
รัฐเบรกปตท.ลงทุนซื้อห้างคาร์ฟูร์
รัฐเบรก ปตท.ซื้อกิจการห้างคาร์ฟูร์ นายกฯ ย้ำไม่ต้องการให้รัฐวิสาหกิจแข่งกับเอกชน งัดกฎหมายตั้งคำถามขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ปตท.อึดอัดการเมืองขอมาต้องยอมตาม
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายกรณ์ จาติกวณิช ได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับกรณีที่มีกระแสข่าวว่าบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จะเข้าซื้อกิจการห้างค้าปลีกคาร์ฟูร์ โดยนายกฯ ระบุว่าต้องการให้ผู้เกี่ยวข้องดูแลผลประโยชน์ของรัฐวิสาหกิจและของประเทศชาติที่อาจไม่ตรงหรือไม่สอดคล้องกัน ซึ่ง นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ชี้แจงว่า การตัดสินใจดังกล่าวเป็นของผู้บริหาร ปตท.บางส่วนเท่านั้น และยังไม่มีการเสนอเรื่องนี้ผ่านกรรมการบริหารของบริษัท และยืนยันว่า ปตท.คงยุติแผนที่จะเข้าซื้อกิจการของคาร์ฟูร์
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ย้ำว่าไม่ต้องการให้รัฐวิสาหกิจเข้าไปแข่งขันกับภาคเอกชน และระหว่างการหารือนายกรณ์ได้กล่าวในที่ประชุมว่า รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายใหญ่ของประเทศมีบทบัญญัติ ห้ามหน่วยงานรัฐเข้าแข่งขันกับธุรกิจเอกชน ซึ่ง ปตท.ถือเป็นรัฐวิสาหกิจ จึงไม่น่าจะดำเนินการได้ และได้ตั้งคำถามว่าหาก ปตท.เข้าไปดำเนินการกิจการห้างค้าปลีกคาร์ฟูร์ดังกล่าวจะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่
แหล่งข่าวจาก ปตท.กล่าวว่า ปตท.ได้ศึกษาเรื่องการซื้อห้างคาร์ฟูร์มานานแล้ว และมองว่าธุรกิจของ ปตท.จะทำเฉพาะค้าปลีกน้ำมันอย่างเดียวไม่ได้ น่าจะมีทางเลือกของตัวเองในเรื่องการขายสินค้า เนื่องจากปัจจุบันสินค้าที่อยู่ภายในสถานีบริการ มีแต่ของร้านเซเว่นอีเลฟเว่นในเครือซีพีที่ผูกขาดอยู่ ขณะเดียวกัน ปตท.ก็มีธุรกิจค้าปลีกอยู่แล้ว จึงต้องการขยายธุรกิจดังกล่าว และคิดว่าได้เข้าไปแข่งขันซื้อห้างคาร์ฟูร์กับเอกชนรายอื่นๆ โดยไม่ได้ใช้อำนาจรัฐเข้าไปซื้อกิจการดังกล่าว และข้อเสนอก็ขึ้นอยู่กับผู้ขาย คงไม่สามารถใช้อำนาจรัฐไปบังคับซื้อได้
"สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องทางการเมืองที่ขอมา ไม่ต้องการให้ ปตท.เข้าไปแข่งขันกับเอกชนรายอื่นๆ ทำให้ ปตท.รู้สึกอึดอัดใจที่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับธุรกิจมากเกินไป และต้องยอมถอนตัวจากการซื้อห้างคาร์ฟูร์ เพราะผู้ใหญ่ในรัฐบาลขอมา" แหล่งข่าวกล่าว



