
สรรพาวุธรับRPG-กระสุนM60หาย2-3วันหาคนร้าย
กรมสรรพาวุธรับอาร์พีจีหาย 39 นัด - กระสุนเอ็ม 60 จำนวนหนึ่ง ขอ 2-3 วันหาคนร้าย หมอพรทิพย์ลงตรวจสอบคลังแสง เก็บหลักฐาน-ดีเอ็นเอแล้ว 2 รอบ ก่อนส่งผลสรุปให้ทบ.
(20ก.ย.) แหล่งข่าวระดับสูงจากกรมสรรพาวุธ เปิดเผยถึงกรณีที่กระสุนอาร์พีจีภายในกองสรรพาวุธกลางที่ 2 กรมสรรพาวุธทหารบก จ.ลพบุรี หายไปจำนวนหนึ่งว่า จากการตรวจสอบพบว่า กระสุนอาร์พีจี - 2 จำนวน 39 นัดหายไป ซึ่งอาวุธล็อตที่หายไปผลิตเมื่อปี ค.ศ. 1974 โดยกระสุนอาร์พีจี - 2 บางนัดน่าจะหมดอายุการใช้งานไปแล้ว นอกจากนี้ยังพบว่า มีกระสุนปืนกลเอ็ม 60 จำนวนหนึ่งหายไปด้วย ซึ่งขณะนี้พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เน้นย้ำให้เร่งรัดติดตามว่า กระสุนอาร์พีจีที่หายไปว่าไปอยู่ที่ใด ทั้งนี้ต้องใช้เวลา 2-3 วัน ในการสอบสวนถึงสาเหตุของกระสุนอาร์พีจีที่หายไป อย่างไรก็ตามเบื้องต้นทางกองสรรพาวุธได้มีการแจ้งความที่สถานีตำรวจท้องที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
รายงานข่าวแจ้งว่า เครื่องยิงจรวดอาร์พีจี อังกฤษเป็นอาวุธต่อสู้รถถังขนาดเล็ก ชนิดประทับบ่ายิง ปากลำกล้องกว้าง 40 มม. ใช้ลูกจรวดขนาด 82 มม. (อาร์พีจี - 2 ) และขนาด 85 มม. (อาร์พีจี - 7) ตามลำดับ เป็นอาวุธเสริมเพื่อใช้ทำลายรถถังหรือยานยนตร์ต่าง ๆ ที่มั่นกำบัง รวมทั้งสังหารบุคคลเป็นกลุ่มก้อน สำหรับประวัติ เครื่องยิงจรวดอาร์พีจี พัฒนาโดยกองทัพสหภาพโซเวียตภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง โดยปรับปรุงมาจากเครื่องยิงจรวด panzerfaust ของนาซีเยอรมนี โดยเครื่องยิงจรวดรุ่นแรกที่เข้าประจำการในกองทัพโซเวียต คือ เครื่องยิงจรวดอาร์พีจี 2 เมื่อปี ค.ศ. 1949 ก่อนจะมีการนำไปปรับปรุงเป็นเครื่องยิงจรวดอาร์พีจี 2 ในเวลาต่อมา และเข้าประจำการในปีค.ศ. 1961 รวมทั้งมีการส่งมอบแก่ประเทศบริวารและพันธมิตรเพื่อสนับสนุนการสู้รบ และเป็นเครื่องยิงจรวดชนิดเดียวที่นิยมใช้กันแพร่หลายกันในปัจจุบันตั้งแต่ยุคสงครามเย็น
แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวถึงการตรวจสอบกระสุนอาร์พีจีที่หายไปจากคลังแสง จ.ลพบุรีว่า ได้เข้าไปตรวจสอบในพื้นที่ ภายในคลังแสงของ แผนก 2 กองคลังแสง กรมสรรพาวุธ ถึงสองครั้ง คือ เมื่อวันที่ 11 ก.ย. และ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยได้เก็บหลักฐานอย่างละเอียด ทั้งลายนิ้วมือ ดีเอ็นเอ วัตถุพยาน ในที่เกิดเหตุ แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากต้องรวบรวบข้อมูลทั้งหมดส่งให้หน่วยที่ร้องขอมา คือ กองทัพบก ซึ่งทางหน่วยต้นสังกัดจะเป็นผู้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมด เท่าที่ทราบเบื้องต้นมีกระสุนอาร์พีจี และ กระสุนปืนหายไปจำนวนหนึ่ง อย่างไรก็ตามไม่สามารถระบุในรายละเอียดได้ว่า กลุ่มคนร้ายเป็นใคร เพราะเป็นปมประเด็นสำคัญ แต่รายงานที่เรารวบรวมทั้งหมดส่งไปที่กองทัพบก จะสามารถบอกอะไรได้



