ข่าว

ระวังแดงได้คืบรุกเอาศอก

ระวังแดงได้คืบรุกเอาศอก

21 ก.ย. 2553

กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ประสบความสำเร็จในการฟื้นการชุมนุม ปลุกระดมคนเสื้อแดงให้มาบริเวณแยกราชประสงค์ และมีผู้เข้าร่วมชุมนุมจำนวนมากพอสมควร โดยไม่หวั่นกระแสต่อต้านจากสังคม ซึ่งรับรู้กันโดยทั่วไปว่ากลุ่มคนเสื้อแดงนิยมใช้ควา

และการชุมนุมต่อเนื่องจากสงกรานต์จนเกิดการจลาจลในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เนื่องจากการชุมนุมครั้งนี้ไม่มีแกนนำหลักเนื่องจากถูกจับกุมคุมขังและส่วนหนึ่งได้หลบหนีหมายจับไปอยู่ต่างประเทศ ซึ่งต้องถูกกล่าวหาว่าเป็นอาชญากรแผ่นดิน ไม่ได้เป็นผู้ต้องหาคดีการเมือง เพราะมีพฤติกรรมก่อการร้าย ฆ่าทหาร โดยกองกำลังติดอาวุธเสื้อดำ เป็นกลุ่มเดียวกับพวกเสื้อแดง และทำงานร่วมกันมาโดยตลอดกับนักการเมืองสังกัดเครือข่ายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งหลบหนีโทษจำคุกอยู่ต่างประเทศ

 การชุมนุมครั้งนี้เป็นข้ออ้างว่าระลึกถึงการรัฐประหาร 19 กันยา และการเผาบ้าน เผาเมือง 19 พฤษภา โดยมีนายสมบัติ บุญงามอนงค์ เป็นแกนนำเพื่อทำกิจกรรมวันอาทิตย์สีแดง ซึ่งมีกิจกรรมการผูกผ้าแดงแสนชิ้น จุดเทียนแดงและกิจกรรมการร้องเพลง ปล่อยลูกโป่งสวรรค์สีแดง อ้างว่าเป็นการตอกย้ำว่าสี่แยกราชประสงค์มีผู้เสียชีวิต แต่ไม่ยอมบอกว่าใครเป็นผู้พาคนมาเสียชีวิต เป็นต้นตอของการชุมนุม การชุมนุมเลิกโดยไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้น แต่ศูนย์การค้าในบริเวณนั้นปิดทำการก่อนเวลา เนื่องจากหวาดกลัวว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะก่อเหตุร้ายอีก แม้จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลพื้นที่ก็ตาม ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่อยู่ในอารมณ์ฮึกเหิมและร้องตะโกนเป็นระยะว่า "ที่นี่มีคนตาย รัฐบาลต้องรับผิดชอบต่อการตายที่เกิดขึ้น" แต่ไม่มีการเรียกร้องให้ผู้จัดการชุมนุมรับผิดชอบในการพาคนมาเผาบ้าน เผาเมือง ก่อจลาจล และปล้นศูนย์การค้าเสียหายหลายพันล้านบาท

 การชุมนุมของคนเสื้อแดงในสนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่มีคนผู้มาร่วมจากจังหวัดใกล้เคียง เจ้าหน้าที่คาดว่ามีประมาณ 1 หมื่นคน เพราะเชียงใหม่เป็นฐานการเมืองและบ้านเกิดของทักษิณ ชินวัตร ดังนั้น เป็นการฟื้นฟูความเชื่อมั่นและขบวนการ โดยมีแกนนำเสื้อแดงที่เหลือจากการถูกจับกุม เพราะมีเอกสิทธิ์รัฐสภาคุ้มครองตัวเองไปขึ้นเวทีปลุกระดมมวลชน หวังที่จะจัดชุมนุมครั้งต่อไปเพื่อกดดันรัฐบาล โดยเชื่อมั่นว่าจะฟื้นฟูพลังเสื้อแดงแม้จะไม่มีแกนนำเหมือนเดิมก็ตาม

 เมื่อเป็นเช่นนี้ การชุมนุมวันอาทิตย์ในหลายจังหวัดจึงเป็นสัญญาณเตือนรัฐบาลว่าภัยจากเสื้อแดงและเครือข่ายกองกำลังติดอาวุธเพื่อก่อการร้ายยังมีพลังอยู่ ถ้าหากไดรับการสนับสนุนเงินทุน ย่อมไม่ยากถ้าจะเริ่มปฏิบัติการรุกหนักอีกครั้ง เป็นการได้คืบเอาศอก โดยไม่ให้พลาดเหมือนช่วงสงกรานต์และการเผาบ้าน เผาเมืองที่ผ่านมา การปรับยุทธศาสตร์ของขบวนการเสื้อแดงจึงต้องถูกเฝ้ามองด้วยความระวังและปรับปรุงประสิทธิภาพของหน่วยข้อมูลเพื่อป้องกันการก่อเหตุร้ายเช่นการยิงระเบิด การก่อวินาศกรรม และจัดกิจกรรมชุมนุมก่อกวนรัฐบาลต่อไป เพราะความสำเร็จของรัฐบาลอภิสิทธิ์ในการแก้ปัญหาบ้านเมืองเท่ากับความพ่ายแพ้ของขบวนการทักษิณในการต่อสู้ช่วงชิงอำนาจการเมืองนั่นเอง