ำในด้านโอกาส เช่นการศึกษา การรักษาพยาบาล ส่วนใหญ่มันกระจุกอยู่ในกทม.ต้องกระจายออกตามต่างจังหวัด แต่เป้าหมายขั้นต้นคือสร้างความยุติธรรมในสังคม เพื่อนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำ ความยุติธรรมถือเป็นหัวใจของคณะกรรมการ โลกเราถ้าไม่มีความยุติธรรมมันจะเกิดปัญหาน้อยใหญ่ เกิดความขัดแย้ง การนำสังคมเข้าสู่ความยุติธรรมจะลดความเหลื่อมล้ำได้

@ ประชาชนจะมีส่วนร่วมกับกรรมการได้อย่างไร
 ในวันที่ 17 ตุลาคมนี้จะจัดเวทีชาวบ้าน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ให้ชาวบ้านนำเสนอปัญหาเพื่อให้มีพื้นที่ที่จะพูดถึงปัญหาของตัวเอง ในตอนบ่ายจะมีแบ่งกลุ่มย่อยระดมปัญหา ที่ดิน การศึกษา แรงงาน ข้อสำคัญคือการจัดเวทีนี้ไม่ใช่ว่ากรรมการไปเล่าให้ฟังแต่กรรมการจะรับฟังให้เขาคุยกัน ตกลงกันเองว่าจะมีข้อเสนออย่างไร และสุดท้ายให้แสดงออกมาว่าจุดยืนอยู่ตรงไหน เหมือนเป็นเวทีที่เราจัดให้ชาวบ้านมีพื้นที่จะพูด ปรึกษาหารือกันโดยไม่ทะเลาะกัน

@ ในสมัยที่ท่านเป็นนายกฯ เคยพูดว่าสถาบันทหารควรที่จะปฏิรูป วันนี้ยังมีความคิดอยู่หรือไม่
 ทหารต้องปฏิรูปแน่ แต่คุณก็รู้ในปัจจุบันใครจะไปปฏิรูปได้นอกจากตัวเอง ถ้าสถาบันทหารไม่ปรับเปลี่ยนวิธีคิดผมว่าไม่มีอนาคต เขาต้องปฏิรูปตัวเอง ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องช่วยปฏิรูป ปัญหามันยิ่งใหญ่มีหลายแง่มุม หลายมิติ การปฏิรูปทหารไม่ได้อยู่ในระเบียบวาระของกรรมการชุดนี้ ถ้าปฏิรูปทหารด้วยคงเหนื่อย คนที่เป็นคริสเตียนเวลาสวดมนต์กับพระเจ้า ขอให้พระเจ้าประทานพรให้เขามีความกล้าเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ และขอให้มีความสุขุมพอที่จะรู้ว่าอะไรที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ หลายสิ่งควรปฏิรูป แต่เราต้องรู้ตัวเองว่าเราอยู่ในฐานะที่จะไปปฏิรูปเขาได้หรือไม่

@ มีหลายอย่างหรือไม่ที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้
 ไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่จะใช้เวลา 2 วันหรือ 50 ปีก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อย่างเรื่องกองทัพผมไม่ทราบว่าภายในเขาเปลี่ยนแปลงอะไรแน่ชัด แต่เรื่องหนึ่งที่เห็นแน่ชัด พูดด้วยการมีความลำเอียงอยู่ในใจว่าทหารปฏิวัติไม่ได้อีกแล้ว ประชาชนไม่รับ ทหารคนไหนที่ยังคิดเรื่องปฏิวัติอีกผมว่ายาก อาจจะมีบางคนที่ยังหมกมุ่นว่าการปฏิวัติจะเป็นการแก้ปัญหาประเทศชาติ แต่คนทั่วไปไม่รับ ปฏิวัติมา 18 ครั้ง ถามว่าประเทศไทยดีขึ้นหรือไม่ มันเป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าประเทศชาติถึงทางตัน อย่าคิดว่าการรัฐประหารเป็นทางออกทางหนึ่ง มันไม่ใช่ทางออกมีแต่จะเป็นทางตันมากขึ้น

@ หลังจากรัฐประหารปี 2534 หลายคนก็คิดว่าไม่มีการปฏิวัติ แต่ปี 2549 ก็เกิดขึ้น
 แต่ตอนนั้นก็ไม่มี 15 ปี แต่ปรากฏว่ามีสิ่งอื่นมาเกิดขึ้น

@ การสร้างความยุติธรรม จะแก้ปัญหาสองมาตรฐานที่เป็นเงื่อนไขความขัดแย้งทุกวันนี้หรือไม่
 เรื่องสองมาตรฐานก็พูดกันไป ถ้าเผื่อไปดูข้อเท็จจริง คนที่พูดก็ไม่รู้ว่าตัวเองก็ได้ประโยชน์จากการเป็นสองมาตรฐาน เรื่องบางเรื่องมันเป็นเรื่องความไม่นิ่งในจิตใจของตัวเอง ถ้าเป็นมาตรฐานที่ให้ประโยชน์กับตนเองเราก็รับ แต่ถ้ามาตรฐานนี้ไปให้ประโยชน์คนอื่นก็ไม่รับ

 เสถียร วิริยะพรรณพงศา - ณัฐพล หวังทรัพย์