
อภิสิทธิ์เชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยสดใสและเติบโตอย่างยั่งยืน
(20ก.ย.) วันนี้ เวลา 07.45 น. ณ ห้อง Grand Ballroom โรงแรม Shangri-La นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดรายการ Squawk on the Road ของสถานีโทรทัศน์ CNBC ในหัวข้อ "Is it Thailand Time to Shine" สรุปดังนี้
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงหัวข้อในการเปิดสนทนา ว่าท่ทามกลางความไม่สงบทางการเมือง ประเทศไทยยังยังคงสดใสหรือ ซึ่งนายกรัฐมนตรียืยยันว่า ประเทศไทยยังคงสดใสและเติบโตอย่างแน่นอน ด้วยเหตุผลสำคัญที่จะกล่าวถึง 4 ประการคือ
ประการแรก คือความมุ่งมั่นและตั้งใจ ประชาชนชาวไทยได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า มีความอดทนและอดกลั้นมานับศตวรรษ และสามารถผ่านพ้นความท้าทายต่างๆ จนประสบความสำเร็จ ประเทศไทยมีองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเป็นศูนย์กลางความเข้มแข็งและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ประการที่สอง ไทยมีปัจจัยที่เข้มแข็งในการรับมือกับสิ่งท้าทายข้างหน้า เศรษฐกิจไทยที่ยังคงเข้มแข็ง และเติบโตถึงร้อยละ 12 ในช่วงไตรมาสแรกของปี ซึ่งถือว่าเป็นการส่งสัญญานการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของภาคการส่งออก การลงทุนของภาคเอกชน และการบริโภค ตลาดทุนมีความสดใส แม้จะเกิดความไม่สงบทางการเมือง อีกทั้งนักลงทุนยังคงมีการซื้อขายอย่างต่อเนื่องและมีการเคลื่อนไหวของมูลค่าที่น่าพอใจ เพื่อให้ความสำเร็จนี้ดำเนินต่อไป และคงไว้ซึ่งการเติบโตของตลาด รัฐบาลได้เสนอแผนพัฒนาตลาดทุนเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา นอกจากนี้ การท่องเที่ยวได้ฟื้นตัวเกินที่คาดหมายอีกด้วย
ประการที่สาม ประเทศไทยมีภูมิคุ้มกันและพื้นฐานที่เข้มแข็ง รัฐบาลได้ดำเนินการสร้าง ความเข้มแข็งทางสังคม ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม เช่น ความยกาจน และระบบการศึกษา นอกจากนี้ รัฐบาลได้ลงทุนด้านสาธารณูปโภค เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมทางการลงทุน โดยการการเสนอสิทธิประโยชน์ และศูนย์กลางการบริการด้านการลงทุน ทั้งนี้ รัฐบาลยังได้ดำเนินการสร้างปัจจับยพื้นฐานเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง และเชื่อว่าหัวใจของการพัฒนาคือระบบธรรมาภิบาล ดังนั้น ระบบธรรมาภิบาลจึงได้ถูกนำไปบรรจุอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 ด้วย
ประการสุดท้าย รัฐบาลให้ความสำคัญกับพลังขับเคลื่อน การเพิ่มประสิทธิภาพและการแข่งขัน จึงได้ให้ความสำคัญในการสร้าง Creative Economy หรือ เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ที่จะใช้นวัตกรรม ระดับสูง การเพิ่มมูลค่าสินค้า และการใช้เทคโนโลยีให้เกิดผลสูงสุด รัฐบาลได้ปรับปรุงคุณภาพสินค้าไทยเพื่อการส่งออกในตลาดโลก การเชื่อมวัฒนธรรมและวิถีชีวิตไทยให้เข้ากับสิงอำนวยความสะดวกสมัยใหม่ เป็นต้น นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงการจัดอันดับการแข่งขันของ World Economic Forum ที่ประเทศไทยอยุ๋ในอันดับที่ 38 ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จอีกระดับหนึ่งแต่ยังไม่เพียงพอ รัฐบาลยังจะต้องเร่งการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพื่อสร้างโอกาส และการเติบโตที่ยั่งยืนและเป็นสังคมฐานความรู้ รวมถึงจะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของความเจริญรุ่งเรืองและการเติบโตของเอเชีย ต่อไป



