
"เฟอร์กี้"โว"แบร์บาตอฟ"แฮตทริกเรื่องธรรมดา
21 ก.ย. 2553
"เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด รองแชมป์เก่าพรีเมียร์ลีก โวลั่น "แฮตทริก" ของ ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ ในเกมชนะ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล 3-2 เป็นเรื่องธรรมดา ขณะที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ชนะ 5 นัดรวด เมื่อยิง "ส้มซีไซด์" แบล็คพู
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด "ซูเปอร์ซันเดย์" คืนวันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา ปรากฏว่า แมนฯ ยูไนเต็ด รองแชมป์เก่า ชนะ ลิเวอร์พูล 3-2 ในเกมแดงเดือด ครั้งที่ 179 ที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ของตัวเอง โดย "ปีศาจแดง" ออกนำก่อน 2 ประตู จาก ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ คนเดียวทั้ง 2 ประตู นาที 42 กับ 59 ทว่า "หงส์แดง" ทวงคืน 2 ประตูรวด จาก สตีเวน เจอร์ราร์ด คนเดียวทั้ง 2 ประตูเช่นกัน จากจุดโทษนาที 64 และฟรีคิกนาที 70 ทว่าเป็น "แบร์บา" ที่เป็นผู้ตัดสินเกมนี้ เมื่อยิง "แฮตทริก" ช่วยให้ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ 3-2 นาที 84 และกลายเป็นประตูชัยในที่สุด
หลังเกม เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด กล่าวถึงมาตรฐานการเล่นของ แบร์บาตอฟ ที่ดีขึ้นผิดหูผิดตานับตั้งแต่เปิดฤดูกาลแข่งขันใหม่ เหมือนกับในยุคที่เขาสร้างชื่อกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ในบุนเดสลีกา เยอรมนี หรือ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ อดีตต้นสังกัด เพราะดาวยิงบัลแกเรียนโดนโจมตีจากสื่ออังกฤษอย่างมากว่าเล่นไม่สมราคา 30 ล้านปอนด์ (1,500 ล้านบาท) นับตั้งแต่ "เรดเดวิล" ซื้อมาร่วมทีมเมื่อปี 2008
"เขาโดนโจมตีจากสื่อของเราเองอย่างมากเมื่อซีซั่นก่อน แต่มันเป็นธรรมดา เมื่อเราซื้อใครมาด้วยราคาสูงต้องโดนจับจ้องเป็นพิเศษ ผมไม่เคยสงสัยในความสามารถของเขา ผมเชื่อว่าเขาจะเล่นได้ดีกว่าเดิมอยู่แล้วตั้งแต่เห็นฟอร์มการเล่นของเขาในช่วงเก็บตัวก่อนเปิดฤดูกาล การยิง 3 ประตูในเกมนี้ ถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่สักพักเขาก็อาจโดนวิจารณ์อีก เพราะไม่มีใครยิงแฮตทริกได้ทุกเกม"
ขณะที่ รอย ฮอดจ์สัน ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ที่นำลูกทีมชนะเกมเดียวในพรีเมียร์ลีก หลังจากผ่านไปแล้ว 5 นัด กล่าวว่า "ผมคิดว่าเราเล่นได้ดี และกลับมาสู่เกมของเราได้สำเร็จ โดยเฉพาะการทำ 2 ประตู ใน 6 นาที ผมว่าเราโชคร้ายไปนิด เพราะจริงๆ แล้วผลเสมอน่าจะยุติธรรมที่สุด"
ส่วน เชลซี แชมป์เก่า ยังรักษาสถิติชนะรวดนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลใหม่ เป็นนัดที่ 5 ติดต่อกัน เมื่อสอนเชิง แบล็คพูล ทีมที่เพิ่งได้เลื่อนชั้นในฐานะแชมป์เพลย์ออฟ ลีก แชมเปี้ยนชิพ 4-0 ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ของตัวเอง จาก ซาโลมง คาลู นาที 2, ฟลอรองต์ มาลูดา คนเดียว 2 ประตู นาที 12 กับ 41 ทำสถิติยิงไปแล้ว 6 ประตูจาก 5 นัด และดิดิเยร์ ดร็อกบา นาที 30
ส่งผลให้ "สิงโตน้ำเงินคราม" เป็นทีมเดียวในลีกที่เก็บ 15 แต้มเต็มจาก 5 นัดแรก และเสียเพียงประตูเดียว นำเป็นจ่าฝูงต่อไป โดยทิ้งห่าง อาร์เซนอล รองจ่าฝูงเพิ่มเป็น 4 แต้ม นอกจากนั้นยังทำสถิติยิงไปแล้วถึง 25 ประตู จาก 6 เกมรวมทุกถ้วย
ส่วนอีกคู่ แมนฯ ซิตี้ บุกชนะ วีแกน แอธเลติก 2-0 ถึงสนามเดอะ ดีดับเบิลยู จาก คาร์ลอส เตเบซ นาที 43 ซึ่งทำให้ดาวยิงอาร์เจนไตน์ผู้นี้ มีสถิติยิง วีแกน ไปแล้ว 6 ประตู จาก 7 เกมที่เคยพบกันตั้งแต่สมัยเขาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด และเวสต์แฮม ยูไนเต็ด สองอดีตต้นสังกัด ส่วนอีกประตูในเกมนี้มาจาก ยายา ตูเร นาที 70 และนับเป็นประตูแรกของมิดฟิลด์ตัวตัดเกมผู้นี้ในพรีเมียร์ลีก
ขณะที่ วีแกน ต้องพบกับฝันร้ายในการเปิดซีซั่นใหม่ เพราะเล่นเกมเหย้าไปแล้ว 4 เกม พ่ายถึง 3 นัด และเสียมากถึง 13 ประตู แต่ยิงได้เพียงประตูเดียว
สำหรับศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี ในคืนเดียวกัน โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ บุกชนะ ชาลเก้ รองแชมป์เก่า 3-1 ถึงสนามเวลตินส์ อารีนา ในศึกแห่งศักดิ์ศรีของแคว้นรูห์ โดยทีมเยือนได้ 3 ประตูนำจาก ชินจิ คางาวะ คนเดียว 2 ประตู นาที 20 กับ 58 และ โรเบิร์ท เลวานดอฟสกี นาที 86 ขณะที่ "ราชันสีน้ำเงิน" ต้องเหลือผู้เล่น 10 คน ตั้งแต่นาที 61 เมื่อ นิโคลัส เพลสตัน โดนใบแดง แต่ก็ยังมาตีไข่แตกได้จาก คลาส แยน ฮุนเตลาร์ นาที 89
จากความพ่ายแพ้ในเกมนี้ ทำให้ลูกทีมของ เฟลิกซ์ มากัธ พ่าย 3 นัดรวด จมอยู่อันดับ 18 หรือทีมอันดับสุดท้ายทันที ส่งผลให้กุนซือวัย 57 ปีผู้นี้ ถึงกับกล่าวว่า "นี่เป็นวันที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ผมเข้ามาอยู่ชาลเก้ เมื่อปีก่อน ผู้เล่นในทีมต่างไม่มีความเชื่อใจกันและกัน ไม่ไว้ใจกันและกัน ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนนับตั้งแต่คุมทีมฟุตบอล"
ขณะที่ ฮัมบูร์ก ออกไปยันเสมอ ซังต์ เพาลี 1-1 ถึงสนามมิลเลิร์นทอร์ ในเกม "ฮันซีติก ดาร์บี้" โดยเจ้าบ้านขึ้นนำก่อนจาก ฟาเบียน โบลล์ นาที 77 ส่วนทีมเยือนไล่ตีเสมอจาก มลาเดน เปตริช นาที 88 ซึ่งเกมนี้ทำสถิติขายบัตรเข้าชมการแข่งขันได้ถึง 23,974 ที่นั่ง มากที่สุดนับตั้งแต่เล่นเกมแห่งศักดิ์ศรีกันมานาน 33 ปี หรือตั้งแต่ปี 1977 และเป็นการขายตั๋วหมดก่อนที่เกมจะเริ่มขึ้นถึงหนึ่งสัปดาห์เต็มอีกด้วย
ส่วนอีกคู่ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน เสมอ เนิร์นแบร์ก 0-0



