
"โกรธที่ทำร้ายลูกชาย"พ่อใจเด็ดสู้โจรปล้นทอง
ครอบครัว "พุทธศนากุล" ยังไม่คลายจากความหวาดกลัวหลังถูกคนร้ายรายหนึ่ง ทำทีเป็นลูกค้าเข้ามาใช้บริการภายในร้านทองวันทอง ที่ตั้งอยู่เลขที่ 189/47-189/48 ถ.ลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ แล้วก่อเหตุใช้อาวุธปืนออโตเมติกขนาด 11 มิลลิเมตร ยิง "ประชา พุท
แม้ว่าเบื้องต้นตำรวจได้เสนอออกหมายจับคนร้ายชิงทรัพย์ ร้านขายทองตามตำหนิรูปพรรณจากกล้องวงจรปิด ซึ่งบันทึกเหตุการณ์ปล้นอย่างอุกอาจที่คนร้ายลั่นกระสุนใส่ลูกชายเจ้าของร้านจนได้รับบาดเจ็บ และภาพชายชราที่กำลังใช้ไม้กระหน่ำตีคนร้ายอย่างไม่คิดถึงชีวิตตัวเอง!!
"ตอนนั้นผมโกรธมาก เพราะคนร้ายทำร้ายลูกชาย แต่เสียดายที่อายุมาก แรงน้อยกระหน่ำตีคนร้ายเหมือนคนร้ายไม่เจ็บ" ไช้ง้วน แซ่จิว เจ้าของร้านทองวันทองวัย 80 ปี เล่าถึงวินาทีออกไปปกป้องลูกชาย
ไช้ง้วน ยังเล่าถึงลูกชายสุดที่รักว่า เป็นคนกตัญญูคอยดูแลพ่อยามแก่ เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี นอกจากจะเลี้ยงดูภรรยาอย่างดีแล้ว ยังดูแลหลานๆ ที่ยังเล็กๆ อีก 3 คน ไม่คิดว่าคนร้ายจะเหี้ยมขนาดนี้ จึงเข้าไปช่วยลูกชายที่ถูกยิง เพราะเหตุการณ์มันเลวร้ายมาก ไม่คิดว่าคนร้ายจะกล้ายิง แม้ว่าเคยถูกปล้นทองมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อปี 2516 สมัยนั้นมีร้านทองอยู่ที่แยกมหานาค เขตดุสิต ท้องที่สน.นางเลิ้ง ราคาทองรูปพรรณประมาณบาทละ 3 พันกว่าบาท คนร้ายมากัน 2-3 คน คนแรกถือทั้งปืนและระเบิดน้อยหน่า คนที่สองยืนข้างนอก คนที่สามยืนฝั่งตรงข้ามถนน ปล้นทองไปมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท
"ตอนนั้นตำรวจก็ไม่สามารถจับคนร้ายได้ ครั้งนี้ก็ไม่มั่นใจว่าตำรวจจับคนร้ายได้หรือไม่ แต่ยังโชคดีที่ลูกชายตอนนี้อาการปลอดภัยไม่ค่อยน่าเป็นห่วงแล้ว" ไช้ง้วน บอกอย่างโล่งใจ
ศศิธร พุทธศนากุล เสริมว่า ขณะที่คนร้ายกำลังชิงทรัพย์ คุณพ่อ (ไช้ง้วน แซ่จิว) นั่งอยู่หลังร้านได้ยินเสียงปืน พร้อมเห็นลูกชายถูกยิง ก็คว้าไม้ที่อยู่ข้างประตู ออกมาไล่ตีที่ศีรษะคนร้าย ตอนนั้นเพิ่งเปิดร้านได้ประมาณ 1 ชั่วโมงแล้ว ลูกค้าก็ทยอยเข้ามาเรื่อยๆ จนเวลาประมาณ 10 โมงครึ่ง มีลูกค้าคนหนึ่งสวมหมวกแก๊ปสีดำเข้ามาที่หน้าตู้ขายทองรูปพรรณ พร้อมหยิบกล่องใส่ทองจากกระเป๋ามาวางบนตู้ จากนั้นสามีก็ลุกขึ้นดูของพร้อมถามว่าทำอะไร คนร้ายก็ชักปืนออกมาพร้อมสไลด์ลำกล้อง ด้วยความตกใจจึงบอกว่าอย่ายิง พูดไม่ทันขาดคำคนร้ายก็ยิงปืนออกไปหนึ่งนัด ถูกบริเวณสีข้างด้านซ้ายของสามีจนล้มลง แล้วคนร้ายหันมามอง ด้วยความกลัวจึงบอกว่า อย่าทำอะไร จะเอาอะไรก็เอาไป แล้วพาสามีหลบไปที่หลังร้าน เพื่อกดสัญญาณเตือนภัย ส่วนคนร้ายกระโดดข้ามตู้มากวาดทองไป
"แต่พอเฮีย (ประชา พุทธศนากุล) เห็นคุณพ่อซึ่งอายุมากแล้ว ออกไปสู้กับคนร้าย เขาก็รีบลุกเอามือกุมกดแผลที่เลือดไหลออกมามาก วิ่งมาจับคุณพ่อที่กำลังตีคนร้าย พร้อมบอกว่าพ่ออย่าตีมัน ปล่อยมันไป คุณพ่อยังกระหน่ำตีไม่หยุดจนกระทั่งคนร้ายหลบหนีออกจากร้าน" ศศิธร เล่านาทีชีวิต และยอมรับว่าครอบครัวยังหวาดกลัวในสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะคนร้ายมีจิตใจโหดเหี้ยมมาก เวลาทำบุญใส่บาตรจะกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้สิ่งที่อยู่ในตัวหรือจิตใจของคนร้ายออกไปให้เป็นคนดี อย่าทำแบบนี้กับใครอีก ไม่อยากให้ใครต้องมาเจอกับเหตุการณ์เลวร้ายแบบนี้อีก
"มีตำรวจคอยตรวจใช่ว่าจะเบาใจ พอตำรวจไปคนร้ายก็เข้ามา อย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับน้องชาย แม้ว่าเจ้าของร้านขายทองจะมีวิธีป้องกันไม่ว่าจะเป็นกล้องวงจรปิด สัญญาณเตือนภัย กรงเหล็ก และประตูรีโมท ทุกอย่างมีทั้งข้อดีข้อเสีย ขนาดน้องชายยังไม่ทันทำอะไรเลย ก็ถูกคนร้ายยิงแล้ว อนาคตคงต้องพิจารณาทำประกันทรัพย์สินไว้บ้าง" ประสิทธิ์ พี่ชายของเหยื่อปล้นร้านทอง เสริม
ด้าน พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รองผบก.น.2 กล่าวถึงคดีนี้ว่า เมื่อตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดคนร้ายใช้เวลาในการประทุษกรรมประมาณนาทีครึ่ง ซึ่งได้ทรัพย์สินเป็นทองรูปพรรณน้ำหนักรวมประมาณ 50 บาท มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท โดยคนร้ายรายนี้มีตำหนิรูปพรรณลักษณะของการใช้ยานพาหนะ แต่งกายวัยรุ่น ลักษณะผิวคล้ำ ผมหยิกยาว ม้วนผมก่อนใส่หมวกแก๊ปปิดบังอำพรางใบหน้า ส่วนสูงประมาณ 170 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 60-70 กิโลกรัม อายุประมาณ 25-30 ปี ขณะนี้ชุดสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจากคำให้การและหลักฐานจากกล้องวงจรปิด เพื่อให้พนักงานสอบสวนเสนอสำนวนต่อผู้พิพากษา พิจารณาอนุมัติหมายจับตามตำหนิรูปพรรณไว้ติดตามจับกุมคนร้ายต่อไป



