
เทควันโดโลกไฟเขียว ไทยศูนย์ฝึกอาเซียน ต้นปี54เปิดอะคาเดมี
เทควันโดโลกไฟเขียวไทยศูนย์กลางฝึกย่านอาเซียน หลัง "บิ๊กเอ" พิมล ศรีวิกรม์ นายกเทควันโดไทยเดินทางไปเจรจากับ ดร.โช วอน ชู ที่เกาหลีใต้เป็นผลสำเร็จ เพื่อพัฒนานักกีฬาในภูมิภาคนี้ให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ศูนย์ฝึกอะคาเดมีแห่งใหม่เปิดใช้งานได้ต้นปี 54 พร้อมมั่นใจ
ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากสละตำแหน่งผู้จัดการทีม "วิหคเพลิง" ทีโอที แคท เอฟซี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้ตัวเองมีเวลาในการทำงานทุ่มเทให้กีฬาเทควันโดมากขึ้น ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เดินทางไปยังประเทศเกาหลีใต้ เพื่อพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ ดร.โช วอน ชู ประธานสหพันธ์เทควันโดโลก หรือดับเบิลยูทีเอฟ และแด ซุน ลี ประธานสหพันธ์เทควันโดแห่งเอเชีย หรือเอทียู เพื่อรายงานความคืบหน้าการสร้างศูนย์ฝึกซ้อม "เทควันโดอะคาเดมี" งบประมาณกว่า 30 ล้านบาท ภายใน กกท.หัวหมาก ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนดำเนินการก่อสร้างอยู่ คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณต้นปี 2554 ถึงจะเปิดใช้งานได้อย่างเป็นทางการ
สำหรับศูนย์ฝึกซ้อมเทควันโดแห่งนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าเดิมมาก เป็นตึกใหญ่ขนาด 3 ชั้นมีพื้นที่ใช้สอยมากมาย ภายในจะมีสนามฝึกซ้อมทั้งหมด 5-6 ฟลอร์แยกเป็นชุดใหญ่และชุดเยาวชน รวมไปถึงมีห้องฟิตเนส ห้องอาหาร ห้องนอน ห้องประชุม และห้องศึกษาการเรียนรู้ที่จะนำเทปบันทึกเก็บข้อมูลของเด็กแต่ละคนมาชี้แนะแก้จุดบกพร่องของตัวเองในแต่ละวัน เพื่อต้องการให้นักกีฬาได้เห็นตัวเองว่า มีอะไรที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น โดยวันเปิดศูนย์ฝึกซ้อมแห่งนี้ สมาคมได้เชิญ ดร.โช วอน ชู ประธานสหพันธ์เทควันโดโลก แด ซุน ลี ประธานสหพันธ์เทควันโดแห่งเอเชีย และ "บิ๊กหนุ่ม" นายกนกพันธ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท.รวมไปถึงบรรดาสปอนเซอร์และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาร่วมเป็นสักขีพยานและแสดงความยินดี
ประมุขใหญ่สมาคมเทควันโดไทย ยังกล่าวอีกว่า ที่สำคัญไปกว่านั้น ดร.โช วอน ชู ได้เห็นความตั้งใจจริงการทำงานของสมาคม จึงได้แต่งตั้งให้ไทยเป็นศูนย์กลางในการฝึกซ้อมกีฬาเทควันโดในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมีทั้งหมด 11 ชาติ เนื่องจากที่ผ่านมาไทยได้พัฒนากีฬาชนิดนี้มาอย่างต่อเนื่องโดยตลอด จนได้รับการยอมรับไปทั่วแถมยังเป็นเบอร์ 1 ของภูมิภาคนี้ ซึ่งสหพันธ์เทควันโดโลกก็มีนโยบายอยู่แล้วว่า ต้องการกระจายขยายฐานกีฬาชนิดนี้ให้เป็นที่นิยมแพร่หลายมากขึ้น และเมื่อไทยมีศูนย์ฝึกอะคาเดมีอย่างเต็มรูปแบบมีระบบ จึงต้องการให้ไทยเป็นสาขาที่จะช่วยเผยแพร่กีฬาชนิดนี้ไปอีกทางหนึ่ง พร้อมกันนี้สหพันธ์เทควันโดโลกจะให้การช่วยเหลือในด้านงบประมาณสนับสนุนต่างๆ รวมไปถึงอุปกรณ์การฝึกซ้อม และโค้ชผู้ฝึกสอนที่เชี่ยวชาญมีความสามารถมาถ่ายทอดวิชาความรู้ให้ ซึ่งไม่ต้องเดินทางไกลไปเรียนวิทยายุทธ์ถึงประเทศเกาหลีใต้เหมือนสมัยก่อน ในทางตรงกันข้ามหากมาฝึกซ้อมในบ้านเราค่าใช้จ่ายต่างๆ ถูกกว่ามาก ส่วนตัวมั่นใจว่า ศูนย์ฝึกแห่งนี้จะสร้างประโยชน์และพัฒนานักเทควันโดไทยไปสู่ระดับโลกในอนาคตได้อีกมากมาย



