ข่าว

อย่าวางใจสัมพันธ์ซาอุฯ

อย่าวางใจสัมพันธ์ซาอุฯ

22 ก.ย. 2553

คำถามเรื่องการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) ของทางการซาอุดีอาระเบีย ซึ่งรัฐบาลไทยยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ในขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ย้ำว่าเป็นการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการโดย

    ไม่เพียงแรงงานไทยที่สูญเสียรายได้มหาศาลในการเข้าไปทำงานในซาอุฯ เท่านั้น หากคนไทยมุสลิมที่เป็นกลุ่มประชากรจำนวนไม่น้อยในสังคมไทย ก็กำลังหวั่นไหวว่า พวกเขาจะถูกปิดกั้นโอกาสในการเดินทางไปประกอบพิธีกรรมฮัจญ์ อันเป็นหลักการปฏิบัติของมุสลิมตามศาสนบัญญัติด้วย

 มองในด้านรัฐบาลไทย เหตุแห่งความไม่พอใจของซาอุดีอาระเบีย นับจากการขโมยเพชรของนายเกรียงไกร เตชะโม่ง คนงานไทยในซาอุฯ จนกระทั่งการหายไปของนายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย ซึ่งซาอุฯ มีหลักฐานว่า มีการทรมาน และทารุณกรรมคนของเขา โดยตำรวจไทยชื่อ พ.ต.ท.สมคิด บุญถนอม (ยศในขณะนั้น) คงพ้นวิสัยที่จะให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  รับผิดชอบ แต่การแสดงออกซึ่งความจริงใจของรัฐบาลอาจน้อยเกินไป อย่างน้อยการชะลอการแต่งตั้งเอาไว้ เช่นเดียวกับที่นายอภิสิทธิ์ให้ชะลอการนำชื่อนายมงคล สุระสัจจะ ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงแต่งตั้งเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยนั้น ก็เป็นทางออกหนึ่ง

 สัญญาณที่บอกความสัมพันธ์ที่ไม่ปกติ ระหว่างประเทศไทยกับซาอุฯ เริ่มที่การไม่อนุมัติวีซ่าให้แก่นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ซึ่งเป็นประมุขของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามในประเทศไทย ในการเดินทางไปทำอุมเราะห์  หรือการทำพิธีในแบบเดียวกับฮัจญ์โดยสมัครใจ การไม่อนุมัติวีซ่าคนไทยที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ณ นครเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ถึงแม้ว่าทางการซาอุฯ ยังไม่หักหาญน้ำใจรัฐบาลไทย โดยการปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง เพียงแต่แจ้งเหตุขัดข้องในงานธุรการ แต่คำถามก็คือตลอดระยะเวลายาวนานต่อเนื่องหลายสิบปี ที่คนไทยมุสลิมเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ เหตุใดจึงไม่เคยปรากฏเหตุการณ์เหล่านี้เลย

 รัฐบาลไทยพยายามบอกว่า สัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเป็นปกติสุขดีอยู่ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศก็ตีความแถลงการณ์และท่าทีของซาอุฯ ว่าเป็นเพียงการย้ำจุดยืนเท่านั้น ผิดจากนี้รัฐบาลไทยก็มิได้แสวงหาความพยายามใดๆ ในการลดทอนความไม่พึงพอใจของทางการซาอุฯ เลย หากจะเรียกว่าเป็นการเสียศักดิ์ศรีที่รัฐบาลจะยอมตามการบีบคั้นของซาอุฯ ในการจัดการอย่างใดอย่างหนึ่ง กรณี พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม แต่ก็ต้องยอมรับว่า หากเป็นกรณีคนไทย ถูกกระทำเช่นนั้นบ้างโดยที่เราก็รู้อยู่เต็มหัวใจว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร เราจะนิ่งเฉยอยู่ได้หรือไม่ ผลกระทบในเรื่องนี้รุนแรงและกว้างขวางเกินกว่าที่จะปกป้องคนเพียงคนเดียวแล้ว