ข่าว

 มหาธีร์ประกาศหวนคืนการเมืองบาดาวีทิ้งเก้าอี้นายกฯ สัปดาห์หน้า

มหาธีร์ประกาศหวนคืนการเมืองบาดาวีทิ้งเก้าอี้นายกฯ สัปดาห์หน้า

30 มี.ค. 2552

กัวลาลัมเปอร์-มหาธีร์ประกาศกลับเข้าพรรคอัมโน เตรียมหวนคืนการเมือง บาดาวีลาออกสัปดาห์หน้า นาจิบประกาศปฏิรูปพรรคชนฝ่ายค้าน

นายมหาธีร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งมาเลเซีย ปรากฏตัวแบบเหนือความคาดหมายในวันสุดท้ายของการประชุมใหญ่พรรคอัมโน แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันเสาร์ (28 มี.ค.) พร้อมประกาศว่า จะกลับมาร่วมงานกับพรรคอัมโนอีกครั้ง หลังได้ลาออกไปเมื่อปีที่แล้วจากความขัดแย้งกับนายอับดุลเลาะห์ อาห์หมัด บัดดาวี ทายาทการเมืองที่เลือกเองกับมือให้สืบทอดตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อจากตัวเองเมื่อปี 2546

 นายมหาเธร์เผยว่า จะกลับเข้าพรรคอัมโนอีกครั้ง แต่ยังบอกไม่ได้ว่าเมื่อใด พร้อมกล่าวสนับสนุน นายนาจิบ ราซัค รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคคนใหม่ที่จะรับหน้าที่ต่อจากนายบาดาวี เนื่องจากนายนาจิบจะปฏิรูปพรรครัฐบาลครั้งใหญ่ หลังพรรคเสียที่นั่งในรัฐสภา และกล่าวสนับสนุน นายมูห์ยิดดิน ยัสซิน รัฐมนตรีพาณิชย์  ตัวเก็งรองนายกรัฐมนตรีที่เคยประกาศว่า เวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงได้มาถึงแล้ว ซึ่งนายมหาธีร์ระบุว่า นายมูห์ยิดดินทำให้ตัวเองมั่นใจว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

 ก่อนหน้านี้ นายมหาธีร์ซึ่งครองอำนาจในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาเลเซียนานกว่า 20 ปี ได้ประกาศลาออกจากพรรคเมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากไม่พอใจการบริหารประเทศและบริหารพรรคของนายบาดาวีซึ่งทำให้พรรคสูญเสียที่นั่งครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์ ทั้งยังเป็นผู้เคลื่อนไหวกดดันให้นายบาดาวีลาออก โดยก่อนหน้านี้อดีตผู้นำเพิ่งปฏิเสธ จะไม่เข้าร่วมการประชุมใหญ่ของพรรค หลังจากที่นายมุกห์ริซ มหาธีร์ บุตรชายล้มเหลวในการคว้าตำแหน่งประธานกลุ่มยุวชนของพรรค ซึ่งเป็นตำแหน่งทรงอิทธิพลภายในพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลมาเลเซียมาตลอดนับตั้งแต่ประเทศเป็นเอกราชจากการปกครองของอังกฤษเมื่อปี 2500 โดยนายมุกห์ริซเสียตำแหน่งนี้ให้กับลูกเขยของนายอับดุลเลาะห์

 ขณะเดียวกัน นายบาดาวี ประกาศชัดเจนว่า จะเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชาธิบดีในวันที่ 2 เมษายนนี้ เพื่อลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ส่วนการถ่ายโอนอำนาจเพื่อให้นายนาจิบเข้าบริหารประเทศแทนนั้นจะกำหนดวันที่ที่แน่นอนอีกครั้ง ขณะที่นายนาจิบประกาศจะปรับปรุงรัฐบาลผสมให้เข้มแข็งยิ่งกว่าเดิมและพร้อมรับมือกับฝ่ายค้านที่พยายามจะโค่นล้มรัฐบาลอย่างเต็มที่

 ด้านนักวิเคราะห์มองว่า นาจิบ ราซัค วัย 55 ปี ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 6 ต้องแบกรับภาระความคาดหวังที่หนักอึ้งเพราะนอกจากจะต้องรับมือกับพิษเศรษฐกิจแล้ว ยังจะต้องเรียกคืนความเชื่อมั่นจากประชาชนจากเรื่องอื้อฉาวที่ทำให้เสียคะแนนนิยม ทั้งปัญหาคอรัปชั่น และการเลือกปฏิบัติกับชนกลุ่มน้อยโดยเฉพาะคนเชื้อสายอินเดียและจีน