
ถาวรคุมเข้มสถานบริการใต้ขู่ฟันจนท.รับส่วย"
มท.3 เดินหน้าคุมเข้มสถานบันเทิงใต้ สั่งเฝ้าระวัง สงขลา ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ เป็นพิเศษ ขู่ ขรก.เจอโทษหนักหากละเลย
(21ก.ย.) นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย เป็นประธานการประชุม ชุดปฏิบัติการพิเศษกระทรวงมหาดไทย ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ขอสั่งการให้คณะทำงานจัดระเบียบสังคมระดับจังหวัดและอำเภอ เข้มงวดในการตรวจสถานบริการ นำนโยบายสถานบริการสีขาว ของกระทรวงมหาดไทย กำหนดให้สถานบริการต้องเป็นสถานที่ที่ปลอดจากยาเสพติด มีความปลอดภัยในการเข้าไปใช้บริการ และไม่เป็นแหล่งมั่วสุมของเยาวชน ซึ่งจะต้องมีองค์ประกอบ 4 ด้านคือ
1.บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งสถานบริการจะต้องได้รับใบอนุญาต การเปิด - ปิดตามเวลาที่กฎหมายกำหนด และต้องห้ามไม่ให้ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าไปใช้บริการโดยเด็ดขาด ที่สำคัญต้องไม่ให้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด 2.อาคารสถานที่ อาคารสถานบริการต้องถูกต้อง และได้มาตรฐานความปลอดภัยตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ทางเข้า - ออกสถานบริการที่เพียงพอกับผู้ใช้บริการไม่ใช้วัสดุที่ติดไฟง่ายเป็นวัสดุตกแต่งภายในสถานบริการ และต้องมีประตูทางหนีไฟขนาดกว้างไม่น้อยกว่า 0.87 และสูงไม่น้อยกว่า 1.97 เมตร 3.ความปลอดภัย ต้องมีระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ และติดตั้งกล้องวงจรปิด ต้องติดตั้งเครื่องดับเพลิง ต้องมีป้ายแสดงทางออกหนีไฟที่เห็นชัดเจน
และ 4.สุขลักษณะ สถานบริการต้องสะอาด ไม่มีกลิ่น สำหรับสถานบริการที่ได้รับการประกาศเป็นสถานบริการสีขาวแล้ว ให้จังหวัดมอบโล่ประกาศเกียรติคุณและธงสัญลักษณ์สถานบริการสีขาว โดยให้สถานบริการติดธงสัญลักษณ์สถานบริการสีขาวไว้บริเวณด้านหน้าสถานบริการ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เข้าไปใช้บริการ
“ขอเน้นย้ำจังหวัดที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวเข้าไปใช้บริการจำนวนมาก เช่น จังหวัดสงขลา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดกระบี่ ขอให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษในเรื่องความปลอดภัย เช่น การมีระบบเตือนภัยเพลิงไหม้ การมีทางหนีไฟที่เหมาะสม ห้ามพกพาอาวุธเข้าไปในสถานบริการ และห้ามไม่ให้มียาเสพติดในสถานบริการอย่างเด็ดขาด และให้คณะทำงานจัดระเบียบสังคมระดับจังหวัดและอำเภอ ออกสุ่มตรวจสถานบริการและสถานประกอบการในพื้นที่ หากพบว่าสถานบริการหรือสถานประกอบการ มีการฝ่าฝืนกฎหมาย ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด เพื่อให้เกิดความเข็ดหลาบ และเกรงกลัวการกระทำความผิด เช่น การดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ รวมทั้งรายงานผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อสั่งลงโทษตามกฎหมาย ตั้งแต่การสั่งพักใช้ใบอนุญาต เพิกถอนใบอนุญาต หรือสั่งปิด” นายถาวร กล่าวและว่า
ปัจจุบันกฎหมายสามารถครอบคลุมปัญหาได้อยู่แล้วเพียงแต่เจ้าหน้าที่มีความหย่อนยานในการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการรับส่วยและขี้เกียจ ดังนั้นหากพบว่าจังหวัดใดปล่อยปละละเลย ให้ชุดปฏิบัติการพิเศษรายงานมายังตน เพื่อลงโทษอย่างเฉียบขาด



