
เล่าสู่กันฟัง-ยกหอจดหมายเหตุท่านพุทธทาสมาไว้กลางกรุงเทพ
และแล้วคนกรุงเทพฯ ก็มีโอกาสได้ใกล้ชิดท่านพุทธทาสอีกครั้ง เมื่อคณะบุคคลประกอบด้วยผู้ศรัทธาในท่านพุทธทาส ซึ่งมีทั้งที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายแขนง ผู้เชี่ยวชาญหลายๆ ด้าน โดยความเห็นชอบของสวนโมกขพลารามและคณะธรรมทานได้ร่วมกันวางแนวทางจัดตั้งหอจดหมายเหตุพุทธ
คนไทยในวัยกลางคนขึ้นไป เชื่อว่ากว่าครึ่งประเทศน่าจะรู้จัก หรือเคยได้ยินถึงคุณงามความดี และผลงานอันเป็นมรดกทางธรรมที่ได้สร้างสรรค์ไว้ให้แก่พุทธศาสนิกชนจำนวนมาก แต่กับเยาวชนคนรุ่นใหม่อาจยังไม่ทราบ
ท่านพุทธทาสเกิดที่อำเภอไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อ พ.ศ.2449 เมื่ออายุ 20 ปี ได้บวชเป็นพระ และสนใจในหลักธรรมคำสอน โดยได้ศึกษาค้นคว้าพระไตรปิฎกอย่างจริงจัง ทำให้พบว่าวิธีการสอนธรรมะที่ยึดถือรูปแบบตามระเบียบแบบแผนมากเกินไป บวกกับความย่อหย่อนวินัย และความเชื่อผิดๆ ของพุทธศาสนิกชนอาจไม่ใช่หนทางที่สมบูรณ์ จึงหันหลังให้แก่การศึกษาของสงฆ์ในเวลานั้น แล้วกลับมาร่วมกับนายธรรมทาสและคณะธรรมทาน จัดตั้งสถานปฏิบัติธรรม “สวนโมกขพลาราม” ขึ้น จากนั้นได้ศึกษาและปฏิบัติธรรมอย่างเข้มข้นจนเชื่อมั่นว่ามาไม่ผิดทางแน่ จึงประกาศและใช้นามว่า “พุทธทาส” อันเป็นอุดมคติสูงสุด โดยได้ตั้งปณิธานในชีวิตไว้ 3 ข้อ คือ ให้ศาสนิกของศาสนาใดก็ตามเข้าถึงความหมายอันลึกซึ้งในศาสนาของตน ทำความเข้าใจอันดีระหว่างศาสนา และดึงเพื่อนมนุษย์ให้ออกมาจากวัตถุนิยม
ผลงานชิ้นหนึ่งของท่านพุทธทาสที่ได้ยินได้เห็นบ่อยๆ จนผมจำได้และเป็นเครื่องเตือนสติอยู่เสมอจนทุกวันนี้ คือเรื่องของการมองแต่แง่ดีของผู้อื่นที่ว่า “เขามีส่วนเลวบ้าง ช่างหัวเขา จงเลือกเอาส่วนดีเขามีอยู่ เป็นประโยชน์โลกบ้างยังน่าดู ส่วนที่ชั่วอย่าไปรู้ของเขาเลย จะหาคนมีดีโดยส่วนเดียว อย่ามัวเที่ยวค้นหาสหายเอ๋ย เหมือนเที่ยวหาหนวดเต่าตายเปล่าเอย ฝึกให้เคยมองแต่ดีมีคุณจริง”
สำหรับหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ หรือสวนโมกข์แห่งใหม่นี้ เป็นหอจดหมายเหตุศาสนธรรมที่จะทำหน้าที่เก็บรวบรวม รักษา ศึกษาค้นคว้า และเผยแผ่งานของท่านพุทธทาสให้แพร่หลาย ผลงานที่ว่ามีทั้งเอกสาร สิ่งพิมพ์ ภาพ แถบเสียงโสตทัศน์ และวัตถุสิ่งของต่างๆ ซึ่งมีอยู่เกือบ 3 หมื่นรายการ ที่ต้องการการดูแลอย่างดียิ่ง
นอกจากนี้ ยังจะทำหน้าที่ให้บริการ สนับสนุน และร่วมกับองค์กรต่างๆ ทำการส่งเสริมการศึกษา ค้นคว้า และจัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งในพุทธศาสนาและอื่นๆ อันเนื่องจากผลงานของท่านพุทธทาส และส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงหัวใจของศาสนา มีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น
หอจดหมายเหตุแห่งนี้ จัดตั้งขึ้นภายใต้มูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส ซึ่งจดทะเบียนเป็นมูลนิธิกับกรุงเทพมหานครแล้ว โดยมีศาสตราจารย์เกียรติคุณ ประเวศ วะสี เป็นประธานกรรมการ นายเสนาะ อูนากูล เป็นรองประธาน และยังมีผู้ใหญ่อีกหลายท่านเป็นกรรมการ อาทิ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ เกษม วัฒนชัย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ วิจารณ์ พานิช ฯลฯ โดยมีหมอบัญชา พงษ์พานิช เป็นกรรมการและเลขานุการ ซึ่งเป็นตัวจักรขับเคลื่อนที่สำคัญของภารกิจอันยิ่งใหญ่นี้
การก่อสร้างหอจดหมายเหตุพุทธทาส เริ่มมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี 2551 ภายใต้การดำเนินการควบคุมดูแลของคณะกรรมการจัดตั้งฯ จนถึงขณะนี้ก็มีความก้าวหน้าไปมากจนใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว และเริ่มเปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน โดยใช้งบประมาณ รวมถึงการเผยแผ่กว่า 200 ล้านบาท ซึ่งมีทั้งที่เป็นของกระทรวงวัฒนธรรม และเงินจากการบริจาคสนับสนุนของผู้มีจิตศรัทธา ทั้งที่เป็นบุคคลและบริษัทห้างร้านใหญ่ๆ รายละ 10 ล้านบาท เช่น เครือซิเมนต์ไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ปตท. และซีพี ออลล์ หรือเซเว่น อีเลฟเว่น เป็นต้น และหากศาสนิกชนท่านใดที่ประสงค์จะร่วมเนื้อนาบุญบริจาคสมทบทุนเพื่อการนี้ ก็ยังสามารถบริจาคได้โดยโทรศัพท์ไปสอบถามรายละเอียดได้ที่ 0-2305-9589-90
ขออนุโมทนาบุญล่วงหน้า
บัญญัติ คำนูณวัฒน์



