
เด็จพี่ตีปลาหน้าไซ
ความสำเร็จของขบวนการเสื้อแดงในการจัดการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์และเชียงใหม่ เป็นการฉลองชัยในการเผาบ้าน เผาเมือง ก่อการจลาจล สร้างความวิบัติให้บ้านเมือง น่าจะทำให้เกิดความฮึกเหิม และคนหนีคุกรู้สึกเหมือนผีดิบได้เลือดอีกครั้ง
จะถูกพวกแกนนำรุ่นใหม่ ซึ่งกำลังเร่งสร้างราคา หลอกแด๊กส์อีกครั้งหรือไม่ ต้องรอดู เพราะน่าจะเกิดภาพลวงตา ความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าขบวนการเสื้อแดงยังมีพลัง
การต่อสู้จากนี้ไป จะใช้วิธียุทธศาสตร์เชิงรุกแบบไหน คนหนีคุกและพวกหัวเสธ. ต้องวางแผนแบบรอบคอบ ถ้าต้องทุ่มเงินอีกเป็นหมื่นล้านทำศึกรอบใหม่กับรัฐบาล
เอาเพียงแค่คนเสื้อแดงมาโห่ร้องระลึกถึงการเผาเมืองวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ย่อมสร้างความหวาดผวาให้คนเมืองกรุง เจ้าของศูนย์การค้ารีบปิดเร็วกว่าเดิม ใครจะไปรู้ว่าพวกเสื้อแดงเห็นสินค้าราคาแพงในตู้โชว์ อาจจะอยาก “ตกใจ” รอบใหม่ก็ได้
นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศก็ต้องกลัวเช่นกัน เพราะพวกเสื้อแดงนั้นใช้ความรุนแรงทุกครั้ง เมื่อเห็นความสำเร็จครั้งนี้ พวกเสื้อแดงต้องย่ามใจแน่นอน และแกนนำที่เหลือนอกคุก รวมทั้งพวกรุ่นใหม่ย่อมมองเห็นโอกาสทองในการหลอกเอาเงินคนหนีคุก
นอกจากขบวนการเสื้อแดง พรรคเพื่อคนหนีคุกน่าจะรู้สึกใจชื้นว่ามวลชนแดงยังแข็งแกร่ง ทั้งๆ ที่มีคนเปลี่ยนใจไปเยอะโดยเฉพาะพวกที่ลำบาก ต้องคดี แต่ไม่มีใครในแกนนำหรือนายทุนเสื้อแดงยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ต้องเผชิญชะตากรรมตามลำพัง
แต่ขบวนการเสื้อแดง และพรรคเพื่อคนหนีคุกยังระวังว่ากองทัพจะมีท่าทีอย่างไร หลังจากรุ่นใหม่เข้ารับตำแหน่งใหม่ต้นเดือนหน้า ถ้าอยากลองของต้องรอให้ถึงวันนั้น
รับรองได้ว่าผู้นำกองทัพบกรุ่นใหม่ย่อมต่างจากรุ่นที่กำลังลาจากไป โดยเฉพาะนักกระชับพื้นที่ “ดาว์พงษ์” และ “ตู่เขียว” แม่ทัพบก จะต้องเผชิญกับ “ตู่แดง” แม่ทัพแดงในขบวนผีโม่แป้งให้ทักษิณ หวังเปิดศึกยึดเมืองรอบใหม่ ถ้าไม่เข้าคุกเสียก่อน
ดังนั้น พรรคเพื่อคนหนีคุกยังหวาดๆ ว่าถ้ารุกหนักเกินไป เปิดฉากล้มปืน ล้มทุน ล้มเจ้า กองทัพไม่มีอารมณ์ขัน อาจเข้ามาล่มเวทีการเมืองทำให้เว้นวรรคยาวก็ได้ เพราะมีเสียงร่ำลือเกี่ยวกับกลุ่มอำนาจใหม่สะสมทุนหวังเข้ามาแทนรัฐบาลนายกฯ มาร์ค
ที่น่ากลัวคือการเปลี่ยนแปลงโดยวิธีพิเศษ โดยอ้างภัยความมั่นคง! ด้วยเหตุนี้ เจ้าของฉายา “เด็จที่ยี่เกโบท็อกซ์” จึงออกมาตีปลาหน้าไซ ตามประสาวัวสันหลังหวะ
“ขอให้นายอภิสิทธิ์ ในฐานะผู้นำรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งว่า ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้และตัดไฟแต่ต้นลม หาทางป้องกันไม่ให้ประชาธิปไตยถูกปล้นไปอีกครั้งหนึ่ง และขอเรียกร้องไปยังผู้ที่อยู่ในกลุ่มอำนาจใหม่ควรมีจิตสำนึกของความเป็นคนไทยหยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดสร้างสถานการณ์เพียงหวังเพื่ออำนาจและเพื่อผลประโยชน์ของพวกพ้อง ถ้าอยากมีอำนาจขอให้เข้ามาตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่มาปล้นประชาธิปไตย”
เห็นหรือยังว่ากองทัพยังเป็นปัจจัยสุดท้าย ใครเชื่อว่าการรัฐประหารสูญพันธุ์แล้วในเมืองไทย ต้องถูกจัดในสภาพหน่อมแน้ม หรือมองโลกในแง่ดีเกินความเป็นคนปกติ
จึงมีคำขอร้องว่า ถ้าทหารจะต้องทำอีก อย่าเยี่ยวไม่สุดเหมือนครั้งก่อนนิ! อิอิอิ!!!



