
สทท.ห่วงท่องเที่ยวไทยถูกคู่แข่งเบียด
สทท.เดินหน้ายุทธศาสตร์ท่องเที่ยว ห่วงเพื่อนบ้านวิ่งแซงหน้าโดยเฉพาะมาเลเซียแย่งตลาดไปได้เยอะ ขณะที่ไทยไม่มีแผนการส่งเสริมอย่างเป็นรูปธรรม ถึงเวลาต้องปฏิรูปครั้งใหญ่
นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวในการประชุมคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 2/2553 ซึ่งได้มีการเปิดตัวคณะกรรมการชุดใหม่อย่างเป็นทางการว่า สทท.มีแนวทางในการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวใน 8 ประเด็น เช่น การพัฒนาศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งในระดับสาขาและพื้นที่, ยกระดับความสามารถในการแข่งขัน พร้อมส่งเสริมมาตรฐานของผู้ประกอบการ เน้นการรักษาคุณภาพและสิ่งแวดล้อม, เพิ่มบทบาทในการส่งเสริมการตลาดและการขายทั้งในและต่างประเทศ เน้นทางด้านไอทีและการส่งเสริมการท่องเที่ยวสีเขียว เป็นต้น
ด้านนายกงกฤช หิรัญกิจ อดีตประธาน สทท. ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นประธานฝ่ายนโยบาย สทท. กล่าวว่า ที่ผ่านมาไทยสูญเสียโอกาสทางการตลาดให้แก่เพื่อนบ้านไปมาก โดยเฉพาะคู่แข่งอย่าง มาเลเซีย ที่อัตราการขยายตัวของนักท่องเที่ยวมากกว่าประเทศไทยแล้ว หรืออยู่ในระดับ 23 ล้านคน ขณะที่รายได้ยังต่ำกว่าประเทศไทยตลอด 20 ปีที่ผ่านมา แต่ขณะนี้เริ่มมีรายได้ที่ใกล้เคียงกับไทยแล้ว และเชื่อว่าในอีก 2-3 ปี มาเลเซียจะมีรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวมากกว่าประเทศไทยอีกด้วย
ดังนั้นจากนี้ไป สทท.จะเร่งดำเนินการแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวให้แล้วเสร็จใน 2 ปี ก่อนนำเสนอคณะกรรมการร่วมรัฐและเอกชน เพื่อผ่านไปยังรัฐบาล ซึ่งหลังจากนี้จะรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการทุกส่วน รวมถึงชุมชนแต่ละพื้นที่เพื่อนำไปศึกษาแนวทางการปฏิรูปการท่องเที่ยวครั้งใหญ่แก่รัฐบาล เช่น อาจเสนอให้ภูเก็ตเป็นเขตการท่องเที่ยวพิเศษ การส่งเสริมการลงทุนนวัตกรรมท่องเที่ยวเสริมกับสินค้าท่องเที่ยวตามธรรมชาติเดิมของไทย การพัฒนาเส้นทางรถไฟเพื่อการท่องเที่ยว หรือการปรับรูปแบบวีซ่าที่สามารถใช้ได้หลายครั้งในระยะเวลาที่กำหนด เป็นต้น
“ที่ผ่านมาเรายังไม่เห็นอะไรที่ชัดเจนจากรัฐบาลที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ชัดเจน ขณะที่เพื่อนบ้านมีการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย ถือเป็นสิ่งที่น่ากลัวและถึงเวลาที่ไทยต้องปฏิรูปท่องเที่ยวเหมือนปี 2529-2530 ที่สร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดรับการเปิดเสรี” นายกงกฤช กล่าว



