ข่าว

เซ็นจูรี่21ฯมั่นใจตลาดคอนโดฉลุยเพลินจิต-สุขุมวิท-บางนาทำเลฮอต!

เซ็นจูรี่21ฯมั่นใจตลาดคอนโดฉลุยเพลินจิต-สุขุมวิท-บางนาทำเลฮอต!

21 ก.ย. 2553

เซ็นจูรี 21 ไทยแลนด์ ชี้ตลาดคอนโดมิเนียมยังไปได้สวย แจงพื้นที่ เพลินจิต-สุขุมวิท-บางนา สุดฮอต มียอดขายแล้วกว่า 76% ขณะที่ราคาเฉลี่ยพุ่งสูงถึง 1 แสนบาท/ตร.ม. คาดรายใหญ่เตรียมปั้นโครงการส่งชิงแชร์ตลาด เล็งทำเลฮอตต่อพระราม 4 เพชรบุรีตัดใหม่ หลังพบราคาที่ดิน

นายกิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นจูรี 21 เรียลตี้ แอฟฟิลิเอทส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เซ็นจูรี 21 ไทยแลนด์ เปิดเผยว่า ปี 2553 ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีทิศทางที่ค่อนข้างดี โดยเฉพาะในส่วนของตลาดคอนโดมิเนียม ซึ่งยังคงได้รับความนิยม และเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง จากการสำรวจและวิจัย โดยฝ่ายวิจัยการตลาดของบริษัทพบว่าพื้นที่กำลังได้รับความนิยมจากนักลงทุนและผู้บริโภคมากที่สุดยังคงอยู่ที่ถนนเพลินจิต-สุขุมวิท-บางนา ซึ่งในปัจจุบันมีจำนวนคอนโดมิเนียมรวมทั้งหมด 14,937 ยูนิต โดยสามารถขายได้แล้วกว่า 76% ขณะที่ราคาขายในโซนดังกล่าวจะมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่  97,763 บาทต่อตารางเมตร เนื่องจากราคาที่ดินมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 ปัจจัยหลักที่ทำให้ย่านเพลินจิต-สุขุมวิท-บางนา มีปริมาณความต้องการที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมสูง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อยู่ใจกลางเมือง สามารถเดินทางได้สะดวกโดยรถไฟฟ้าบีทีเอส โดยพื้นที่ดังกล่าวปัจจุบันมีสัดส่วนของที่อยู่อาศัยสูงถึง 30% ของพื้นที่ในเขตใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร คาดว่าในอนาคตอันใกล้จะมีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดตัวในย่านเพลินจิต สุขุมวิท 13 สุขุมวิท 23 สุขุมวิท 40 สถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุชทั้งฝั่งซ้ายและขวา รวมถึงเส้นสุขุมวิทก่อนแยกบางนา เอกมัย ฯลฯ เพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 2,500 ยูนิต
ปัจจุบันตลาดคอนโดมิเนียมยังมีทิศทางค่อนข้างดี ในโซนของเพลินจิต-สุขุมวิท-บางนา ถือเป็นตัวอย่างที่ดี โดยในย่านนี้จะเห็นได้ว่ามีข้อได้เปรียบในหลายด้าน เป็นที่ตั้งของออฟฟิศจำนวนมาก มีรถไฟฟ้าตลอดสาย ซึ่งทำให้การเดินทางเข้ามาทำงาน และพักอาศัยมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น แต่จากราคาเฉลี่ยที่เพิ่มสูงขึ้นเกือบ 1 แสนบาทต่อตารางเมตร ส่งผลให้ขนาดของห้องโดยเฉลี่ยลดลง     ซึ่งในอนาคตโครงการใหม่ๆ จะเริ่มขยายเข้าไปสู่พื้นที่ย่านถนนพระราม 4 และเพชรบุรีตัดใหม่ เนื่องจากปัจจุบันพบว่าราคาที่ดินยังถูกกว่าในย่านเพลินจิต-สุขุมวิท กว่า 3-5 เท่าตัว ซึ่งทำให้เป็นที่สนใจของผู้ประกอบการหลายกลุ่ม เนื่องจากสามารถทำโครงการในราคาที่ไม่แพงมากนัก และคาดว่าจะมีโครงการใหม่เกิดขึ้นอีกหลายโครงการ

นายกิติศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของบริษัทปัจจุบันรุกเข้าบริหารงานขายโครงการคอนโดมิเนียมแล้วประมาณ 20 โครงการ ขณะเดียวกันบริษัทยังให้บริการในด้านการซื้อขายที่ดินและการลงทุน (Land & Investment Service) แก่ผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อีกหลายโครงการด้วยเช่นกัน ส่งผลให้บริษัทเป็นผู้บริหารงานขายคอนโดมิเนียมและผู้ให้บริการด้านที่ดินและการลงทุนที่มีมูลค่าสูงในปัจจุบันคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 4 หมื่นล้านบาท โดยปี 2553 ณ ปัจจุบัน บริษัทสามารถทำยอดขายจากการบริหารงานขายโครงการได้รวม 5,000 ล้านบาท และสามารถทำยอดขายจากการให้บริการด้านซื้อขายที่ดินและการลงทุนอีก 8,500 ล้านบาท คาดว่าในปีนี้บริษัทน่าจะสามารถทำยอดขายจาก 2 ส่วนดังกล่าวได้รวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท

  ในส่วนของการดำเนินงานในช่วงไตรมาสที่ 3-4 ของปี 2553 บริษัทมีโครงการที่เข้าไปบริหารงานขายและพร้อมจะเปิดตัวใหม่อีกประมาณ 9 โครงการ แบ่งเป็นโครงการในกรุงเทพฯ ทั้งย่านใจกลางเมืองและรอบนอก 6 โครงการ และโครงการในต่างจังหวัดอีก 3 โครงการ โดยมีทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์และนอกตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงผู้ประกอบการรายใหม่ด้วยเช่นกัน

ปรียา เทศนอก