
โจ๋แสบอ้างเป็นตำรวจเคาะห้อง...ชิงทรัพย์-ข่มขืน
ภัยสังคมเมือง...คนร้ายอ้างเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ ออกตระเวนเคาะห้องเช่าทำทีเป็นขอตรวจค้นคนต่างด้าว ก่อนปล้นชิงทรัพย์เจ้าของห้อง หากสบโอกาสก็จะรุมโทรมก่อนหลบหนี!
เช้าตรู่วันที่ 6 กันยายน นายเอ (นามสมมติ) น.ส.บี (นามสมมติ) และ น.ส.ซี (นามสมมติ) ชาวศรีสะเกษ พาร่างอันบอบช้ำพร้อมคราบน้ำตา เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.บางนา เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินกับคนร้าย 5 คน ร่วมกันทำร้ายร่างกาย รุมโทรม และปล้นทรัพย์ เหตุเกิดที่ห้องแบ่งให้เช่า ภายในตึกแถวเลขที่ 10/7 ซ.วชิรธรรมสาธิต 4 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ
ผู้เสียหายทั้งสามราย นายเอ เป็นช่างทาสี ส่วน น.ส.บี เป็นแฟนสาว ทำงานรับจ้างตามโรงงาน ซึ่งทั้งคู่กำลังตกงานอยู่ ส่วน น.ส.ซี เป็นญาติของนายเอ เพิ่งเข้ามาหางานทำใน กทม. และกำลังจะได้งานทำแต่มาเจอเหตุการณ์เลวร้ายก่อน
"ราวๆ ตี 3 ตี 4 ได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง จึงเปิดประตูพบผู้ชายประมาณ 5 คน อ้างว่าเป็นตำรวจมาขอตรวจบัตรประชาชน แล้วขอตรวจค้นคนต่างด้าว เมื่อได้ยินว่าเป็นตำรวจจึงยอมให้เข้ามาในห้อง แต่หนึ่งในนั้นชักอาวุธมีดปลายแหลมออกมาแล้วรุมทำร้ายร่างกาย แล้วใช้เชือกมัดมือมัดเท้า กดหัวลงกับพื้นใช้ผ้าคลุมหัว แล้วคนร้ายที่เหลือขืนใจแฟนผม และลาก น.ส.ซี ออกไปจากห้อง พร้อมทั้งหยิบโทรศัพท์มือถือ พระเลี่ยมกรอบสเตนเลส ข้าวสาร ปลากระป๋อง และมาม่า ออกไปด้วย หลังจากนั้นผมและแฟนพยายามดิ้นออกมาจากห้อง เพราะเป็นห่วง น.ส.ซี แต่พบว่าถูกขืนใจในห้องน้ำด้านล่าง" นายเอเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
หลังรับแจ้งเหตุ พ.ต.อ.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผกก.สน.บางนา สั่งการให้ พ.ต.ท.ประทวน พวงจำปา, พ.ต.ท.พีรวัส ประสาทกลาง สว.สส., ร.ต.อ.สุชาติ ยศดำรงกุล, ร.ต.ท.อภิโชค ขนบดี รอง สว.สส. พร้อมชุดสืบสวน สน.บางนา เร่งรัดสืบสวนจับคนร้าย แม้ว่าการสืบสวนจะเป็นไปด้วยความยากลำบาก และเหยื่อจำใบหน้าคนร้ายได้ไม่กี่คน
ระหว่างการสืบสวนเริ่มพบเบาะแสว่าทรัพย์สินของผู้เสียหายมีความเคลื่อนไหวอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล สำโรง จ.สมุทรปราการ จึงออกตระเวนหาจนกระทั่งพบว่าลูกของพนักงานกวาดขยะเป็นผู้ครอบครองอยู่ และชุดสืบสวนค่อนข้างมั่นใจว่าคนร้ายที่ก่อเหตุ จึงนำผู้เสียหายเดินตระเวนหาคนร้ายโดยใช้เวลาหลายชั่วโมง จนพบวัยรุ่นคนหนึ่งที่สวมเหรียญนางกวัก อัดกรอบสเตนเลส แล้วมีสายเชือกพลาสติกสีแดง และพลาสติกสีเหลืองหุ้มกรอบ ห้อยอยู่ที่คอของวัยรุ่นคนดังกล่าว ผู้เสียหายจึงสะกิดบอกชุดสืบสวน พร้อมทั้งเอ่ยชื่อเล่นขึ้นมาว่า "ไอ้นุ"
ทันทีวัยรุ่นคนนี้หันมาถึงกับหน้าถอดสี พร้อมแสดงอาการตกใจเมื่อเห็นผู้เสียหาย..." ไอ้นุ" หรือ นายนิพนธ์ มีเกาะ อายุ 22 ปี ให้การรับสารภาพ พร้อมให้การซัดทอด นายอำนาจ หรือแจ๊ค (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี นายวันชัย หรือหมู สีมา อายุ 32 ปี นายเจี๊ยบ (สัญชาติกัมพูชา) อายุ 18 ปี นายคำภา (สัญชาติลาว) อายุ 18 ปี ร่วมกันก่อเหตุ
"นายอำนาจและนายวันชัยที่อ้างเป็นตำรวจ เคยก่อเหตุที่แยกบางนาก่อนปล้นทรัพย์เอาเงินสด 9,000 บาท พอได้เงินก็นำไปเที่ยวเตร่ตามสถานที่ต่างๆ และมั่วสุมที่ห้างสรรพสินค้าเป็นประจำ พวกผมทั้งหมดตระเวนไปตามห้องพักหรือห้องแบ่งเช่า แล้วเคาะประตูพอใครหลวมตัวก็ก่อเหตุ โดยเลือกห้องพัก หรือห้องแบ่งเช่าที่ไม่มีกล้องวงจรปิด และพนักงานรักษาความปลอดภัย" นายนิพนธ์ให้การรับสารภาพพร้อมให้การซัดทอดคนร้ายที่เหลือ จนชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้ทั้งหมด
พ.ต.ท.ประทวน พวงจำปา สว.สส.สน.บางนา กล่าวว่า นายนิพนธ์มีประวัติกระทำความผิดแล้วถูกส่งตัวไปที่สถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตะวันออกเมื่อปี 2545 แล้วหลบหนีจากสถานที่ดังกล่าวเมื่อปี 2549 เนื่องจากก่อเหตุลักทรัพย์ในสถานที่ดังกล่าว นายอำนาจตั้งแต่ปี 2551-2552 มีประวัติในพื้นที่ สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ ในคดีร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว คดีเสพยาบ้า และคดีลักทรัพย์โทรศัพท์มือถือ ส่วนนายวันชัยมีประวัติในพื้นที่ สภ.สำโรงเหนือ ในคดีทำร้ายร่างกายเมื่อปี 2547 ถูกจำคุก 1 ปี คดีครอบครองยาเสพติด ปี 2548 ถูกจำคุก 2 ปี คดีครอบครองยาบ้าเมื่อปี 2551 คดีชิงทรัพย์ เมื่อปี 2552 อยู่ระหว่างประกันตัวสู้คดี
"นายคำภา สัญชาติลาว เคยถูกจับในพื้นที่ สภ.สำโรงเหนือ ในข้อหาหลบหนีเข้าเมือง ส่วนนายเจี๊ยบ สัญชาติกัมพูชา เคยถูกจับในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองประมาณ 20 ครั้ง คดีที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นภัยสังคม โชคดีของชุดสืบสวนที่ผู้เสียหายจดจำตำหนิทรัพย์สินของตัวเอง ทำให้ชุดสืบสวนสามารถขยายผลจับแก๊งคนร้ายแก๊งนี้ได้ครบ" พ.ต.ท.ประทวนระบุ



