
คลอด4มาตรการคุมบาทสัปดาห์นี้ธปท.ยันเอื้อเอกชนบริหารเงิน-ส่งออกส.ค.ยังโต23.9%
ธปท.แย้มออก 4 มาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้า-ออกภายในสัปดาห์นี้ด้านพาณิชย์เผยส่งออกส.ค.ขยายตัว 23.9% นำเข้าเพิ่ม 41.1% จากผลของค่าเงินบาทแข็งขึ้นมาก ระบุภาคเอกชนยังกังวลเรื่องค่าเงินบาทพร้อมเร่งให้ธปท.และรัฐเข้าดูแล
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังจะหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) วันที่ 21 กันยายนนี้เพื่อลงนามการบังคับใช้มาตรการควบคุมดูแลความผันผวนของค่าเงินบาท เพื่อให้นิติบุคคลหรือบุคคลไทยสามารถขยายการลงทุนไปต่างประเทศได้มากขึ้น ซึ่งถือเป็นการลดแรงกดดันจากความผันผวนของค่าเงินบาทขณะนี้ เนื่องจากในช่วงนี้เงินทุนต่างประเทศไหลเข้ามาจำนวนมาก
นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภายในสัปดาห์นี้ธปท.จะออกประกาศวิธีปฏิบัติผ่อนคลายระเบียบควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินหลังจากที่รมว.คลังได้เห็นชอบและลงนามในประกาศกระทรวงแล้ว โดยมี 4 มาตรการ คือ 1.อนุญาตให้บริษัทในไทยให้กู้แก่บริษัทในต่างประเทศที่ไม่ใช่บริษัทในเครือได้ไม่เกิน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากเดิมต้องขออนุญาตเป็นรายกรณี รวมถึงสามารถให้นิติบุคคลหรือบุคคลที่อยู่ต่างประเทศกู้ยืมเงินเป็นสกุลต่างประเทศได้ไม่จำกัดจำนวนจากเดิมที่ให้ไม่เกิน 200 ล้านดอลาร์ต่อปี 2.ให้เอกชนซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศได้ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี จากเดิม 5 ล้านดอลลาร์ต่อปี
3.ขยายวงเงินในการนำเงินบาทแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราต่างประเทศเพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศที่เปิดกับธนาคารพาณิชย์ในประเทศให้มียอดเงินคงค้างในบัญชีได้ 5 แสนดอลลาร์สหรัฐจากเดิมที่ให้เพียง 3 แสนดอลลาร์สหรัฐ และ4.ให้นิติบุคคลสามารถลงทุนโดยตรงในต่างประเทศได้ไม่จำกัดจำนวน ซึ่งถือเป็นมาตรการของธปท.ที่ผ่อนคลายไปเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 แต่เพิ่งจะมีผลในทางปฏิบัติเพราะต้องรอประกาศกระทรวงการคลัง
"มาตรการดังกล่าวไม่ได้ใช้เป็นแนวทางสกัดการแข็งค่าของเงินบาทโดยตรง แต่เป็นการเพิ่มความสะดวกให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารเงินตราต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น" นางสุชาดา กล่าวและว่าในช่วงที่ผ่านมาเงินบาทแข็งค่าขึ้นค่อนข้างเร็วทำให้ผู้ส่งออกกำหนดราคาขายสินค้าได้ยากและยากต่อการบริหารความเสี่ยง
นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยตัวเลขส่งออกเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาว่า การส่งออกมีมูลค่า 16,452 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 23.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและเมื่อคิดในรูปเงินบาทมีมูลค่า 527,286 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.5% โดยมีปัจจัยมาจากการขยายตัวดีขึ้นในทุกหมวดสินค้า ขณะที่มีการนำเข้ามูลค่า 15,809 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 41.1% ส่วนการส่งออก 8 เดือนมีมูลค่า 125,083 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 32.6% ขณะที่การนำเข้า 8 เดือนมีมูลค่า 119,003 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 47.9% ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้ารวม 6,081 ล้านดอลลาร์สหรัฐ



