
มาร์คยันรบ.ประสานซาอุฯเร่งออกวีซ่าให้มุสลิมไทย
ถกขอวีซ่าไปฮัจย์เครียด นิพิฏฐ์ ขีดเส้นยุติปัญหาให้ได้ภายใน 48 ชม. หวั่นเหตุบานปลาย เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของรัฐบาลขณะนี้ชี้ทางออก พล.ต.ท.สมคิด ลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ กมธ.มั่นคงฯแนะซาอุแยกแยะศาสนา-การเมือง ไม่ออกวีซ่าคนไทยไปฮัจญ์กระทบความรู้สึก "กษ
เมื่อวันที่ 21 ก.ย.2553 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาการออกวีซ่าให้กับชาวมุสลิมที่จะเดินทางไปแสวงบุญที่ นครเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบียว่า ตนได้รายงานและขอหารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงปัญหาความล่าช้าในการออกวีซ่าดังกล่าว โดยความคืบหน้าล่าสุดรัฐบาลไทยได้ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปเจรจากับนายนาบิล เอช อัชรี อุปทูตซาอุดิอาระเบียประจำประเทศไทย เมื่อช่วงเช้า วันที่ 21 ก.ย. ที่ผ่านมา โดย ได้รับคำยืนยันถึงปัญหาในการออกวีซ่าเนื่องจากเจ้าหน้าที่สถานทูตซาอุดิอาระเบียไม่เพียงพอ
สำหรับวีซ่าที่ยื่นขอไปชุดแรก จำนวน 392 ราย และมีปัญหาก่อนหน้านี้นั้น ทราบว่าเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปรับวีซ่าดังกล่าวมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนอีก 1,038 รายนั้นยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของวันเวลาที่จะออกวีซ่าให้ ดังนั้นข้อสรุปตอนนี้ คือต้องรออย่างเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ตามตนมีความเห็นว่าภายใน 2 วันนี้ หากสถานทูตยังไม่ออกวีซ่าให้กับผู้ที่มีความประสงค์จะไปแสวงบุญได้ เรื่องนี้จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่กระทบต่อความรู้สึกของคนทั้งประเทศ โดยเฉพาะพี่น้องชาวมุสลิมที่มีความบริสุทธิ์ใจในการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์
ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาการออกวีซ่าให้ล่าช้าให้ผู้แสวงบุญ สามารถผูกโยงกับเรื่องการตั้งพล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผช.ผบ.ตร แน่นอนใช่หรือไม่ เพราะทุกปีที่ผ่านมาการเดินทางไปแสวงบุญของชาวมุสลิมไม่มีปัญหาเกิดขึ้น นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า ตนขอเรียนว่า เมืองเมกกะเป็นของชาวมุสลิมทั่วโลก เมื่อใดก็ตามที่มีความคิดว่า นครเมกกะสงวนไว้ซึ่งกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่งและไม่ต้อนรับชาวมุสลิมของประเทศใดประเทศหนึ่ง นั่นคือความเสียหายของโลก ไม่ใช่แต่ความเสียหายของประเทศไทย ผู้ที่เดินทางไปแสวงบุญครั้งนี้ ไม่ได้มีเจตนาไปประกอบอาชีพ หรือ แสวงหาช่องทางทำมาหากิน แต่พวกเขา ต้องการไปเคารพสิ่งสักการะสูงสุด ดังนั้น ถ้าผู้นำประเทศ มีความคิดตรงกันกับสิ่งเหล่านี้จะไม่มีความขัดแย้งทางศาสนา ดังนั้น ตนอยากขอร้อง และอ้อนวอนไปยังประเทศซาอุดิอาระเบียให้เห็นใจพี่น้องชาวมุสลิม ซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์ ที่ต้องการไปแสวงบุญ และเคารพสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทางศาสนา ไม่ควรเอาพี่น้องประชาชน 13,000 คน มาเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง ส่วนเรื่องอื่นๆที่ทางซาอุฯ ข้องใจก็ค่อยว่ากัน แต่เมื่อไหร่ก็ตามถ้าเอาเรื่องศาสนาปนกับเรื่องการเมืองก็จะยุ่งแน่นอน
“ผมหนักใจกับปัญหาเรื่องนี้มากที่สุด และรู้สึกเครียดมาก เพราะเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดของรัฐบาลในขณะนี้ ซึ่งผมเห็นว่าทุกฝ่ายควรร่วมแสดงความรับผิดชอบ ผมว่าวันนี้อย่าไปคิดว่าใครผิดใครถูก ผมคิดว่าคนที่ทำให้ปัญหาเกิดขึ้นต้องร่วมรับผิดชอบ แม้กระทั่งตัว พล.ต.ท. สมคิดเอง ก็ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก ไม่มีใครสามารถรับผิดชอบได้โดยลำพัง ถ้าปัญหามันเลวร้ายขึ้นมาจริงๆ ตัว พล.ต.ท. สมคิด ก็ไม่สามารถรับปัญหาตัวคนเดียวได้ เพราะมันกระทบกับจิตใจคนไทยกว่า 60 ล้านคนทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นจึงควรที่จะต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม และต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว ภายใน 48 ชั่วโมง ปัญหานี้จะต้องคลี่คลาย แต่จะกระทบฐานเสียของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่นั้น ผมคิดว่า ภายใน 48 ชั่วโมงน่าจะแก้ปัญหาได้” รมว.วัฒนธรรม กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุที่รัฐบาลไทยยังไม่ตัดสินใจกรณีการทบทวนการแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิด เนื่องจากเห็นว่าการดำเนินการใดๆ เป็นการภายในโดยรัฐไม่สมควรถูกแทรกแซง ขณะที่การแก้ปัญหากรณีความไม่พอใจในการแต่งตั้ง ผช.ผบ.ตร.นั้น มีทางออกเพียงแค่ทางเดียวคือการตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งโดยพล.ต.ท.สมคิด เพราะหากรัฐบาลตัดสินใจทบทวนการแต่งตั้งขณะนี้ก็จะดำเนินการไม่ทันต่อกำหนดการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ของผู้แสวงบุญ
นายพิเชษฐ์ สถิรชวาล เลขาธิการกลางคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัญหาการออกวีซ่าให้กับผู้แสวงบุญในขณะนี้ เกิดขึ้นจากกรณีการที่รัฐบาลไม่ทบทวนการแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิด ทั้งที่เป็นประเด็นซึ่งทางการซาอุดิอาระเบียแสดงความกังวลและไม่พอใจอย่างชัดเจน ดังนั้นตนเห็นว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะเร่งแก้ไขปัญหาโดยการทบทวนการแต่งตั้งดังกล่าวอย่างเร่งด่วนเพื่อไม่ให้ปัญหาบานปลาย แต่ที่ผ่านมาตนเห็นว่า รัฐบาลไม่มีทีท่าจะทบทวนการแต่งตั้งดังกล่าว จึงรู้สึกกังวลว่าหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป กรณีดังกล่าวจะบานปลายและส่งผลกระทบโดยตรงต่อการออกวีซ่าและการเดินทางไปแสวงบุญของชาวไทยมุสลิมอย่างแน่นอน
“เพื่อไม่ให้ทุกอย่างเลวร้ายไปกว่านี้รัฐบาลควรเร่งยุติปัญหา โดยยึดประโยชน์พี่น้องชาวมุสลิมและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มากกว่าคนๆ เดียว โดยระหว่างวันนี้ถึงวันที่ 23 ก.ย. ซึ่งจะตรงกับวันชาติซาอุฯ รัฐบาลไทยจะต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรที่จะยุติปัญหาและคลายข้อสงสัยกรณีการแต่งตั้งผู้ช่วย ผบ.ตร.โดยเร็วที่สุด เพราะเป็นปัญหาหลัก หากแก้ไขจุดนี้ได้เชื่อว่าทุกอย่างจะจบ ซึ่งผมรู้สึกกังวลเพราะที่ผ่านมารัฐบาลมีท่าทีไม่ทบทวนเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอด จึงคิดว่าถ้าเป็นเช่นนี้ปัญหาอาจลุกลามบานปลายและส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้แสวงบุญอย่างแน่นอน” นายพิเชษฐ์ กล่าว
กมธ.มั่นคงฯแนะซาอุแยกแยะศาสนา-การเมือง
นายเจะอามิง โตะตาหยง ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า กรณีสถานเอกอัคราชทูตซาอุดิอาระเบียประจำประเทศไทยไม่รับประทับวีซ่าให้กับคนไทยมุสลิมที่จะไปประกอบพิธีฮัจญ์เนื่องจากไม่พอใจต่อการแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผช.ผบ.ตร.)ทั้งที่ตกเป็นจำเลยคดีการหายตัวไปของนายมูฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุฯนั้น ตนขอวิงวอนไปยังรัฐบาลซาอุฯให้พิจารณาแยกประเด็นการเมืองออกจากการศาสนา เพราะจะกระทบความรู้สึกคนมุสลิมในประเทศไทยต่อรัฐบาลซาอุฯ เพราะการประกอบพิธีฮัจญ์เป็น 1 ในหลักการศาสนา
นายเจะอามิง กล่าวอีกว่าการยุติปัญหาดังกล่าวตนขอเรียกร้องให้พล.ต.ท.สมคิด ทบทวนคืนตำแหน่ง ท่านเป็นคนเดียวที่จะช่วยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ ขอให้แสดงสปิริตช่วยประเทศชาติ ทั้งนี้ตนจะนำเรื่องดังกล่าวหารือกับนายกฯและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในการประชุมพรรคประชาธิปัตย์ ช่วงบ่ายวันที่ 21 กันยายน นี้
“การใช้สิทธิส.ส.ไปเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนตำแหน่งนั้นทำไมได้ เพราะจะถือว่าส.ส.เข้าไปแทรกแซงฝ่ายราชการ และขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 266 “ นายเจะอามิง กล่าว
"กษิต"ยัน"ซาอุฯ"ไม่ปิดสถานทูตอ้างคุย"อุปทูตซาอุฯแล้ว
มีรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ในระหว่างที่นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางไปร่วมไปประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์ก โดยนายกษิต กล่าวว่า ทางการซาอุดิอาระเบียจะไม่ปิดสถานทูตในประเทศไทย หรือจะยกเลิกการให้วีซ่าชาวไทยมุสลิมที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ตามที่ฝ่ายการเมืองบางคนออกมาให้ข่าว ซึ่งเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมาตนได้โทรศัพท์พูดคุยกับนาย นายนาบิล เอช อัซรี อุปทูตซาอุดิอาระเบียประจำประเทศไทย ก็ได้ปฏิเสธข่าวดังกล่าวโดยสิ้นเชิง แต่อาจจะมีความเข้าใจผิดในระดับเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้คลี่คลายแล้ว ทั้งนี้เห็นว่าปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เป็นเพราะมีความพยายามของฝ่ายการเมืองที่ต้องการสร้างให้เกิดประเด็นทางการเมืองตลอดเวลา
“ไม่เป็นอะไรจริงทั้งนั้นกับข่าวลือที่ออกมา หรือที่มีฝ่ายการเมืองบางส่วนออกมาให้ข่าว ขอปฏิเสธโดยสิ้นเชิง เมื่อตอนเที่ยงคืนวันจันทร์ของที่นี่ ผมได้พูดโทรศัพท์กับอุปทูตเขา และพูดกับรัฐมนตรีวัฒนธรรม ก็ปฏิเสธปัญหาโดยสิ้นเชิง มันอาจจะมีปัญหาพนักงานท้องถิ่นของเขา แต่อำนาจเด็ดขาดอยู่ที่ตัวอุปทูต และเขาได้ปฏิเสธโดยสิ้นเชิงว่าไม่ได้มีปัญหาใด ๆ ทั้งสิ้น ก่อนหน้านี้ก็มีเรื่องเกี่ยวกับจุฬาราชมนตรีว่าจะไปไม่ได้ ต่อมามีเรื่องพี่น้องมุสลิม ที่จะไม่ได้ไปฮัจย์ ซึ่งไม่จริงทั้งสิ้น แต่ที่เป็นเรื่องน่าอดสูคือมีความพยายามของบางส่วนบางเหล่าในหมู่การเมืองของเรา จะดึงประเด็นเหล่านี้ให้เป็นการเมืองภายใน โดยที่ไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือจะเอาเรื่องความสัมพันธ์ไทยกับซาอุดิอาระเบียมาเป็นเครื่องเล่นทางการเมือง และสร้างความสับสนให้กับประชาชน ต้องถามว่าทำอย่างนี้ เพื่อให้ประเทศชาติเสียหายดีหรือ ถูกต้องหรือ นักการเมืองที่ดีควรทำอย่างนั้นหรือ และเรื่องนี้ก็ 20 ปีมาแล้ว รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลแรกที่พยายามแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และทำในกรอบของกฎหมาย ” นายกษิต กล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวด้วยว่า ประเด็นต่าง ๆ ที่ยังเป็นข้อคลางแคลงใจของทางซาอุดิอาระเบียกรณีที่มีการแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทั้งตน นายกรัฐมนตรี และผู้เกี่ยวข้องได้ชี้แจงกับอุปทูตซาอุฯแล้ว ขณะที่เอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้แปลเป็นภาษาอังกฤษส่งไปให้รัฐบาลซาอุฯแล้วเช่นกันว่าขั้นตอนตามกฎหมายเป็นอย่างไร และกำลังจะแปลกฎหมายล้างมลทินเป็นภาษาอาหรับส่งไปเพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจ ทั้งนี้ ตนหวังว่าหลังการแปลเอกสาร ความสัมพันธ์ของสองประเทสน่าจะดีขึ้น เขาได้รับทราบปัญหาโดยตรงจากนายกแล้วเมื่อวันเสาร์ และสองฝ่ายก็จะร่วมแก้ปัญหาโดยแยกแยะเรื่องการแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิดออกจากเรื่องคดีและความสัมพันธ์
อภิสิทธิ์ยันรบ.ประสานซาอุฯเร่งออกวีซ่าให้มุสลิมไทย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีส.ส.มุสลิมเรียกร้องในที่ประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์วันนี้(21 ก.ย.)ว่าอยากให้พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ. 5 เสียสละเพื่อชาติด้วยการไม่รับตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. เพื่อแก้ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับซาอุดิอาระเบีย ว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังแก้ปัญหาอยู่ และเราต้องปฏิบัติตามกฎหมายของเราเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ตนได้พบกับอุปทูตซาอุดิอาระเบียแล้ว และได้อธิบายข้อกฎหมายแล้ว ส่วนเขาจะเข้าใจมากน้อยแค่ไหนนั้นยังต้องประเมินกันอยู่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เรากำลังคลายปมปัญหาที่เกิดกับชาวไทยมุสลิม เช่น การขอวีซ่าไปซาอุดิอาระเบียที่ยังค้างอยู่ประมาณ 300 กว่าราย ตนทราบว่าได้มีการประสานกันเรียบร้อยแล้ว และทางอุปทูตซาอุดิอาระเบียยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ยังมีปัญหาทางเทคนิคอะไรต่างๆซึ่งเราพยายามแก้ปัญหานี้อยู่แล้ว โดยมีการประสานงานกันอยู่ตลอด และมีการอธิบายให้ทางสถานเอกอัครราชทูตซาอุดิอาระเบีย ประจำประเทศไทย ได้เข้าใจว่ามันจะกระทบกระเทือนต่อชาวไทยมุสลิมของเรา
“ผมยืนยันว่าพี่น้องชาวไทยมุสลิมควรได้มีโอกาสไปแสวงบุญ ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามความเชื่อ รัฐบาลจะดูแลเต็มที่ และไม่ควรมีใครนำเรื่องนี้มาเป็นเกมหรือเรื่องอะไร” นายกรัฐมนตรี กล่าว
เมื่อถามว่าแรงกดดันส่วนหนึ่งไปถึงตัว พล.ต.ท.สมคิด ด้วย คิดว่าเป็นธรรมต่อตัวพล.ต.ท.สมคิด หรือไม่ และถ้าเขาตัดสินใจไม่รับตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. จะมีผลช่วยกับปัญหาที่เกิดขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในภาพรวมของความสัมพันธ์กับซาอุดิอาระเบียนั้น รัฐบาลมีหน้าที่และกำลังดำเนินการอยู่ อีกทั้งพยายามทำให้กระทบกระเทือนน้อยที่สุดกับชาวไทยมุสลิม รวมถึงเรายืนยันไปว่าเรื่องของศาสนาไม่ควรได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้
ต่อข้อถามว่าคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) จะทบทวนการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด หรือไม่ หลังจากที่ซาอุดิอาระเบียพยายามกดดันมากขนาดนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มันเป็นปัญหาของกฎหมาย ส่วนการแก้ปัญหาในภาพรวมนั้น เราทำกันอยู่ ถ้ามีอะไรก้าวหน้าออกมาแล้ว ตนจะแจ้งให้ทราบ เมื่อถามต่อว่าจะดำเนินการทัน ให้มีการโยกย้ายตำแหน่งที่เวลากำลังใกล้เข้ามา หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหาเรื่องข้อจำกัดของเวลา



