ข่าว

แชร์ "ความหวัง" ผ่านงานศิลปะ

แชร์ "ความหวัง" ผ่านงานศิลปะ

21 ก.ย. 2553

เพราะมุ่งหวังที่จะสร้างสันติภาพและสันติสุขให้กรุงเทพฯ กลับมาเป็นสยามเมืองยิ้มได้อีกครั้ง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) โดยความร่วมมือของกระทรวงวัฒนธรรม และสมาคมนักออกแบบเรขศิลป์ (ThaiGa) จึงผุดงาน "ฮาร์ท ทู ฮาร์ท แอท เซ็นทรัลเวิลด์" ศิลปะเพื่อความหว

 ในฐานะเซเลบฯ รุ่นใหม่ "มะปราง" กิติวิชญา วัชโรทัย เผยว่า สิ่งที่ทุกคนพอจะทำได้ไม่ยากคือการให้กำลังใจกัน สิ่งก่อสร้างอาจจะพังลงได้ แต่กำลังใจสามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้ งานนี้จึงช่วยตอกย้ำการให้กำลังใจแก่ทุกคนในบ้านเมืองว่าให้มีแรงพลังในการทำสิ่งดีๆ ขึ้นมาใหม่ ซึ่งส่วนตัวชอบภาพที่มีข้อความว่า “EVERYTHING WILL BE OK.” แปลว่าทุกอย่างจะกลับมาดีขึ้นเหมือนเดิม เป็นข้อความที่สื่อสารเข้าใจได้ง่าย แต่เมื่อได้อ่านได้ชมแล้วก็จะทำให้เกิดกำลังใจและความหวังขึ้นมาทันที สำหรับใครที่ผ่านมาแถวเซ็นทรัลเวิลด์ก็อยากให้แวะเวียนเข้าชมงานศิลปะแห่งความหวังครั้งนี้แก้คิดถึงไปพลางๆ ก่อน

 เรื่องร้ายต้องผ่านไป ด้าน "ทิพย์" ชนาทิพย์ จันทรุเบกษา เชื่อว่าคนไทยส่วนมากยังรักกันอยู่ ความหวังจากการได้ชมงานศิลปะครั้งนี้แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคือ อยากเห็นคนไทยทุกคนกลับมารักกัน ทำประเทศไทยให้ดีขึ้น อาจจะดูได้จากผลงานศิลปะครั้งนี้ก็ได้รู้ว่าทุกคนให้ความร่วมมือร่วมใจในการจัดงาน ช่วยกันปรับปรุงทัศนียภาพ เกิดความหวังตามเจตนารมณ์ของผู้จัดงานและคนออกแบบ ศิลปะจะทำให้มีความสุข ส่วนตัวชอบภาพที่ออกแบบเป็นพลาสเตอร์ ฝีมือ James Gladden สื่อชัดเจนว่าเป็นตัวประสานและเร่งฟื้นฟูจิตใจคนไทย ที่ผ่านมาคนอาจจะทะเลาะกัน แต่พอได้พลาสเตอร์มาช่วยสมานแผลที่เกิดขึ้นก็จะสามารถทุเลาลงและหวังว่าทุกคนจะกลับมารักกันเหมือนเดิมได้

 ขณะที่ "โอบอุ้ม" วัฒน์ธิดา ชุมสาย ณ อยุธยา บอกว่าศิลปะจะสามารถเยียวยาจิตใจให้ดีขึ้นได้ รวมถึงจะสามารถรักษาสภาพบ้านเมือง ทัศนียภาพให้สวยงามน่ามอง ส่วนความหวังของตนเองต่อกรุงเทพฯ ในวันข้างหน้าคืออยากให้ทุกคนยึดหลักความร่วมมือร่วมใจ เหมือนงานในครั้งนี้ที่หลายหน่วยงานร่วมกันทำให้งานแห่งความหวัง ความสุข และความรักเกิดขึ้น โดยเฉพาะภาพของ Erik Brandt มีสีสันสดใสทั้งเหลือง ชมพู เขียว ฟ้า และในภาพประกอบด้วยวงกลมแสดงถึงความกลมเกลียวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน รวมถึงตัวอักษรคำว่า “ความหวัง” ที่แทรกอยู่ในภาพ ดูแล้วกลมกลืนกัน เห็นแล้วทำให้รู้สึกถึงรอยยิ้ม เป็นการเปิดมุมมองของความหวังให้กว้างขึ้น

 สอดคล้องกับมุมมองของ จันทมน แย้มพันธุ์ ที่บอกว่าถือเป็นงานสร้างสรรค์และมีประโยชน์ เพราะศิลปะเป็นสิ่งที่สามารถจรรโลงจิตใจคนได้ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกคนอาจจะเสียขวัญ ความหวังต่อกรุงเทพฯ ในวันข้างหน้า จึงอยากจะให้กรุงเทพฯ กลับมาเป็นเหมือนเดิม เป็นสยามเมืองยิ้มอีกครั้ง

 “ชอบภาพของ James Gladden นักออกแบบชาวสหรัฐอเมริกามากที่สุด เขาออกแบบเป็นรูปพลาสเตอร์ เพราะเป็นศิลปะร่วมสมัย และเนื้อหาของภาพสามารถสื่อสารกับผู้ชมได้ดี เป็นการเยียวยา รักษา ติดพลาสเตอร์ลงบนแผลที่ใจของทุกๆ คน รอวันหายดี" จันทมน กล่าว

 ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของศิลปะเพื่อ “ความหวัง ความสุข ความรัก” เพื่อมุ่งหวังในการสร้างสันติภาพและสันติสุขและให้กรุงเทพฯ กลับมาเป็นสยามเมืองยิ้มได้อีกครั้งจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ปีหน้า