
ภาวะผู้นำนายกฯถูกท้าทาย
ช่วงนี้มีอย่างน้อยสองเรื่องใหญ่ที่จะแสดงว่า นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีภาวะความเป็นผู้นำมากน้อยแค่ไหนอย่างไร เรื่องแรกคือ เรื่อง 3จี เรื่องที่สองคือการตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทย
เรื่อง 3จี นั้น นายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่เกี่ยวกับนโยบาย เป็นเรื่องของกฎหมาย ตอกย้ำว่านโยบายของรัฐบาลคือการเร่งให้มี 3จี ใช้โดยเร็ว เพื่อสามารถแข่งขันกับประเทศอื่น
การแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประเด็นที่มีการเสนอชื่อและถูกคนในกระทรวงมหาดไทยคัดค้าน ว่าข้ามหัวผู้คนมากมาย เป็นคนสนิทของพรรคภูมิใจไทยต้องการที่จะให้คนของตัวเองเข้ามานั่งในตำแหน่งเพื่อจะสามารถสอดคล้องกับนโยบายของตน
นายกรัฐมนตรีบอกว่า เรื่องนี้เดิมทีนั้นก็ให้เป็นหน้าที่อำนาจของรัฐมนตรีมหาดไทย แต่เมื่อมีกรณีการร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตในโครงการเช่าคอมพิวเตอร์ ซึ่งผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นปลัดกระทรวงคนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย จึงต้องชะลอไปก่อน
สองเรื่องนี้ชัดเจนว่าเป็นเรื่องของนโยบาย เป็นเรื่องของการแสดงว่านายกรัฐมนตรีมีความชัดเจนในการบริหารประเทศหรือไม่
เรื่อง 3จี นั้นชัดเจนว่าที่ กสท ไปยื่นฟ้องศาลปกครองเพื่อให้ระงับการประมูล 3จี ของ กทช.นั้น เป็นเรื่องที่รัฐมนตรีไอซีที คุณจุติ ไกรฤกษ์ บอกว่าต้องขอโทษ เพราะว่ากำกับดูแลไม่ทันท่วงที นายกฯบอกว่าเป็นนโยบายรัฐบาลที่ต้องเดินหน้าต่อไป
แสดงชัดเจนว่าถ้าหากนายกฯ ต้องการผลักดัน 3จี เรื่องอย่างนี้ต้องไม่เกิด และจะต้องไปผลักดันกฎหมายให้สามารถตั้ง กสทช. โดยรวดเร็ว เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องกฎหมายอีก นโยบายต้องทำให้กฎหมายเกิด ไม่ใช่อ้างว่านโยบายเป็นอย่างหนึ่งแต่กฎหมายเป็นอุปสรรคจึงไม่สามารถทำให้นโยบายเกิดขึ้นได้ อย่างนี้ไม่เรียกว่าเป็นผู้นำ
การตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทยก็เช่นกัน ถึงแม้ว่าจะมีรัฐมนตรีมหาดไทยเสนอชื่อมาเข้าคณะรัฐมนตรี แต่ท้ายที่สุดนายกรัฐมนตรีต้องเป็นคนรับผิดชอบว่าคุณภาพของคนมาเป็นปลัดกระทรวงไม่ว่ากระทรวงไหนก็ตาม ต้องสอดคล้องต้องกันกับมาตรฐานที่นายกรัฐมนตรีตั้งเอาไว้
ถ้ามีเรื่องน่าสงสัย ถ้ามีเรื่องที่ยังคลางแคลงใจอยู่ แม้แต่น้อยก็ต้องระงับ และต้องเดินหน้าแต่งตั้งคนอื่นต่อไป เพราะว่าคนที่พร้อมจะเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย และมีคุณสมบัติที่สามารถเทียบเคียงกันได้นั้นมีจำนวนมากมายหลายคนด้วยกัน หากผู้ที่ถูกเสนอชื่อมีปัญหา และการสอบสวนอาจจะต้องยืดยาวมิสามารถตัดสินกันได้ในช่วงอาทิตย์สองอาทิตย์
แต่นี้ปีงบประมาณใหม่กำลังจะเริ่มต้น การกระชากลากถู การต่อล้อต่อเถียงระหว่างนายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีมหาดไทยในเรื่องเช่นนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายว่านายกฯ ในท้ายที่สุดนั้นเป็นผู้นำของรัฐบาลชุดนี้ หรือว่าเป็นเพียงชื่อนายกฯ และแบ่งกระทรวงตามโควตาให้แต่ละพรรคไปตัดสิน เพื่อที่จะใช้อำนาจของตนเองโดยที่นายกฯ ไม่เกี่ยวข้อง เรื่องนี้ประชาชนคาดหวังว่านายกฯ จะต้องแสดงความรับผิดชอบมากกว่าที่เห็นอยู่นี้
สุทธิชัย หยุ่น



