ข่าว

 บีอาร์ทีถ้าไม่ดีจงอย่าดื้อ

บีอาร์ทีถ้าไม่ดีจงอย่าดื้อ

21 ก.ย. 2553

กรุงเทพฯ ถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีปัญหาด้านการจราจรติดขัดอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก ยากที่จะแก้ไขให้ปัญหาดังกล่าวทุเลาเบาบางลงไปได้ ต่างไปจากเมืองใหญ่ระดับมหานครอื่นๆ ในโลก เช่น โตเกียว นิวยอร์ก ปารีส หรือแม้แต่มหานครลอนดอน ก็ตาม

 เพราะเมืองใหญ่อื่นๆ ในโลกนี้ เวลาที่การจราจรหนาแน่นติดขัดส่วนใหญ่ 

 คือเวลาช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ในตอนเช้าก่อนเข้าทำงาน และตอนเย็นเลิกทำงานเท่านั้น อีกทั้งเมืองใหญ่เหล่านั้นยังมีการวางระบบขนส่งมวลชนสาธารณะเอาไว้มายาวนาน แม้ว่าจะมีจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้น แต่ก็ยังพอที่จะแบ่งเบาภาระรถยนต์ส่วนตัวบนท้องถนนไปได้บ้าง

 อีกทั้งการจัดแบ่งพื้นที่ของผังเมืองในเมืองใหญ่เหล่านั้น ล้วนแต่ถูกวางแผนเอาไว้ล่วงหน้าและมีการบังคับใช้อย่างจริงจัง ย่านธุรกิจก็จะไม่มีการเอามาทำเป็นที่อยู่อาศัย ย่านที่อยู่อาศัยก็จะไม่อนุญาตให้เปิดเป็นร้านค้าขึ้นมาอย่างเด็ดขาด ทำให้ฝ่ายจัดการจราจรสามารถวางแผนได้แม่นยำและถูกต้อง

 ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะถูกใช้เป็นกุญแจแห่งความสำเร็จ ในการแก้ไขปัญหาจราจรของทุกเมือง รถไฟทั้งใต้ดินและบนดินถือเป็นหัวใจสำคัญ การวางตำแหน่งของสถานีต่างๆ กำหนดให้ผู้ใช้บริการได้รับความสะดวกสบายเป็นอย่างแรก จึงมีสถานีรถไฟฟ้าทั้งใต้ดินและบนดินมากมายที่โผล่เข้าไปในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ 

 โดยไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นการเอื้ออำนวยให้ใครได้หรือเสียผลประโยชน์ เพราะเมื่อมีสถานีอยู่บนพื้นที่ของผู้หนึ่งผู้ใดแล้ว เจ้าของพื้นที่ก็ต้องถูกข้อกำหนดให้จัดพื้นที่ และอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสาร ในการเข้าไปใช้บริการรถสาธารณะเหล่านั้นด้วย

 รถโดยสารสาธารณะที่มีอยู่ในกรุงเทพฯ มีหลายระบบ และต่างมีผู้ดูแลที่แตกต่างกันออกไป ทั้งที่อยู่ภายใต้การให้บริการของเอกชนเต็มรูปแบบ และที่อยู่ภายใต้การดูแลของราชการและกึ่งราชการ  ทำให้ยากที่จะประสานงานให้เกิดความสะดวกต่อผู้ใช้บริการได้ทั่วถึง ที่สำคัญคือทั้งหมดยังให้บริการภายใต้จุดมุ่งหมาย ที่จะต้องทำกำไรซึ่งเป็นตัวเงินให้ได้จากการบริการนั้นๆ ด้วย ผู้ใช้บริการจึงต้องจ่ายค่าบริการในราคาที่แพงและไม่ค่อยสะดวก จนคิดอยากจะมีรถยนต์ส่วนตัวไว้ใช้เองมากกว่า

 บริการขนส่งมวลชนสาธารณะรูปแบบใหม่ล่าสุดที่กรุงเทพมหานครจัดขึ้นมา คือการใช้รถยนต์ขนส่งแบบที่เรียกกันว่า บีอาร์ที โดยใช้รถยนต์เป็นพาหนะในการขนส่งผู้คน และใช้ถนนปกติที่แบ่งช่องทางเดินรถพิเศษออกมาเฉพาะ ทำให้รถยนต์อื่นๆ มีพื้นที่สำหรับการจราจรน้อยลง เป็นเหตุให้ได้รับเสียงบ่นว่าจากคนใช้รถยนต์มากมาย

 ปัญหาจริงๆ ของระบบบีอาร์ที ที่ยังไม่เกิดขึ้น ไม่ใช่เกิดจากการที่ไปแบ่งพื้นที่การจราจรของรถอื่นมาเท่านั้น แต่อยู่ที่ระบบการเดินรถของบีอาร์ทีเอง ที่ใช้รถยนต์ซึ่งเป็นพาหนะที่มีโอกาสเสียขณะใช้งานมากที่สุด เมื่อเทียบกับพาหนะขนส่งมวลชนแบบอื่นๆ  ซึ่งเมื่อประกอบกับลักษณะการจัดการจราจรของบีอาร์ที ที่กันพื้นที่เอาไว้เฉพาะรถเดินได้ช่องเดียวไม่สามารถแซงกันได้    

 หากมีรถบีอาร์ทีเสียขึ้นในช่องทางเพียงคันเดียว ก็เท่ากับว่ารถบีอาร์ทีคันอื่นๆ จะไม่สามารถผ่านไปได้หมดทั้งเส้นทาง การซ่อมแซมหรือลากจูงก็จะทำได้ยากกว่าในถนนปกติทั่วไป ทั้งนี้ ยังไม่ต้องคิดถึงปัญหาอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ดังนั้น บีอาร์ที จึงเป็นระบบขนส่งมวลชนที่มีปัญหารออยู่ข้างหน้าอย่างเห็นได้ชัด

 เพราะขนาดรถไฟฟ้าที่ว่ากันว่ามีความแม่นยำมากที่สุด ยังเกิดปัญหาขึ้นหลายครั้งในประเทศไทย การคิดถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าของบีอาร์ที จึงคงไม่ใช่การติเรือทั้งโกลน แต่เป็นการชี้ให้เห็นถึงปัญหาเพื่อที่จะได้หาทางป้องกัน หรือแม้แต่ยกเลิกถ้าคิดว่าไม่สามารถป้องกันปัญหาได้ ของไม่ดีไม่จำเป็นต้องดันทุรังทำต่อไปเพื่อรักษาหน้าเอาไว้แต่อย่างใดครับ