
เลียบมาเลเซีย
มีคนบอกกับผมว่ามาเลเซียเป็นชาติที่มีประวัติศาสตร์สั้นและมีปัญหาในเรื่องการหาสิ่งที่จะแสดงความเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง การมีประวัติศาสตร์สั้นนั้นไม่ได้มาจากการที่เพิ่งสถาปนาประเทศมาเลเซียเมื่อ พ.ศ.2506 หรือเมื่อ 47 ปีที่แล้ว
เพราะกลุ่มชนต่างๆ ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในดินแดนแหลมมลายูนั้นมีมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เช่น ชาว Minangkabau ในรัฐเนกริเซมบีลัน ที่มีสตรีเป็นใหญ่กว่าบุรุษ เป็นต้น หากเป็นด้วยประวัติศาสตร์ดั้งเดิมของคนมาเลย์นั้นแยกกันไม่ออกจากอินโดนีเซียและสยามซึ่งขนาบหัวท้ายของมาเลเซียอยู่ ประชากรส่วนหนึ่งของแหลมมลายูอพยพมาจากสุมาตราและเกาะอื่นๆ ของอินโดนีเซีย ทำให้มาเลเซียมีรากเหง้าทางเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม ที่ใกล้เคียงกับอินโดนีเซีย ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่มาเลเซียพอใจเท่าใดนัก และไม่อยากจะนับญาติกับอินโดนีเซียหรือสาวไปถึงที่ไปที่มาของตนเอง
รวมทั้งการที่อินโดนีเซียอ้างสิทธิเหนือดินแดนบางส่วนของมาเลเซียก็ทำให้ทั้งสองประเทศเกิดความตึงเครียดและการกระทบกระทั่งกันนับตั้งแต่มลายูได้รับเอกราชจากอังกฤษ ในปี 2500 และรวมกับซาบาห์ ซาราวัก บรูไน สิงคโปร์ เป็นประเทศมาเลเซียในเวลาต่อมา ก่อนที่บรูไนและสิงคโปร์จะแยกตัวออกมาตั้งประเทศของตัวเองในภายหลัง และความขัดแย้งลึกๆ ของประเทศทั้งสองก็ยังคงดำเนินต่อมาจนถึงเวลานี้ ซึ่งหากถามคนมาเลเซียถึงสาเหตุของปัญหา ก็มักจะได้รับคำตอบว่าเป็นเพราะอินโดนีเซียอิจฉามาเลเซียที่มีความเจริญก้าวหน้ากว่า ในทางกลับกันคนอินโดนีเซียก็มักจะบอกว่าคนมาเลเซียมีนิสัยชอบดูถูกอินโดนีเซีย ซึ่งเหตุผลทั้งสองฝ่ายต่างถือเอาความรู้สึกส่วนตัวเป็นเกณฑ์
สำหรับสยามนั้น ไม่ใช่เรื่องประวัติศาสตร์ทางชาติพันธุ์ แต่เป็นเรื่องประวัติศาสตร์ด้านดินแดน ที่ในอดีตกาลเคยมีอาณาจักรของคนที่ไม่ได้มาจากอินโดนีเซียในปัจจุบันปกครองดินแดนแถบนี้อยู่แต่เดิม ซึ่งปรากฏหลักฐานตามซากกำแพงเมือง โบราณสถาน และรูปเคารพต่างๆ รวมทั้งชื่อสถานที่หลายแห่งซึ่งมีรากคำหรือเค้าเงื่อนของภาษาไทย และในสมัยสุโขทัย สยามก็เคยมีอำนาจครอบคลุมแหลมมลายูแทบทั้งหมด และความพยายามที่จะไม่พูดถึงประวัติศาสตร์ในส่วนนี้ น่าจะเกิดในสมัยอังกฤษเข้ามายึดครองมลายูและหาทางสร้างความบาดหมางระหว่างอาณานิคมแห่งนี้ของตนกับประเทศสยาม
เมื่อไม่ต้องการเท้าความถึงอินโดนีเซียกับสยาม ก็เป็นผลให้ประวัติศาสตร์ของมาเลเซียสั้นลงไปโดยปริยาย
ในเรื่องของการแสวงหาเอกลักษณ์ของชาตินั้น โดยที่มาเลเซียประกอบด้วยประชากรหลักๆ 3 เชื้อชาติ คือ มาเลย์ จีน และอินเดีย ซึ่งมีวัฒนธรรมแตกต่างกัน และส่วนใหญ่ก็เป็นวัฒนธรรมเฉพาะของแต่ละเชื้อชาติซึ่งมีมาแต่เดิม ดังนั้นการหาเอกลักษณ์ร่วมของมาเลเซียจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจที่มาเลเซียจะถือว่า "ข้าวมันไก่" เป็นอาหารของมาเลเซีย ทั้งที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าข้าวมันไก่เป็นอาหารของคนจีน และนำเข้ามาในมะละกา จะต่างกันก็ที่ข้าวมันไก่แบบมะละกานั้นปั้นข้าวเป็นก้อนกลมๆ เท่านั้น
ตอนนี้ก็เป็นที่หวั่นๆ กันว่า สักวัน "ต้มยำ" อาจจะกลายเป็นอาหารมาเลเซียไป เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหนในมาเลเซีย ก็เห็นแต่ร้านอาหารที่ขายต้มยำมากกว่าร้านที่ขายข้าวมันไก่เสียด้วยซ้ำไปครับ



