
นำร่องโครงการพีพีพี 1.3 แสนล้าน ดันรถไฟฟ้า 3 สาย-ทางด่วนเกิดภายใน 6 เดือน
"กอร์ปศักดิ์ สั่งตั้งคณะทำงานศึกษาการลงทุนภาครัฐร่วมเอกชน หรือโครงการพีพีพี ขีดเส้นภายใน 60 วัน ระบุพร้อมแก้ พ.ร.บ.ร่วมทุน หนุนเมกะโปรเจกท์เดินหน้าได้ ดันโครงการนำร่องรถไฟฟ้า 3 สาย-มอเตอร์เวย์ปางปะอิน-โคราช วงเงินลงทุนกว่า 1.3 แสนล้านบาท
นายจักรกฤศฎิ์ พาราพันธกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเสนอผลการศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับการดำเนินโครงการลงทุนภาครัฐในรูปแบบ หรือพีพีพี ที่รัฐบาลเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนและเป็นผู้บริหารจัดการโครงการให้คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจพิจารณาตามแล้ว และนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นประธานโครงการพีพีพี สั่งการให้ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาเรื่องดังกล่าวกำหนดระยะเวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน
ทั้งนี้ จากการศึกษาของ สบน.พบว่าโครงการพีพีพีติดปัญหาในแง่ของกฎหมายโดยเฉพาะพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 จึงเสนอแนวทางแก้ไขเพื่อให้รัฐบาลสามารถผลักดันโครงการขนาดใหญ่เดินหน้าได้เร็วขึ้น โดยหากมีความจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายก็ต้องดำเนินการ โดยเบื้องต้นคณะทำงานได้ศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการนำร่องเน้นมีผลตอบแทนสูงและมีการกระจายความเสี่ยงร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ได้แก่ โครงการระบบขนส่งมวลชนระบบราง เส้นทางสายสีม่วง สายสีน้ำเงินและสายสีเขียว มูลค่ารวมกว่า 8 หมื่นล้านบาท และโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน-นครราชสีมา มูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาท รวมเป็นการลงทุน 1.3 แสนล้านบาท
"รถไฟฟ้าทั้ง 3 โครงการ รัฐบาลจะให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนในระบบการเดินรถและบริหารจัดการเดินรถทั้งหมด โดยรัฐจะจ่ายค่าบริการให้แก่เอกชนคู่สัญญาตามเงื่อนไขคุณภาพ บริการและมาตรฐานที่รัฐบาลต้องการตามที่ได้ตกลงกันไว้ และหากรูปแบบพีพีพีสำเร็จจะถือเป็นการปฏิรูประบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐครั้งใหญ่ และสบน.จะกลายเป็นหน่วยงานหลักในการให้คำปรึกษาทางด้านการลงทุนของหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการไม่เกิน 6 เดือน" นายจักรกฤศฎิ์ กล่าวและว่า
โครงการร่วมลงทุนสามารถทำได้ 3 แนวทาง ได้แก่ 1.โครงการเชิงพาณิชย์ ที่มีการเก็บค่าบริการได้เต็มที่ เช่น โครงการด้านโทรคมนาคม ด้านพลังงาน ซึ่งก็จะให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุน 100% 2.โครงการที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟฟ้า ก็จะมีการร่วมลงทุนกับรัฐ เช่น เอกชนเดินรถ รัฐลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และ 3.โครงสร้างพื้นฐานด้านสังคม ที่ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูง แต่ผลตอบแทนเอกชนเป็นศูนย์ ก็จะขอให้เอกชนมาลงทุน แต่รัฐจะตั้งงบประมาณผูกพันชำระคืน



