
มาร์คโยนกองทัพแจงหาคนรับผิดชอบอาร์พีจีหาย
นายกฯ"พอใจ"วิเชียร"คุมม็อบไร้เหตุการณ์ความวุ่นวาย บอกยังมีงานหนักอีกมากที่ต้องทำ โยนกองทัพแจง-หาคนรับผิดชอบหลังอาร์พีจีคลังแสงลพบุรีหาย 30 ลูก "ผบ.ตร.เผยจำเป็นต้องนำพรบ.ชุมนุมในที่สาธารณะ"มาใช้ กำชับจนท.ตั้งด่านตรวจ-จุดสกัดอาร์พีจี
เมื่อเวลา 14.20 น.วันที่ 20 ก.ย.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. หลังการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงฯ ว่า พล.ต.อ.วิเชียร ได้รายงานการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ซึ่งก็ผ่านไปได้อย่างเรียบร้อย ซึ่งตนขอถือโอกาสขอบคุณทุกฝ่ายว่าไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายแต่อย่างใด โดยผบ.ตร.ได้รายงานในภาพรวมให้ทราบ
เมื่อถามว่าทางตำรวจประเมินจำนวนกลุ่มคนเสื้อแดงที่ออกมาเคลื่อนไหวต่ำเกินไปหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องของจำนวนคนก็เป็นการคาดการณ์ สำหรับตนถือว่ามีจำนวนใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้
“ในภาพรวมทั้งหมดถือว่าทุกอย่างเรียบร้อย เวลามีคนจำนวนมาก ๆ ก็ไม่ง่ายในการบริหารจัดการ แต่ไม่มีเหตุการณ์กระทบกระทั่งอะไรกันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ก็ต้องขอขอบคุณทุกฝ่าย ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่าถือว่า พล.ต.อ.วิเชียรสอบผ่านในตำแหน่งผบ.ตร.กับงานแรกที่รับมือหรือไม่ นายกรัฐมตรี กล่าวว่า ก็คงจะต้องมีงานหนักอีกหลายงาน แต่ที่ผ่านมา ผบ.ตร.ก็ดูแลได้เรียบร้อยดี
เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.ต.อ.วิเชียร ต้องการเร่งรัดให้รัฐบาลเร่งออกพ.ร.บ.ควบคุมการชุมนุมในพื้นที่สาธารณะ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้เรื่องอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งต้องใช้เวลา ทั้งนี้กว่าที่กฎหมายจะผ่านการพิจารณาจากสภาฯได้ก็ต้องทำความเข้าใจ เพราะการออกกฎหมายมาก็จะมีบางฝ่ายกังวลว่าจะไปจำกัดสิทธิเสรีภาพมากเกินไป และความจริงกฎหมายฉบับนี้ก็เป็นกฎหมายที่ออกมาตามรัฐธรรมนูญเพื่อที่คุ้มครองคนที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมมากกว่า แต่การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ชัดเจนนักว่าแม้มีกฎหมายฉบับนี้แล้วมันจะมีมาตราการอะไรที่เป็นเครื่องมือให้เพิ่มเติม
โยนกองทัพแจง-หาคนรับผิดชอบอาร์พีจีหาย
นายอภิสิทธิ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากระสุนหัวระเบิดอาร์พีจีหายไป 30 ลูกจากคลังแสงจังหวัดลพบุรี ว่า ในส่วนของกองทัพมีการติดตามเพื่อจะให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนอยู่ เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ว่าจากนี้ไปอาจมีการก่อวินาศกรรมคลังน้ำมัน เสาไฟฟ้า โดยใช้อาร์พีจี นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มันเคยเกิดแล้ว เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังมากยิ่งขึ้น แต่ขณะนี้ยังไม่มีอะไรที่บ่งชี้ว่าอาวุธที่หายไปจะมาเชื่อมโยงกับการก่อเหตุการณ์ เมื่อถามว่าการเฝ้าระวังจะทำอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ต้องอาศัยการข่าวที่มีประสิทธิภาพและการจัดวางกำลังให้เหมาะสม
ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมการควบคุมดูแลคลังแสงของทหารจึงมีความหละหลวมและเกิดขึ้นบ่อยครั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ทางกองทัพต้องดำเนินการสอบสวนและมีคำตอบที่ชัดเจนออกมา เมื่อถามว่าเป็นปัญหาที่คนในที่นำอาวุธออกมาใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเคยพูดไปแล้วว่ากรณีแบบนี้จะเป็นเรื่องของคนนอกล้วนๆคงเป็นไปไม่ได้ เพราฉะนั้นทางกองทัพต้องไปเข้มงวดกวดขันว่าคนที่เกี่ยวข้องที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบดูแลโดยตรงจะต้องมีความรับผิดชอบ
เมื่อถามว่าคิดว่าจะได้ตัวผู้รับผิดชอบหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าใครจะรับผิดชอบต่อกรณีที่อาวุธในคลังแสงหายไป นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทางกองทัพบอกว่ากำลังดำเนินการอยู่
ผบ.ตร.เผยจำเป็นต้องนำ“พรบ.ชุมนุมในที่สาธารณะ"มาใช้
พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทำตามข้อตกลงที่คุยกันไว้ เจ้าหน้าที่สามารถคลี่คลายสถานการณ์ให้การจราจรกลับสู่ภาวะปกติได้ในเวลาประมาณ 22.00 น. ส่วนที่ จ.เชียงใหม่ มีคนร่วมชุมนุมประมาณหมื่นคน สถานที่มีรั้วรอบก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ในเรื่องตัวเลขผู้ร่วมชุมนุมทั่วประเทศนั้น มี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 (สบ.10 ) เป็นผู้ดูแล ทุกอย่างอยู่ระหว่างการวบรวมข้อมูล
ส่วนกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงระบุว่า จะจัดการชุมนุมทางการเมืองในทุกเดือนนั้น ผบ.ตร. กล่าวว่า ที่ผ่านมาถือว่าเป็นแนวทางที่ต้องประสานและเจรจากัน ส่วนการจะประสานกันอย่างไรนั้นหากเขาดำเนินการอย่างที่ผ่านมา เช่น เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ก็น่าจะทำได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องระมัดระวังมาก คือ จำนวนผู้ชุมนุมที่มากันเป็นจำนวนมากเกินไปก็คงต้องมีการขอร้องว่า ถ้ามากเกินไปการควบคุมก็จะลำบาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสถานที่ การเคลื่อนย้าย ซึ่งตรงนี้ถือเป็นนโยบายหลักที่ต้องมีการเจรจา ก่อนที่จะมาชุมนุมส่วนถ้อยคำต่างๆนั้น ก็อยู่ระหว่างรวบรวมโดยที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ไม่มีอะไรมาก ส่วนที่ จ.เชียงใหม่ ก็ต้องไปดูอีกที
ผู้สื่อข่าวถามว่า การประเมินของเจ้าหน้าพบว่าผู้ชุมนุมมีมากกว่าที่ทางเจ้าหน้าที่ประเมินหรือไม่ พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า ต้องยอมรับว่า มีการประเมินต่ำกว่าจริง โดยประเมินไว้ที่ 5,000 คน และการประเมินที่ผิดพลาดอาจจะมาจากความบกพร่อง เวลานี้เจ้าหน้าที่เองก็ประเมินอยู่
ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากกลุ่มผู้ชุมนุมไม่มีแกนนำที่ชัดเจน ทำให้ควบคุมผู้ชุมนุมไม่อยู่ ผบ.ตร. กล่าวว่า ตรงนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง อย่างที่บอกไปแล้วว่าถ้ามีการชุมนุมผู้ที่เป็นแกนนำควรจะต้องร่วมรับผิดชอบด้วยว่าจำนวนคน การควบคุมการอยู่กับที่ที่เหมาะสม ไม่ทำอะไรที่ละเมิดผู้อื่นตรงนี้เป็นสิ่งที่จะต้องมีแกนนำให้เป็นกิจลักษณะ มีการประสานงานกับฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อย ส่วนที่แกนนำออกระบุว่าไม่ให้ใช้เครื่องขยายเสียงจึงทำให้ดูแลลำบากนั้น ประเด็นนี้ก็ต้องหารือกันต่อไป
“หลักของผมก็คือว่า อยากจะให้มีเครื่องไม้เครื่องมือ คือ พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะออกมาใช้เพราะจะเป็นประโยชน์มาก หากไม่มีจริงๆ ดูสถานการณ์ก็จะก่อความไม่สงบจริง อย่างน้อยก็ขอให้มีพ.ร.บ.ความมั่นคงภายใน ปี 2551 ที่มีอยู่แล้ว อันนี้จะเป็นหลักให้ฝ่ายรักษาความสงบ ได้ใช้เป็นเครื่องมือในการทำงาน และกฎหมายที่มีอยู่ที่เกี่ยวข้องกับผู้ชุมนุมนั้น ผมมองว่ายังไม่เพียงพอที่จะเข้าไปดูแล และเป็นการเรียกร้องจากผู้ปฏิบัติ” ผบ.ตร.กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามที่กล่าวว่าผู้ปฏิบัติมีกฎหมายที่จะใช้ไม่เพียงพอจำเป็นต้องประสานไปยังศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ด้วยหรือไม่ พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า เรื่องนี้ได้มีการเสนอไปแล้ว และพ.ร.บ.ควบคุมฝูงชน หรือพ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิผู้ชุมนุมนั้น ทางนักวิชาการมีการสัมมนาไปแล้ว หลายท่านเห็นชอบจะให้มีเวลานี้ ความหวังอยู่ที่ผู้ที่จะออกกฎหมายว่าจะพิจารณาว่าอย่างไร ตรงนี้เป็นความเห็นของตนเท่านั้น และเวลานี้เรื่องนี้อยู่ที่คณะกรรมการกฤษฎีกา
กำชับจนท.ตั้งด่านตรวจ-จุดสกัดอาร์พีจี
พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวกรณีที่จรวดอาร์พีจี หายไปจากคลังแสงที่ จ.ลพบุรี ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็มีการตรวจอยู่ตลอด พร้อมทั้งได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ดูแลเป็นพิเศษ ตามด่านจุดตรวจจุดสกัดอยู่แล้ว



